เซี่ยงไฮ้, 26 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — JOY GROUP ได้ประกาศผลประกอบการประจำปีงบประมาณ 2568 โดยกวาดยอดขายปลีกไปได้กว่า 730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (5.1 พันล้านหยวน) และมีรายได้รวมทะลุหลัก 620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.3 พันล้านหยวน) เติบโตขึ้นถึง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มบริษัทฯ ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดีเยี่ยม ทั้งยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งไปอีกปี
ในปี 2568 ที่ผ่านมา ทาง JOY GROUP ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ความงามให้ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่และทุกระดับราคา ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ ประกอบด้วยแบรนด์หลักอย่าง JUDYDOLL, JOOCYEE และ René Furterer ตลอดจนแบรนด์ที่กำลังเติบโตอย่าง Biophyto-genesis และ Foltène ครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้น JUDYDOLL ยังคงเป็นกลไกหลักในการผลักดันการเติบโต โดยทั้งปีกวาดยอดขายไปได้กว่า 430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.0 พันล้านหยวน) ทั่วโลก เพิ่มขึ้นกว่า 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้แบรนด์นี้ครองอันดับ 1 ในด้านจำนวนขายติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ในกลุ่มแบรนด์เครื่องสำอางจีน นอกจากนี้ ยังได้เสริมความแข็งแกร่งผ่านช่องทางการจำหน่ายแบบออมนิแชนเนล โดยมีร้านสแตนอโลน 118 แห่ง และวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกกว่า 30,000 แห่งทั่วโลก
ทางด้าน JOOCYEE มียอดขายปลีกทั่วโลกในปี 2568 สูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 15% ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มทาปากทำยอดขายไปกว่า 18 ล้านชิ้นทั่วโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำของ JOY GROUP ในตลาดเครื่องสำอางให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ René Furterer ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในจีน ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% นอกจากนี้ JOY ยังได้เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการ Foltène แบรนด์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะจากอิตาลีที่มีความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์คลินิกมาตั้งแต่ปี 2506 เพื่อเสริมศักยภาพความเป็นผู้นำด้านวิทยาการเส้นผมและหนังศีรษะให้ครบวงจร
นอกจากนี้ JOY GROUP ยังได้เข้าซื้อกิจการ Biophyto-genesis ซึ่งเป็นแบรนด์สกินแคร์เวชสำอางที่ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือทางคลินิกมายาวนานถึง 14 ปี เพื่อวางรากฐานสู่การเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในอนาคต
จากความสำเร็จที่แข็งแกร่งในประเทศ JOY ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์สร้างการเติบโตในระดับสากลมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ยอดขายปลีกในต่างประเทศของกลุ่มบริษัทพุ่งทะลุ 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (600 ล้านหยวน) พร้อมขยายฐานธุรกิจผ่านทั้งช่องทางอีคอมเมิร์ซและการพัฒนาเครือข่ายค้าปลีกทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการเปิดร้านสแตนอโลน 3 แห่งในสิงคโปร์
JOY GROUP ยังคงลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปิดตัว SKU ใหม่กว่า 600 รายการ และจดสิทธิบัตรเพิ่มอีก 20 ฉบับ ขณะที่เครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนาทั้งในเซี่ยงไฮ้และมิลาน ก็เข้ามาช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถของกลุ่มบริษัทในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
คุณ Allan Liu ประธานกรรมการและซีอีโอของ JOY GROUP กล่าวว่า “ในปี 2568 นั้น JOY ยังคงเติบโตแข็งแกร่งไปอีกปี ด้วยพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ที่หลากหลายและแข็งแกร่งขึ้น ประกอบกับการรุกตลาดโลกที่รวดเร็ว เราเชื่อมั่นว่า JOY พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ JOY GROUP ได้ที่ www.joy-group.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- งานแคนตันแฟร์ครั้งที่ 139 เปิดตัวการอัปเกรดด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ซื้อ
- Invitation to Autoliv’s Q1, 2026 Earnings Call
- BORICA เผยเบื้องหลังความสำเร็จของบัลแกเรีย ในการยกระดับระบบชำระเงินสู่สกุลเงินยูโรทั่วประเทศ ด้วยความร่วมมือกับ OpenWay
- MiTAC Computing ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยนวัตกรรมที่พร้อมรองรับ AI สอดคล้องตามมาตรฐาน OCP และเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว ในงาน CloudFest 2026
