Skip to content
Home » News » Envision Energy เปิดตัวระบบพลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่และถลุงโลหะในงาน All Energy Australia

Envision Energy เปิดตัวระบบพลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่และถลุงโลหะในงาน All Energy Australia

ระบบดังกล่าวผสานพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบควบคุมการจ่ายพลังงานแบบบูรณาการ เพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม

เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย, 28 ตุลาคม 2569 /PRNewswire/ — Envision Energy ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสีเขียว เปิดตัวระบบพลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่และถลุงโลหะภายในงาน All Energy Australia โดยระบบดังกล่าวผสานการใช้พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ กังหันก๊าซที่ใช้ไฮโดรเจนสีเขียวหรือแอมโมเนียสีเขียวเป็นเชื้อเพลิง ตลอดจนระบบควบคุมและสั่งจ่ายพลังงานแบบบูรณาการ เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงาน สร้างความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้า และเร่งการลดการปล่อยคาร์บอน

ระบบดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรับมือกับความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมเหมืองแร่และถลุงโลหะ นั่นคือการสร้างระบบพลังงานใหม่แบบผสมผสานที่สามารถจ่ายไฟฟ้าสะอาดในราคาที่เข้าถึงได้และมีเสถียรภาพให้แก่เหมืองแร่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมีการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าอย่างจำกัดหรือไม่มีการเชื่อมต่อเลย

แนวทางของ Envision มุ่งประสานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และแหล่งพลังงานสำรองเข้าไว้ในระบบพลังงานแบบบูรณาการ โดยอาศัยโมเดลพื้นฐาน AI ด้านสภาพอากาศและพลังงานของบริษัท ร่วมกับแพลตฟอร์ม EnOS AI เพื่อสนับสนุนการพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและการคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า การวางแผนระบบ และการสั่งจ่ายพลังงานแบบเรียลไทม์ ความสามารถเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานการทำงานระหว่างการผลิตไฟฟ้า การกักเก็บพลังงาน และการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมตามสภาพอากาศและสภาวะการดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อรักษาเสถียรภาพของการจ่ายไฟฟ้าควบคู่กับการลดต้นทุนพลังงานโดยรวม

ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบระบบดังกล่าว เพื่อรองรับการดำเนินงานของอุตสาหกรรมเหมืองแร่และถลุงโลหะในทุกสภาพแวดล้อม ทั้งพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า พื้นที่ที่มีโครงข่ายไฟฟ้าไม่เสถียร และพื้นที่ที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า โดยกังหันลมที่ผสานระบบกักเก็บพลังงานจะช่วยลดความผันผวนของกำลังไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานลม ขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบ Grid-forming จะช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบ นอกจากนี้ กรอบการป้องกันและควบคุม 7 ชั้นยังทำหน้าที่ประสานการสั่งจ่ายพลังงาน การควบคุมเสถียรภาพ การป้องกัน และการฟื้นฟูระบบ เพื่อช่วยให้ระบบสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของความต้องการใช้ไฟฟ้าอย่างฉับพลัน รักษาการจ่ายไฟฟ้าในพื้นที่ที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า และกลับมาจ่ายไฟฟ้าได้อีกครั้งหลังเกิดเหตุไฟฟ้าดับ

เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากการผลิตไฟฟ้าสำรองเพิ่มเติม Envision ยังอยู่ระหว่างการศึกษาการใช้กังหันก๊าซที่ขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนสีเขียวหรือแอมโมเนียสีเขียวเป็นทางเลือกทดแทนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล ขณะเดียวกัน ความสามารถด้านการจัดการพลังงานและคาร์บอนของ Envision ยังรองรับการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ และจัดเตรียมข้อมูลสำหรับกระบวนการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาแร่ธาตุและโลหะที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำลง พร้อมแสดงผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว

โซลูชันของ Envision ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การออกแบบทางวิศวกรรม การส่งมอบโครงการ ไปจนถึงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทางเลือกด้านการจัดหาเงินทุน โดยระบบดังกล่าวได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่แต่ละแห่ง เพื่อมุ่งลดต้นทุนพลังงานโดยรวมลงประมาณ 20% เพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้สูงกว่า 80% และรักษาความน่าเชื่อถือในการจ่ายไฟฟ้าให้มากกว่า 99.95% ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับทรัพยากรในพื้นที่ การกำหนดค่าระบบ และข้อกำหนดด้านการผลิต

Envision กำลังนำโซลูชันพลังงานของบริษัทไปใช้งานในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และถลุงโลหะ โดยปรับให้สอดคล้องกับทรัพยากรพลังงานและความต้องการในการดำเนินงานของแต่ละพื้นที่ สำหรับภูมิภาคพิลบารา ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย Envision กำลังจัดหากังหันลมให้แก่โครงการ Nullagine Wind Project ของ Fortescue เพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนที่สนับสนุนกลยุทธ์ Real Zero ของบริษัทเหมืองแร่แห่งนี้

ที่เมืองเปาโถว ประเทศจีน Envision ได้ผสานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และความต้องการใช้ไฟฟ้าเข้าไว้ในระบบพลังงานแบบบูรณาการสำหรับการผลิตโลหะผสมสีเขียว โดยโครงการดังกล่าวสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่า 70% ด้วยพลังงานหมุนเวียน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 200,000 ตันต่อปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนในการขับเคลื่อนกระบวนการผลิตโลหะผสมที่ใช้พลังงานสูง

ภายในงาน All Energy Australia ทาง Envision กำลังหารือร่วมกับผู้ประกอบการเหมืองแร่และถลุงโลหะ ตลอดจนพันธมิตรโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาระบบพลังงานใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับทรัพยากรในท้องถิ่น ความต้องการใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรม และเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน

 

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →