Skip to content
Home » News » SKYWORTH Solar ประกาศเปิดตัว Solavita แบรนด์ไมโครกริดอัจฉริยะระดับโลก

SKYWORTH Solar ประกาศเปิดตัว Solavita แบรนด์ไมโครกริดอัจฉริยะระดับโลก

เซินเจิ้น, ประเทศจีน, 1 พฤศจิกายน 2569 /PRNewswire/ — SKYWORTH Solar ประกาศเปิดตัว Solavita อย่างเป็นทางการในระดับโลก โดยเป็นแบรนด์เฉพาะของบริษัทที่มุ่งเน้นด้านโซลูชันไมโครกริดอัจฉริยะ (smart microgrid) ทั้งนี้ Solavita ได้รับการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “ผู้เชี่ยวชาญด้านไมโครกริดอัจฉริยะสำหรับการใช้งานด้านพลังงานที่หลากหลาย” (A Smart Microgrid Expert for Diverse Energy Scenarios) โดยรวบรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชันและโครงสร้างพื้นฐานด้านการให้บริการที่ครอบคลุมของบริษัทไว้ภายใต้อัตลักษณ์แบรนด์ระดับโลกที่เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งต่อยอดจากการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท

Solavita
Solavita

ตอบสนองความต้องการด้านความยืดหยุ่นของระบบโครงข่ายไฟฟ้าและการสร้างมูลค่าระยะยาว

การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ระบบไฟฟ้ากำลังเผชิญกับความต้องการด้านความยืดหยุ่นที่เพิ่มสูงขึ้น รายงานทบทวนสถานการณ์ไฟฟ้ากลางปี 2569 ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) เน้นย้ำถึงความสำคัญของทรัพยากรที่มีความยืดหยุ่น และการใช้โครงสร้างพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนขยายตัวเพิ่มขึ้น สำหรับลูกค้าแต่ละราย ความสำคัญและความต้องการย่อมแตกต่างกันไปตามแต่ละตลาด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการค่าไฟฟ้า การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้ภายในพื้นที่ให้มากขึ้น หรือการรักษาการจ่ายไฟให้แก่ระบบและอุปกรณ์ที่จำเป็นในกรณีที่การจ่ายไฟจากโครงข่ายไฟฟ้าไม่แน่นอนและขาดความน่าเชื่อถือ

“เมื่อพลังงานหมุนเวียนมีการกระจายตัวมากขึ้น ประสิทธิภาพในระยะยาวของระบบโดยรวมก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย” Fan Ruiwu ประธานกรรมการของ SKYWORTH Solar กล่าว “เรามองว่าประสิทธิภาพดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจพลังงานระหว่างประเทศของเรา ด้วย Solavita เรากำลังรวบรวมขีดความสามารถของบริษัทไว้ภายใต้แนวทางร่วมกันในการพัฒนาโซลูชันและการให้บริการ พร้อมทั้งทำงานร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่นเพื่อปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เหมาะสมกับแต่ละตลาด เรามุ่งเน้นไปที่คุณค่าที่ระบบเหล่านี้สามารถมอบให้ได้ตลอดอายุการใช้งาน”

โซลูชันสำหรับความต้องการด้านพลังงานที่หลากหลาย

เพื่อรับมือกับความท้าทายสองประการ ได้แก่ ความผันผวนของโครงข่ายไฟฟ้าและต้นทุนการดำเนินงาน Solavita จึงออกแบบระบบโดยยึดหลักปรัชญาสถาปัตยกรรมระบบหลักที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพในการสร้างและควบคุมโครงข่ายไฟฟ้า (grid-forming stability) ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ ประสิทธิภาพข้ามรุ่น และระบบรักษาความปลอดภัยหลายระดับ ด้วยการนำหลักการทางเทคนิคเหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับการใช้งานจริง แบรนด์จึงนำเสนอกลุ่มโซลูชันที่ครอบคลุม ซึ่งออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละตลาด

สำหรับผู้ใช้งานในภาคครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์ SolaHome ใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานภายในบ้านขั้นสูง (Home Energy Management System: HEMS) เพื่อประสานการทำงานของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานได้ เช่น ปั๊มความร้อนและเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างราบรื่น ในตลาดที่มีอัตราค่าไฟฟ้าแบบผันแปรตามช่วงเวลา เช่น ประเทศเยอรมนี ระบบ HEMS จะทำการบริหารจัดการและจัดสรรพลังงานโดยอัตโนมัติเพื่อใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ราคาค่าไฟฟ้าต่ำ ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าในทางปฏิบัตินี้ คือการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งในเมือง Jesteburg ประเทศเยอรมนี ซึ่งประกอบด้วยระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาขนาด 18.9 กิโลวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาด 20.48 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดย Solavita รายงานว่าระบบดังกล่าวสร้างผลประโยชน์จากการซื้อและใช้พลังงานตามช่วงราคาค่าไฟฟ้า (electricity-price arbitrage) ได้เกือบ 50 ยูโรในช่วงเดือนแรกของการดำเนินงานภายใต้อัตราค่าไฟฟ้าแบบผันแปรตามช่วงเวลา

นอกเหนือจากภาคครัวเรือนแล้ว กลุ่มผลิตภัณฑ์ยังขยายขนาดการใช้งานไปสู่ภาคธุรกิจผ่าน SolaBiz ซึ่งผสานรวมระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจายศูนย์ ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจ และระบบบริหารจัดการและจ่ายพลังงานอย่างชาญฉลาด เพื่อช่วยให้โรงงานและพื้นที่ค้าปลีกสามารถบริหารจัดการต้นทุนความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด และป้องกันความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการจ่ายไฟจากโครงข่ายไฟฟ้า

สำหรับความต้องการด้านพลังงานในระดับสาธารณูปโภคขนาดใหญ่และระบบที่ไม่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า SolaMatrix นำเสนอระบบกักเก็บพลังงานแบบตู้คอนเทนเนอร์ที่สามารถขยายขนาดได้ พร้อมระบบบริหารจัดการไมโครกริด โดยมุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพให้แก่การผสานพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบไฟฟ้าในสภาพแวดล้อมที่โครงข่ายไฟฟ้าไม่เสถียร

ท้ายที่สุด เพื่อให้มั่นใจถึงการเข้าถึงพลังงานในบริบทที่มีความคล่องตัวสูง SolaGo นำเสนอระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบริเวณระเบียงที่สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งซับซ้อน (plug-and-play) และระบบจ่ายพลังงานแบบพกพาสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการสำรองพลังงานที่จำเป็นในกรณีฉุกเฉิน ช่วยเติมเต็มการให้บริการโซลูชันพลังงานยุคใหม่อย่างครบวงจรของ Solavita ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

รากฐานด้านวิศวกรรมระดับโลกและการส่งมอบโซลูชันผ่านระบบนิเวศพันธมิตร

เพื่อรับประกันการนำโซลูชันที่หลากหลายเหล่านี้ไปใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือและสร้างมูลค่าให้แก่สินทรัพย์ในระยะยาว SKYWORTH Solar จึงได้วางรากฐานด้านวิศวกรรมระดับโลกที่แข็งแกร่งไว้รองรับ Solavita

ในด้านเทคโนโลยี ศูนย์เทคโนโลยีไมโครกริดอัจฉริยะ (Smart Microgrid Technology Centre) เชื่อมโยงงานวิจัยที่ล้ำสมัยเข้ากับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางวิศวกรรม โดยได้รับการสนับสนุนจากความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยเทียนจิน (Tianjin University) และมหาวิทยาลัยไห่หนาน (Hainan University) กระบวนการพัฒนานี้ยังได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้วยแพลตฟอร์มทดสอบที่ครอบคลุมในเมืองไหโข่ว ซึ่งมีกำหนดเริ่มดำเนินการภายในสิ้นปี 2569 เพื่อทดสอบและตรวจสอบระบบเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ระบบทำงานแบบแยกอิสระจากโครงข่ายไฟฟ้า และระบบสร้างและควบคุมโครงข่ายไฟฟ้าอย่างเข้มงวด

แพลตฟอร์มดิจิทัล InfraCosmos สนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลตลอดวงจรชีวิตของระบบ การติดตามตรวจสอบการดำเนินงาน และการระบุข้อขัดข้อง โดยเชื่อมโยงข้อมูลของระบบเข้ากับการให้บริการและการบำรุงรักษา ช่วยให้ทีมงานสามารถติดตามประสิทธิภาพการทำงานและตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงานได้

นอกเหนือจากฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แล้ว รากฐานนี้ยังครอบคลุมถึงการดำเนินงานด้านห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น และการส่งมอบโครงการเชิงกลยุทธ์ด้วย Solavita ใช้กรอบการดำเนินงาน F+D+EPC+O (Financing, Development, Engineering, Procurement, Construction, and Operations) ซึ่งประกอบด้วยการจัดหาเงินทุน การพัฒนาโครงการ วิศวกรรม การจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้าง และการดำเนินงาน มาใช้ในการประสานงานโครงการขนาดใหญ่ภายใต้รูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ลดการถือครองสินทรัพย์โดยตรง (asset-light) ควบคู่ไปกับรูปแบบความร่วมมือ PD2C ที่ปรับให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งกำลังนำไปใช้อย่างจริงจังในตลาดต่าง ๆ เช่น เยอรมนีและอิตาลี เพื่อให้สามารถมอบบริการได้อย่างรวดเร็วและตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของตลาดแต่ละแห่งได้อย่างตรงจุด

ขีดความสามารถเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่สนับสนุนการวางตำแหน่งของ Solavita ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านไมโครกริดอัจฉริยะ โดยเชื่อมโยงการพัฒนาระบบเข้ากับการส่งมอบโซลูชันในท้องถิ่นและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายคือ การทำให้ระบบพลังงานแบบบูรณาการสามารถนำไปติดตั้ง ใช้งาน และได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมในตลาดแต่ละแห่ง

 

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →