แกลลอรีของ Sotheby’s ในมหานครนิวยอร์กพร้อมเปิดม่านต้อนรับผู้ชมแล้ว ด้วยงานศิลปะทรงคุณค่ารวมมูลค่าถึง 1 พันล้านดอลลาร์ โดยจะเปิดประมูลทั้งหมด 7 รอบตลอด 1 สัปดาห์
จากคอลเลคชัน Macklowe อันเป็นตำนาน ไปจนถึงการประมูล The Now ที่จัดเพื่อนักสะสมตัวยงในปัจจุบัน
การประมูลจะมีขึ้นในวันที่ 15-19 พฤศจิกายนนี้
สัปดาห์การประมูลประจำเดือนพฤศจิกายนอันสมบูรณ์แบบของ Sotheby’s ได้เปิดตัวสู่สาธารณชนแล้ว ณ แกลเลอรีของ Sotheby’s ในมหานครนิวยอร์ก นำเสนองานศิลปะมากกว่า 680 รายการ ส่งผลให้ซีรีส์การประมูลครั้งนี้มีความสำคัญมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
งานศิลปะซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งหมดราว 1 พันล้านดอลลาร์ จะถูกนำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการและการประมูลครั้งนี้ ซึ่งมีดาวเด่นเป็นผลงานในคอลเล็กชัน Macklowe อันโด่งดัง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคอลเล็กชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดการประมูลมา รอบประมูลในเดือนพฤศจิกายนจะรวบรวมผลงาน 35 ชิ้นจากคอลเล็กชันดังกล่าว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลงานชิ้นเอก (ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่และที่นี่) นอกจากนี้ยังมีรอบประมูลภาคค่ำอีก 3 รายการ โดยจะเป็นผลงานศิลปะที่มีความโดดเด่นตั้งแต่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ไล่เรียงไปจนถึงงานศิลปะสมัยใหม่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อาทิ Banksy, Jean-Michel Basquiat, Mark Bradford, Leonora Carrington, Jordan Casteel, Frida Kahlo, Lee Krasner, Claude Monet, Yoshitomo Nara และอีกมากมาย รวมถึงผลงาน 50 ชิ้นจากคอลเล็กชันของนักสะสมงานศิลปะและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ชื่อดังอย่าง Douglas S. Cramer รวมถึงผลงานชิ้นเอกของ Roy Lichtenstein อย่าง Two Paintings…Craig อันเป็นของขวัญชิ้นพิเศษจากศิลปินและเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสนิทสนมของพวกเขา สัปดาห์แห่งการประมูลภาคค่ำนั้นรวมถึงการประมูล The Constitution of the United States ซึ่งจะนำรายได้มอบแด่มูลนิธิ Dorothy Tapper Goldman Foundation เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป
ไฮไลท์สำคัญในการประมูลที่กำลังจะเปิดฉากขึ้น
ผลงาน Le Nez ของ Alberto Giacometti (ราคาประเมินราว 70-90 ล้านดอลลาร์) จากคอลเล็กชัน Macklowe อันโด่งดัง เป็นหนึ่งในงานประติมากรรมชิ้นสำคัญและทรงพลังที่สุดของศิลปินผู้นี้ Le Nez หลอมรวมศิลปะแบบเซอร์เรียลิสม์ (Surrealism) เข้ากับประติมากรรมสไตล์แอฟริกา เกิดเป็นผลงานที่แสดงถึงความหวั่นวิตกภายใต้กระแสอัตถิภาวนิยมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในงานของเขา โดยประติมากรรมสุดพิเศษแบบนี้ไม่เคยปรากฏในการประมูลมาก่อน เนื่องจากพิพิธภัณฑ์ชื่อดังทั่วโลกได้กว้านซื้อผลงานแทบจะทันทีที่ออกสู่ตลาด
นอกจากนี้ยังมีผลงานชิ้นเอกอย่าง No. 7 ของ Mark Rothko ที่รวมอยู่ในคอลเลคชัน Macklowe ด้วยเช่นกัน (ราคาประเมินราว 70-90 ล้านดอลลาร์) ผลงานชิ้นนี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในค.ศ. 1951 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในช่วงต้นทศวรรษ 1950 ที่ Rothko ได้พัฒนาผลงานสู่รูปแบบที่เป็นนามธรรมและการแสดงออกทางศิลปะที่มีความสุขุมนุ่มลึก ซึ่งได้กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินผู้นี้ โดยครั้งหนึ่งผลงานชิ้นนี้เคยเป็นของ Campbell Blaffer นักสะสมชาวอเมริกัน ผู้ครอบครองหนึ่งในคอลเล็กชันศิลปะสมัยใหม่ที่สำคัญที่สุดในสหรัฐในช่วงศตวรรษที่ 20 ภาพวาดดังกล่าวเคยได้รับการจัดแสดงในนิทรรศการแสดงผลงานของ Rothko ที่สำคัญอยู่หลายครั้ง รวมถึงนิทรรศการที่ย้อนรำลึกถึงผลงานในอดีตที่จัดโดยหอศิลป์แห่งชาติเมื่อค.ศ. 1998
ภาพเหมือนตนเองของ Frida Kahlo ในปี 1949 ภายใต้ชื่อผลงาน Diego y yo (Diego and I) ภาพเหมือนตนเองชิ้นสุดท้ายของ Kahlo ซึ่งเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในปี 1954 ภาพเหมือนคู่อันลึกลับร่วมกับสามีของเธออย่าง Diego Rivera ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่บ่งบอกถึงแนวทางของเธอในการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นรูปภาพบุคคล ผลงานที่ล้ำลึกและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์อันท่วมท้นนี้มีราคาประเมินราว 30-50 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะทำลายสถิติการประมูลผลงานของ Kahlo ที่เคยทำสถิติสูงสุดไว้ในราคา 8 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2016 ผลงานชิ้นนี้อาจเป็นงานศิลปะที่ล้ำค่าที่สุดในลาตินอเมริกาเท่าที่เคยมีในการประมูล รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นเต็มของผลงาน Frida Kahlo ที่จะจัดประมูลในรอบ Modern Art Evening ได้ที่นี่
Coin du bassin aux nympheas ผลงานอันวิจิตรตระการตาของ Claude Monet ที่สรรค์สร้างขึ้นเมื่อปี 1918 คือผลงานชิ้นเอกซึ่งเป็นภาพสระดอกบัวที่โด่งดังในสวน Giverny ของศิลปินผู้นี้ ผลงานชิ้นนี้ได้ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 25 ปีโดยมีมูลค่ากว่า 40 ล้านดอลลาร์ นอกจากผลงานชิ้นนี้แล้ว ในรอบ Modern Art Evening Auction จะมีภาพเขียนของ Monet อีก 3 ชิ้นที่ได้มาร่วมการประมูลด้วยเช่นกัน รวมถึงผลงานภาพชายฝั่งทะเลอันน่าหลงใหลที่สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี 1888 อย่าง Antibes vue de la Salis (ราคาประเมินราว 10-15 ล้านดอลลาร์) ติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นเต็มเกี่ยวกับผลงาน Coin du bassin aux nympheas ได้ที่นี่
Derek Parsons | Derek.Parsons@Sothebys.com | Adrienne DeGisi | Adrienne.DeGisi@Sothebys.com

PR-NEWS.2.jpg