มิวนิก, 23 มิถุนายน 2569 /PRNewswire/ — เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 CATL ได้เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงาน TENER Sodium อย่างเป็นทางการ ณ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นโซลูชันกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่โซเดียมไอออนรายแรกของโลกที่ได้รับการพิสูจน์จากการใช้งานจริงในภาคสนาม โดยโซลูชันดังกล่าวได้บรรลุความพร้อมสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในด้านเทคโนโลยี กำลังการผลิต และความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ คาดว่ายอดการจัดส่งสะสมจะถึงระดับ 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ภายในสิ้นปี 2569 และจะเริ่มส่งมอบสู่ตลาดโลกในเดือนมิถุนายน 2570
“CATL มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความเป็นอิสระด้านพลังงานทั่วโลก พร้อมทั้งสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้าของเรา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว เราได้กำหนดภารกิจในการพัฒนาเคมีแบตเตอรี่รูปแบบใหม่ที่อาศัยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในทุกทวีป ซึ่งสามารถรองรับความต้องการพลังงานของประชากรทั้งแปดพันล้านคนทั่วโลก ขณะเดียวกันก็มีอายุการใช้งานรอบชาร์จที่ยาวนานกว่าและมีความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น” William Wu ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานของ CATL กล่าวในงานเปิดตัว “เราเชื่อว่าทั้งโซเดียมและลิเทียมจะร่วมกันเป็นสองเสาหลักสำคัญของระบบกักเก็บพลังงานแห่งอนาคต”
TENER Sodium: ความแน่นอนเพื่ออนาคตที่ไม่แน่นอน
ในขณะที่สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนโดย AI พุ่งสูงขึ้น การกักเก็บพลังงานกำลังเปลี่ยนบทบาทจากเพียงระบบสนับสนุนไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบพลังงานโลก อย่างไรก็ตาม ระบบกักเก็บพลังงานแบบดั้งเดิมกลับพึ่งพาแบตเตอรี่ลิเทียมเป็นหลัก ซึ่งการกระจุกตัวของแหล่งวัตถุดิบและความผันผวนของราคาได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ โซเดียมซึ่งมีปริมาณมากกว่าลิเทียมกว่า 1,000 เท่า และกระจายตัวอยู่ทั่วโลก มีศักยภาพเหนือกว่าในด้านการทำงานภายใต้อุณหภูมิสุดขั้ว ความปลอดภัย และศักยภาพในการลดต้นทุน ส่งผลให้การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสู่การกักเก็บพลังงานด้วยโซเดียมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“อุตสาหกรรมการกักเก็บพลังงานได้ก้าวพ้นจากการแข่งขันด้านขนาดแล้ว ปัจจุบัน ความสามารถในการสร้างคุณค่าระยะยาวเป็นตัวกำหนดความสำเร็จมากขึ้นเรื่อย ๆ” Amanda Xu ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (CTO ESS) และประธาน ESS Europe ของ CATL กล่าวในปาฐกถาหลัก “หลักการที่เราเชื่อมั่นอย่างที่สุดคือ ความพร้อมจะช่วยสร้างความแน่นอนให้เกิดขึ้น”
และนี่คือภารกิจที่แท้จริงของ TENER Sodium
ด้วยเทคโนโลยีโซเดียมไอออนรุ่นล่าสุดของ CATL ทำให้ TENER Sodium สามารถให้ความจุพิกัดมากกว่า 30 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) บนสถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์เต็มรูปแบบ ซึ่งมอบประโยชน์โดยตรง 3 ประการให้แก่ลูกค้า ได้แก่:
การติดตั้งใช้งานโครงการที่ง่ายขึ้น โดยแต่ละโมดูลมีน้ำหนักประมาณ 42 ตัน และต้องใช้เพียง 34 โมดูลสำหรับสถานีกักเก็บพลังงานขนาด 1 GWh
ความยืดหยุ่นในการกำหนดค่าที่มากขึ้น โดยแยกส่วนบล็อกพลังงานและบล็อกกำลังไฟฟ้าออกจากกัน ทำให้สามารถรองรับระยะเวลาการกักเก็บพลังงานได้อย่างยืดหยุ่นที่ 1, 2, 4, 6 และ 8 ชั่วโมง ซึ่งปรับให้เหมาะสมตามความต้องการเฉพาะของแต่ละโครงการ
ต้นทุนการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า เนื่องจากสามารถแยกและเปลี่ยนโมดูลที่มีปัญหาได้อย่างอิสระและรวดเร็ว ช่วยเพิ่มความพร้อมใช้งานของระบบในระดับสถานีให้ดีขึ้นไปพร้อมกับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ของลูกค้า และเพิ่มการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ได้ในระดับสูงสุด
นอกเหนือจากความสะดวกของสถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์ CATL ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์มระดับสถานีที่ออกแบบขึ้นโดยเฉพาะสำหรับระบบโซเดียมไอออน
1. การควบคุมแรงดันไฟฟ้า: เพื่อรับมือกับช่วงแรงดันไฟฟ้าที่กว้างของแบตเตอรี่โซเดียมไอออน CATL ได้พัฒนาระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าแบบสองทิศทาง (Bi-DC) ขึ้นโดยเฉพาะสำหรับโซลูชันที่ใช้โซเดียม ระบบดังกล่าวสามารถเพิ่มแรงดันไฟฟ้าโดยอัตโนมัติในช่วงแรงดันต่ำ ทำให้ระบบแปลงกำลังไฟฟ้า (PCS) สามารถจ่ายกำลังไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่องตลอดช่วงการทำงานทั้งหมด ส่งผลให้ประสิทธิภาพการหมุนเวียนพลังงานของระบบ (Round Trip Efficiency: RTE) โดยรวมเพิ่มขึ้นเกือบ 2% ทั้งนี้ สำหรับสถานีกักเก็บพลังงานขนาด 1 GWh สิ่งนี้หมายถึงการผลิตพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกหลายล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ระบบดังกล่าวยังสามารถทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์ PCS หลักทั่วโลกได้ทั้งหมด และมีความสามารถในการสนับสนุนเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. ระบบ BMS: CATL ได้ออกแบบระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) สำหรับระบบกักเก็บพลังงานโซเดียมไอออนโดยเฉพาะ โดยใช้ประโยชน์จากลักษณะเส้นโค้งแรงดันไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตามระดับประจุของเคมีโซเดียม ทำให้สามารถประเมินสถานะประจุของแบตเตอรี่ (SOC) ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความสามารถในการรองรับ SOC เกินกำหนดของแบตเตอรี่โซเดียมไอออนยังเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน ส่งผลให้ระบบ BMS มีระยะเผื่อความปลอดภัยในการทำงานเพิ่มขึ้นอีก 20% และสามารถดำเนินงานได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
3. การใช้พลังงานเสริมในระดับต่ำมาก: การออกแบบระบบไหลเวียนอากาศแบบระบายออกด้านบนอย่างเป็นเอกลักษณ์ ช่วยกำจัดปัญหาพื้นที่สะสมความร้อน (Thermal Island Effect) ตั้งแต่ต้นทาง ช่วยลดการเกิดความร้อนของระบบลงเกือบ 30% เมื่อเทียบกับโซลูชันทั่วไป เมื่อทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวประสิทธิภาพสูง ทำให้การใช้พลังงานเสริมลดลงจากค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 2% ให้เหลือเพียง 1% สำหรับโครงการกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่และระยะเวลายาวนาน การปรับปรุงดังกล่าวช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้หลายล้านยูโร
4. การออกแบบที่สร้างเสียงรบกวนต่ำ: TENER Sodium ทำงานที่ระดับเสียงเพียง 65 เดซิเบล ซึ่งต่ำกว่าระบบทั่วไป 10 เดซิเบล ช่วยลดข้อกังวลของชุมชนท้องถิ่นซึ่งเป็นประเด็นที่พบได้บ่อยในอุตสาหกรรมนี้ ส่งผลให้สามารถสร้างสถานีกักเก็บพลังงานใกล้ศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้าได้มากขึ้น และช่วยประหยัดต้นทุนด้านระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ระบบ TENER Sodium ยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ได้ และใช้พื้นที่ติดตั้งทางกายภาพเท่ากัน โดยแพลตฟอร์มเดียวกันสามารถรองรับทั้งแบตเตอรี่โซเดียมไอออนและลิเทียมไอออนได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนตู้บรรจุระบบ ไม่ต้องออกแบบโครงการใหม่ และไม่ต้องดำเนินกระบวนการรับรองมาตรฐานซ้ำ ความสามารถในการสลับใช้งานระหว่างเทคโนโลยีโซเดียมไอออนและลิเทียมไอออนได้อย่างยืดหยุ่นและราบรื่นนี้ ช่วยให้ลูกค้ามีเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงในการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาลิเทียม ในอนาคต ระบบ TENER Sodium ยังได้เตรียมเส้นทางการอัปเกรดสู่สถาปัตยกรรมแรงดันสูง 2000 โวลต์ เพื่อให้สามารถปรับตัวตามแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ผลลัพธ์จากการพัฒนาตลอดทศวรรษ: ห่วงโซ่อุปทานและศักยภาพการผลิตพร้อมรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
ข้อได้เปรียบที่ครอบคลุมของ TENER Sodium ในด้านความปลอดภัย ผลตอบแทน และความน่าเชื่อถือ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน CATL ดำเนินการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออนมาตั้งแต่ปี 2559 โดยลงทุนเกือบ 1.2 พันล้านยูโรตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนามากกว่า 300 คนเข้าร่วมโครงการ สั่งสมสิทธิบัตรกว่า 1,600 ตระกูลสิทธิบัตร และได้รับสิทธิบัตรที่ได้รับการอนุมัติทั่วโลกมากกว่า 200 ฉบับ สามารถแก้ไขความท้าทายทางเทคนิคได้มากกว่า 100 ประเด็น และได้สร้างกระบวนการผลิตแบบครบวงจรตั้งแต่วัสดุจนถึงเซลล์แบตเตอรี่ได้อย่างสมบูรณ์
เทคโนโลยีโซเดียมไอออนได้พัฒนาจากโครงการวิจัยในห้องปฏิบัติการไปสู่ระบบวัสดุสำหรับการกักเก็บพลังงานที่สามารถขยายกำลังการผลิตได้ในระดับอุตสาหกรรม ปัจจุบัน CATL ได้สร้างขีดความสามารถด้านการผลิตวัสดุแอโนดและแคโทดในระดับหลายหมื่นตันแล้ว ขณะที่ต้นทุนการผลิตวัสดุ NFPP คาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาจนมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
CATL กำลังทำงานร่วมกับผู้รวมระบบ เพื่อสร้างระบบนิเวศแบบวงจรปิดที่สมบูรณ์สำหรับการกักเก็บพลังงานด้วยโซเดียมไอออน ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่ การส่งมอบระบบ การทดสอบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ ในด้านกำลังการผลิต CATL ได้ลงทุน 5 พันล้านหยวนเพื่อขยายสายการผลิตโซเดียมไอออนที่ฐานการผลิตฝูติ่ง (Fuding) เพิ่มกำลังการผลิตต่อปีอีก 40 GWh ขณะที่ฐานการผลิตจี่หนิง (Jining) ในมณฑลซานตง ได้วางแผนกำลังการผลิตโซเดียมไอออนไว้ที่ 160 GWh ต่อปี สายการผลิตเชิงพาณิชย์ของ CATL ได้รับการติดตั้งและเปิดดำเนินงานครบถ้วนแล้ว พร้อมรองรับการนำไปใช้งานในวงกว้าง
ความพร้อมของเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ ห่วงโซ่อุปทาน และศักยภาพการผลิตอย่างครอบคลุม ได้เร่งการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยโซเดียมไอออนไปใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ ในประเทศจีน CATL จะเริ่มส่งมอบระบบกักเก็บพลังงานโซเดียมไอออนชุดแรกให้แก่ลูกค้าอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนปีนี้ โดยคาดว่ายอดการจัดส่งสะสมจะถึง 1 GWh ภายในสิ้นปี 2569 ส่วนการส่งมอบสู่ตลาดต่างประเทศมีกำหนดเริ่มในเดือนมิถุนายน 2570
เมื่อเดือนเมษายน 2569 CATL และ HyperStrong ได้ลงนามในสัญญาเชิงพาณิชย์ด้านแบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อระบบกักเก็บพลังงานขนาด 60 GWh ระยะเวลา 3 ปี นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ประกาศการก้าวเข้าสู่ยุคของการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานโซเดียมไอออนในระดับกิกะวัตต์ชั่วโมงอย่างเป็นทางการ
ระบบกักเก็บพลังงานยุคถัดไป: สร้างความแน่นอนให้แก่โครงข่ายไฟฟ้าแห่งอนาคต
นับตั้งแต่การบุกเบิกให้แบตเตอรี่ LFP ก้าวขึ้นเป็นเคมีแบตเตอรี่หลักสำหรับระบบกักเก็บพลังงาน การผลักดันมาตรฐานเซลล์กักเก็บพลังงานเฉพาะทางรุ่นแรกขนาด 280Ah และ 314Ah ไปจนถึงเซลล์รุ่นที่สองขนาด 587Ah และล่าสุดกับการเปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่ผ่านการพิสูจน์จากการใช้งานจริงในภาคสนาม ทุกการเปลี่ยนผ่านมาตรฐานที่ CATL ผลักดัน ล้วนช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งขั้น
การเปิดตัวระบบกักเก็บพลังงาน TENER Sodium ของ CATL ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ลิเทียมและโซเดียมจะร่วมกันเป็นสองเสาหลักสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานการกักเก็บพลังงานแห่งอนาคต รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลกไปอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ขณะที่ TENER Sodium เปิดตัวสู่ตลาดโลกและเดินหน้าสู่การส่งมอบในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง CATL และพันธมิตรทั่วโลกต่างกำลังร่วมกันเปลี่ยนวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์นี้ให้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ สร้างรากฐานด้านพลังงานที่มีเสถียรภาพ คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับอนาคตด้านพลังงานของโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- AI-Driven Building Intelligence and Regulatory Transformation Set to Reshape the Global Homes and Buildings Industry in 2026
- All in One, Beyond One: Sungrow launches Residential ESS PowerHarbor
- Dalian Hosts Ninth Summer Davos Meeting as City Advances Innovation and Industrial Transformation
- AEOCKY Launches Early Amazon Prime Day Deals With Up to 35% Savings on Its No.1 Best-Selling Dehumidifiers



