กรุงเทพฯ, 22 เมษายน 2569 /PRNewswire/ — ก่อนเริ่มงาน VT Markets APAC Gala 2026: Future in Motion ทีมงานของ VT Markets พร้อมด้วยพาร์ตเนอร์และลูกค้าจากภูมิภาค ทั้งไทย เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา และฟิลิปปินส์ ได้ร่วมกันใช้เวลาช่วงเช้าในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น เพื่อส่งมอบสิ่งของจำเป็นและกำลังใจให้กับชุมชน
VT Markets รวมพาร์ตเนอร์ชั้นนำจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกนอกเหนือจากการเทรด ที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น กรุงเทพฯ
มูลนิธิบ้านนกขมิ้นก่อตั้งขึ้นในปี 1989 (พ.ศ.2532) และจดทะเบียนอย่างถูกต้องภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยของประเทศไทย โดยเป็นองค์กรที่มุ่งให้การดูแลและเป็นที่พักพิงแก่เด็กกำพร้า เด็กด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และผู้ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูจากการเสพติด องค์กรแห่งนี้มุ่งส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ พร้อมสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อช่วยให้ผู้พักอาศัยสามารถก้าวสู่การใช้ชีวิตอย่างอิสระและประสบความสำเร็จในอนาคต
ระหว่างการเยี่ยมเยือน ทีมงานของ VT Markets และพาร์ตเนอร์จากภูมิภาคได้ร่วมกันจัดเตรียมและส่งมอบชุดสิ่งของจำเป็นที่สอดคล้องกับความต้องการของมูลนิธิ กิจกรรมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้พาร์ตเนอร์และลูกค้าคนสำคัญของ VT Markets ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่นผ่านการลงมือทำจริง โดยสิ่งของที่บริจาคประกอบด้วย
- อาหารแห้งที่จำเป็น: ข้าว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ซีอิ๊ว น้ำปลา น้ำมันพืช และน้ำตาลในปริมาณมาก
- โภชนาการประจำวัน: นมกล่องและขนมขบเคี้ยวหลากหลายชนิด
- อุปกรณ์การเรียน: เครื่องเขียนและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการศึกษา
“ความเป็นผู้นำที่แท้จริง วัดจากชีวิตของผู้คนที่เราได้เข้าไปช่วยเหลือ” Dandelyn Koh หัวหน้าฝ่าย Global Marketing ของ VT Markets กล่าว “การมาเยือนมูลนิธิบ้านนกขมิ้นในครั้งนี้ พร้อมกับพาร์ตเนอร์ IB และลูกค้า VIP คนสำคัญของเรา ทำให้เราได้ตระหนักว่า แม้ธุรกิจของเราจะเติบโตในระดับโลก แต่ความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดยังคงอยู่ที่ชุมชนในพื้นที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ การสนับสนุนสิ่งของจำเป็นในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวเล็ก ๆ ที่สะท้อนถึงความตั้งใจของเราที่จะสนับสนุนสังคมไทยในระยะยาว”
โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ VT Markets ในการเดินหน้าพัฒนาโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) อย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทขยายการดำเนินงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทก็ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เพื่อให้การเติบโตในระดับโลกสามารถส่งต่อการสนับสนุนที่มีความหมายให้กับชุมชนที่บริษัทเข้าไปมีส่วนร่วม