CGTN เผยแพร่บทความวิเคราะห์บทบาทของจีนในการส่งเสริมความก้าวหน้าด้านการศึกษาสำหรับเด็กหญิงและสตรีทั่วโลก โดยบทความเน้นย้ำถึงความพยายามของจีนในการขยายโอกาสทางการศึกษาภายในประเทศ และการส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนโอกาสที่เท่าเทียมสำหรับผู้หญิงและเด็กหญิงทั่วโลก
ปักกิ่ง, 14 พ.ค. 2569 /PRNewswire/ — นับตั้งแต่จีนและ UNESCO ร่วมกันก่อตั้งรางวัล Prize for Girls’ and Women’s Education ในปี 2558 มีโครงการรวม 20 โครงการจาก 19 ประเทศได้รับรางวัลดังกล่าว ซึ่งช่วยขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กหญิงมากกว่า 6 ล้านคน
ในฐานะรางวัลแรกของ UNESCO ที่อุทิศให้แก่การศึกษาของเด็กหญิงและสตรีโดยเฉพาะ รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของจีนในการผลักดันการศึกษาสำหรับผู้หญิงและเด็กหญิงทั่วโลก โดยรัฐบาลจีนเป็นผู้สนับสนุนเงินทุน และมีการมอบรางวัลให้แก่ผู้ได้รับคัดเลือกปีละ 2 ราย พร้อมเงินรางวัลรายละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในสาขาดังกล่าว
ความมุ่งมั่นของจีนได้รับการตอกย้ำอีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เมื่อ Peng Liyuan ภริยาของประธานาธิบดีจีน Xi Jinping พบกับ Khaled El-Enany ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ที่กรุงปักกิ่ง
Peng ซึ่งดำรงตำแหน่งทูตพิเศษของ UNESCO ด้านการส่งเสริมการศึกษาสำหรับเด็กหญิงและสตรี กล่าวว่า เธอพร้อมเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทูตพิเศษต่อไป เสริมสร้างความร่วมมือกับ UNESCO และผลักดันความก้าวหน้าของการศึกษาสำหรับเด็กหญิงและสตรีทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
สร้างความก้าวหน้าภายในประเทศ
ในปี 2532 ภายใต้การนำของ All-China Women’s Federation มูลนิธิ China Children and Teenagers’ Foundation ได้เปิดตัวโครงการ Spring Bud Project เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กหญิงจากครอบครัวยากจน
หลังจากเข้ารับบทบาททูตพิเศษของโครงการในปี 2557 Peng ได้เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง และในปี 2562 เธอได้ประกาศโครงการ Dream of the Future Action ซึ่งเป็นโครงการต่อยอดของ Spring Bud Project ที่มุ่งช่วยให้เด็กหญิงจำนวนมากขึ้นสามารถศึกษาต่อและเดินตามความฝันของตนเอง
ภายในสิ้นปี 2566 โครงการดังกล่าวสามารถระดมทุนได้ 3.2 พันล้านหยวน (451 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สนับสนุนเด็กหญิง 4.22 ล้านคน ครอบคลุมทั้ง 31 เขตการปกครองระดับมณฑลและ 56 กลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมจัดการฝึกทักษะให้เด็กหญิง 527,000 คน และให้บริการดูแลให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวรวมถึงบริการด้านสุขภาพจิตแก่เด็กหญิง 190,000 คน
ผลกระทบของโครงการได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เมื่อ Spring Bud Project ได้รับรางวัล UNESCO Prize for Girls’ and Women’s Education ในปี 2566
โครงการ Spring Bud Project ยังเป็นส่วนหนึ่งของความก้าวหน้าในวงกว้างของจีนด้านการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษา
นับตั้งแต่ปี 2561 อัตราการเข้าเรียนสุทธิของเด็กวัยเรียนในจีนอยู่ใกล้ระดับ 100% อย่างต่อเนื่อง โดยแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างเด็กชายและเด็กหญิง ขณะที่ในปี 2567 ผู้หญิงคิดเป็น 50.76% ของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เป็นผู้หญิงมีสัดส่วน 50.01%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสตรีในจีน
แบ่งปันโอกาสสู่โลก
จีนยังช่วยให้ผู้หญิงและเด็กหญิงทั่วโลกเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรมมากขึ้น
ผ่านความร่วมมือใต้-ใต้ (South-South cooperation) ทุนการศึกษา และการแลกเปลี่ยนด้านเทคนิค จีนได้ฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญสตรีมากกว่า 200,000 คนจากกว่า 180 ประเทศและภูมิภาค และนับตั้งแต่ปี 2561 จีนได้เปิดตัวโครงการฝึกอบรมด้านสตรีและเด็กในประเทศกำลังพัฒนามากกว่า 100 โครงการ
Fajer Rabia Pasha ผู้อำนวยการบริหารของ Pakistan Alliance for Girls’ Education ซึ่งได้รับรางวัล UNESCO Prize ในปี 2566 กล่าวว่า จีนช่วยให้ผู้หญิงและเด็กหญิงในประเทศกำลังพัฒนาเข้าถึงการศึกษา การฝึกอบรม และโอกาสด้านความเป็นผู้นำ
เธอกล่าวว่า จีนได้พิสูจน์ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงว่า การพัฒนาของจีนไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้หญิงจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้หญิงทั่วโลกด้วย
ในการประชุม Global Leaders’ Meeting on Women (การประชุมผู้นำโลกด้านสตรี) ที่กรุงปักกิ่งเมื่อปีที่ผ่านมา จีนประกาศว่าจะบริจาคเงินเพิ่มเติมอีก 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ UN Women ภายในช่วงห้าปีข้างหน้า และเชิญสตรี 50,000 คนเดินทางมายังจีนเพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนและฝึกอบรม
ด้าน El-Enany กล่าวเมื่อวันอังคารว่า UNESCO รู้สึกขอบคุณต่อการสนับสนุนอันทรงคุณค่าจากจีน และพร้อมกระชับความร่วมมือกับจีนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กหญิงและสตรีทั่วโลกต่อไป