![]() |
กลุ่มศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลกเตรียมเปิดตัวนิทรรศการใหม่ ณ บ้านถาวรแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา โดยจะเปิดให้บริการในเมืองแอนะไฮม์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี 2573
แอนะไฮม์ แคลิฟอร์เนีย, 30 ต.ค. 2569 /PRNewswire/ — teamLab กลุ่มศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะระดับนานาชาติที่โด่งดังจากการสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงที่ผสานเส้นแบ่งระหว่างศิลปะ เทคโนโลยี ธรรมชาติ และประสบการณ์ของผู้มาเยือนเข้าด้วยกัน ได้ประกาศแผนในวันนี้ที่จะเปิดพิพิธภัณฑ์ถาวรแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่ OCVIBE โครงการย่านกีฬา ความบันเทิง และศิลปะขนาด 100 เอเคอร์ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ พิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะนี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 110,000 ตารางฟุต โดยได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับประสบการณ์ศิลปะเสมือนจริงของ teamLab พร้อมการออกแบบสถาปัตยกรรมโดย smith-clementi
“พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่แห่งแรกของ teamLab ในอเมริกาเหนือ ซึ่งตั้งอยู่ที่ OCVIBE ในเมืองแอนะไฮม์ Toshiyuki Inoko ผู้ก่อตั้ง teamLab กล่าว “สำหรับ teamLab แล้ว เราพยายามที่จะค้นหาว่าการรับรู้และการดำรงอยู่คืออะไรผ่านงานศิลปะ ผลงานศิลปะจะแปรเปลี่ยนไปตามการปรากฏตัวของผู้คน ซึ่งทำให้พวกเขาหลอมรวมกลายเป็นส่วนสำคัญของผลงานศิลปะนั้นเอง ผู้คนจะได้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์นี้ด้วยทั้งร่างกาย พร้อมกับก้าวข้ามพรมแดนระหว่างตนเอง ผลงานศิลปะ และโลกรอบตัว จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของความต่อเนื่องที่ไร้ขอบเขต”
“ผู้มาเยือนที่ OCVIBE ซึ่งเป็นศูนย์รวมของผู้คน และเป็นที่ที่กีฬา ดนตรี ตลอดจนวัฒนธรรมมาบรรจบกัน จะได้ร่วมแบ่งปันพื้นที่เดียวกัน รับรู้โลกในมุมมองใหม่ผ่านร่างกายของตน และแบ่งปันประสบการณ์นั้นร่วมกับผู้อื่น พวกเราที่นี่มุ่งมั่นที่จะเนรมิตประสบการณ์นี้ให้มีชีวิตขึ้นมา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เราเพียรพยายามสร้างสรรค์ผ่านงานศิลปะของเราอย่างต่อเนื่อง” Inoko กล่าวเสริม
พิพิธภัณฑ์ของ teamLab จะเป็นส่วนประกอบสำคัญของแผนแม่บทของ OCVIBE โดยจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผสมผสานที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งความบันเทิง ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ และพื้นที่สาธารณะ ซึ่ง OCVIBE ได้ทำให้ศิลปะกลายเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์ในย่านนี้ แทนที่จะมองว่าศิลปะเป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวก โดยถักทอศิลปะเข้ากับสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และพื้นที่สาธารณะที่ได้รับการออกแบบเพื่อกระตุ้นการสำรวจอย่างต่อเนื่อง และการเดินสัญจรกลางแจ้ง
“วิสัยทัศน์ของเราสำหรับ OCVIBE ตั้งแต่เริ่มต้นนั้น คือการสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นเพียงแหล่งรวมอาคารและสถานที่ต่างๆ เรากำลังสร้างย่านที่มีชีวิตชีวาและเชื่อมโยงถึงกัน ที่ซึ่งสถาปัตยกรรม พื้นที่สาธารณะ ศิลปะ และความบันเทิงมาบรรจบกัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเหนือกว่าการรวมกันของแต่ละส่วนประกอบ” Dan Young กรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาของ OCVIBE กล่าว “การนำ teamLab มาสู่ OCVIBE สะท้อนถึงความสำคัญที่เรามอบให้กับการบูรณาการศิลปะและวัฒนธรรมเข้าไว้ในแผนแม่บทของย่านแห่งนี้ สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้กับสิ่งที่ผู้คนจะได้สัมผัสในแอนะไฮม์ พร้อมทั้งช่วยขับเคลื่อนให้ OCVIBE กลายเป็นจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมสำหรับรัฐแคลิฟอร์เนียและสหรัฐอเมริกา”
การประกาศในวันนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างบ้านถาวรแห่งแรกในสหรัฐฯ ให้กับ teamLab ในแคลิฟอร์เนียเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้คนรักศิลปะทั่วสหรัฐอเมริกาได้เข้าถึงประสบการณ์ทางวัฒนธรรมอันล้ำสมัยได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอดีตมักจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ หรือรอชมนิทรรศการจัดแสดงชั่วคราว ณ สถาบันศิลปะและวัฒนธรรมชั้นนำระดับโลกเท่านั้น
ที่ OCVIBE นั้น teamLab จะเป็นส่วนหนึ่งของย่านที่มีชีวิตชีวาและเชื่อมโยงถึงกันอย่างสมบูรณ์ ซึ่งรวบรวมร้านอาหารชั้นเลิศที่รังสรรค์โดยเชฟ การแสดงดนตรีสดและความบันเทิง สวนสาธารณะและพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ แกลเลอรีศิลปะสาธารณะกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ตลอดจนโปรแกรมกิจกรรมที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี ซึ่งแทนที่จะเป็นการเข้าชมนิทรรศการแบบเดี่ยวๆ ผู้เข้าชมจะมีโอกาสได้สัมผัสกับ teamLab โดยเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวแบบเต็มวันหรือการเข้าพักผ่อนระยะยาวในแอนะไฮม์ และเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์อย่างเต็มรูปแบบแล้ว การผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะ วัฒนธรรม และความบันเทิงนี้ จะมอบเหตุผลให้ผู้มาเยือนได้ใช้เวลาอยู่นานขึ้น พร้อมกับสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวอันหลากหลายของแอนะไฮม์ และสนับสนุนธุรกิจต่างๆ ทั่วทั้งชุมชน
“การที่ teamLab เลือกแอนะไฮม์เป็นบ้านถาวรแห่งแรกในสหรัฐฯ ถือเป็นการตอกย้ำถึงทิศทางที่จุดหมายปลายทางของเรากำลังมุ่งไปได้อย่างทรงพลัง” Mike Waterman ประธานและซีอีโอของ Visit Anaheim กล่าว “แอนะไฮม์เป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมาเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่นอยู่เสมอ และ teamLab จะช่วยยกระดับเสน่ห์ดึงดูดใจของเราไปยังกลุ่มผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ จากทั่วทุกมุมโลก โดยประสบการณ์เช่นนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการพำนักที่ยาวนานขึ้น การกลับมาเยือนซ้ำ และการออกสำรวจทุกสิ่งที่แอนะไฮม์พร้อมมอบให้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
การออกแบบพื้นที่สำหรับ teamLab
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย smith-clementi ซึ่งเป็นผู้วางแผนแม่บทของ OCVIBE โดยมีแนวคิดให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์โดดเด่นดุจงานประติมากรรมใจกลางย่านนี้ ด้วยที่ตั้งอันเป็นจุดเชื่อมต่อหลัก ณ ปลายฝั่งหนึ่งของ OCVIBE และมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากทางหลวง ตัวอาคารจึงได้รับการออกแบบให้เผยเสน่ห์ในมุมมองที่แตกต่างกันออกไปเมื่อผู้มาเยือนเคลื่อนที่เข้าใกล้ และสัญจรไปรอบๆ ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถยนต์หรือการเดินเท้าก็ตาม และเนื่องจากแกลเลอรีศิลปะเสมือนจริงของพิพิธภัณฑ์จำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมที่ไร้หน้าต่างเป็นส่วนใหญ่ ทาง smith-clementi จึงมองว่าเปลือกนอกของอาคารเปรียบเสมือนเสื้อคลุมที่ส่องประกายระยิบระยับที่โอบอุ้มพื้นที่มืดมิดภายในไว้ พื้นผิวภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงธรรมชาติ ด้วยลวดลายที่ชวนให้นึกถึงเกล็ดและการเคลื่อนไหว ขณะที่พื้นผิวตอบสนองต่อแสงแดดที่แปรเปลี่ยนไป โดยจะเปลี่ยนเฉดสี และรูปลักษณ์อย่างนุ่มนวลตลอดทั้งวัน
งานออกแบบนี้ยังสร้างความสอดประสานอย่างตั้งใจกับศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง ARTIC (Anaheim Regional Transportation Intermodal Center) ที่อยู่ใกล้เคียง และภูมิทัศน์สวนสาธารณะของ OCVIBE อีกด้วย ซึ่งในขณะที่ ARTIC มีความโปร่งใสและสว่างไสวจากแสงไฟภายใน พิพิธภัณฑ์กลับได้รับการออกแบบให้เป็นภาพตรงกันข้าม นั่นคือการมีรูปทรงทึบตันที่เต็มไปด้วยสีสันและมีชีวิตชีวาในยามกลางวัน พร้อมเปิดทางให้โครงสร้างประดับไฟของ ARTIC โดดเด่นขึ้นมาหลังพลบค่ำ โดยเมื่อมองจากสวนสาธารณะและ ARTIC แล้ว ตัวพิพิธภัณฑ์จะทำหน้าที่เป็นฉากหลังทางประติมากรรมให้กับภูมิทัศน์ พร้อมขยายความรู้สึกของสวนให้ดูกว้างไกลขึ้น และสร้างเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นให้กับส่วนนี้ของ OCVIBE
“การออกแบบบ้านถาวรในสหรัฐฯ ให้กับ teamLab ทำให้เราได้คิดถึงอาคารแห่งนี้ในฐานะภาพสะท้อนของประสบการณ์เสมือนจริงของพวกเขา ซึ่งมักถ่ายทอดความงดงามของการเคลื่อนไหวในธรรมชาติ” Julie Smith-Clementi จาก smith-clementi กล่าว “ความรู้สึกของการแปรเปลี่ยนนั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับรูปลักษณ์ภายนอก เพราะในขณะที่ตัวอาคารจะตั้งอยู่นิ่งกับที่ แต่สภาพแวดล้อมยังคงสามารถนำมาใช้เป็นองค์ประกอบร่วมในการบอกเล่าเรื่องราวได้ อาคารนี้จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับทิศทาง หรือจังหวะความเร็วในการเคลื่อนที่เข้าใกล้ของคุณ ช่วงเวลาของวันหรือการเคลื่อนตัวของก้อนเมฆล้วนมีส่วนร่วมในการแต่งแต้มสีสันเหลือบประกายของเสื้อคลุมนี้ พร้อมกับเติมเต็มสิ่งที่คุณกำลังมองเห็นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราต้องการให้งานออกแบบเปิดพื้นที่ให้แก่จินตนาการและการค้นพบ และมอบสิ่งใหม่ๆ ให้กับทุกครั้งที่มาเยือนเฉกเช่นเดียวกับธรรมชาติ”
LPA กำลังทำงานร่วมกับ smith-clementi ในฐานะสถาปนิกผู้ดูแลโครงการ และกำลังทำงานร่วมกับ teamLab โดยตรงสำหรับนิทรรศการต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์ OCVIBE
การเปิดให้บริการระยะแรกของ OCVIBE ในปี 2570
OCVIBE จะต้อนรับผู้มาเยือนกลุ่มแรกในเดือนมีนาคม 2570 ด้วยการเปิดคอนเสิร์ตฮอลล์ความจุ 5,000 คน ตามมาด้วย Katella Commons ตลาดอาหารมาร์เก็ตฮอลล์ที่รังสรรค์โดยเชฟขนาด 50,000 ตารางฟุต หลังจากนั้นในปีเดียวกัน The Weave ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานเชิงพาณิชย์ของย่านนี้และเป็นที่ตั้งของผู้ให้บริการพื้นที่ทำงานร่วมกันอย่าง Kiln จะเปิดให้บริการพร้อมกับร้านอาหารในระยะแรก โปรแกรมศิลปะสาธารณะ และพื้นที่สาธารณะของย่านแห่งนี้
สำหรับรูปภาพ ภาพถ่าย ฟุตเทจวิดีโอ และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ OCVIBE โปรดเยี่ยมชม OCVIBE Media Center
ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน:
teamLab: [email protected]
OCVIBE: Jessica Scaperotti/Erika Muir, [email protected]
The Syndicate: Jeff Kilgour, [email protected]
Orchestra: Jamie Bricmont, [email protected]
เกี่ยวกับ OCVIBE
OCVIBE เป็นโครงการย่านแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใจกลางออเรนจ์เคาน์ตี รัฐแคลิฟอร์เนีย โครงการ OCVIBE จะเปลี่ยนพื้นที่ 100 เอเคอร์ของแอนะไฮม์ให้กลายเป็นชุมชนที่เข้าถึงได้ง่าย และสามารถเดินสัญจรได้ด้วยการลงทุนจากภาคเอกชนมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโดย Samueli Family พร้อมทั้งพลิกโฉมพื้นที่รอบ Honda Center ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่มีชีวิตชีวาตลอดทั้งปี ระยะแรกของ OCVIBE จะเริ่มเปิดให้บริการแก่สาธารณชนในต้นปี 2570 ซึ่งประกอบด้วยคอนเสิร์ตฮอลล์ พลาซ่าสาธารณะ มาร์เก็ตฮอลล์ Katella Commons และพื้นที่สำนักงานแห่งใหม่ที่ The Weave อาคารสำนักงานโครงสร้างไม้แปรรูปขนาดใหญ่แห่งแรกของเคาน์ตีในการพัฒนาแบบมิกซ์ยูส และเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์อย่างเต็มรูปแบบในปี 2576 ชุมชนแห่งใหม่นี้จะมอบพื้นที่เปิดโล่งขนาด 20 เอเคอร์ให้กับแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ควบคู่ไปกับเส้นทางเดินเชื่อมต่อกันระยะทาง 3 ไมล์ ที่พักอาศัยมากกว่า 2,000 ยูนิต ประสบการณ์ร้านอาหารแห่งใหม่กว่า 35 แห่ง และสถานที่จัดงานบันเทิงอันทันสมัยถึง 3 แห่ง การพัฒนา OCVIBE ถือเป็นหนึ่งในการลงทุนของภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ และให้คำมั่นสัญญาที่จะมอบประสบการณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกอันเหนือระดับให้กับผู้มาเยือนและผู้อยู่อาศัย
เกี่ยวกับ teamLab
teamLab (ก่อตั้งเมื่อปี 2544) เป็นกลุ่มศิลปินระดับนานาชาติที่มุ่งสำรวจจุดบรรจบของศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโลกธรรมชาติ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญสหวิทยาการนี้ประกอบด้วยศิลปิน โปรแกรมเมอร์ วิศวกร แอนิเมเตอร์ CG นักคณิตศาสตร์ และสถาปนิก ซึ่งมุ่งค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวตนกับโลก รวมถึงรูปแบบการรับรู้ใหม่ๆ ผ่านการสร้างสรรค์งานศิลปะ ผู้คนมักแบ่งแยกสิ่งต่างๆ ออกเป็นตัวตนอิสระที่มีขอบเขตคั่นระหว่างกันเพื่อทำความเข้าใจโลกรอบตัว และ teamLab มุ่งหวังที่จะก้าวข้ามพรมแดนเหล่านี้ในการรับรู้ของเราที่มีต่อโลก ต่อความสัมพันธ์ระหว่างตัวตนกับโลก และต่อความต่อเนื่องของกาลเวลา เพราะทุกสิ่งล้วนดำรงอยู่ในความต่อเนื่องอันยาวนาน เปราะบาง ทว่าน่าอัศจรรย์ใจและไร้ซึ่งพรมแดน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- OCVIBE TO WELCOME TEAMLAB’S FIRST U.S. MUSEUM TO SOUTHERN CALIFORNIA
- CloudKeeper Makes AI/LLM Cost Tracking Easier for Businesses with Full Stack FinOps for AI
- Sonilo and Musical AI Partner to Ensure AI Music Empowers Creators and Rewards Rights Holders
- FP Markets: A Democratic sweep is the market’s base case


