Skip to content
Home » News » รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารมาเลเซียขึ้นเวทีใหญ่ ชี้การเติบโตด้าน AI ของมาเลเซียต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชาญฉลาด และมุ่งเน้นการใช้งานจริง

รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารมาเลเซียขึ้นเวทีใหญ่ ชี้การเติบโตด้าน AI ของมาเลเซียต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชาญฉลาด และมุ่งเน้นการใช้งานจริง

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย, 11 ก.ย. 2569 /PRNewswire/ — Dato’ Seri Fahmi Fadzil รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารมาเลเซีย เปิดเผยว่า มาเลเซียจำเป็นต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและขีดความสามารถในการประมวลผลที่กำลังเติบโต ให้กลายเป็นศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สร้างมูลค่าได้จริงในทางปฏิบัติครอบคลุมทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ พร้อมดูแลให้การเติบโตของ AI เป็นไปอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ

Minister of Communications, YB Dato’ Seri Fahmi Fadzil (centre) officiating the inaugural WAIC CONNECT Malaysia 2026, with him are (L to R), Honorary President of the Malaysia-China Chamber of Commerce & President of the Malaysia-China Friendship Association, YBhg. Dato’ Abdul Majid Ahmad Khan; Managing Director of MCMC, Abdul Karim Fakir Ali; Ambassador of the People's Republic of China to Malaysia, H.E. Ouyang Yujing; President of Huawei APAC, Terry He; President, Marketing & Solution Sales Dept of Huawei APAC, Tao Jing; and CEO of Huawei Malaysia, Simon Sun.
Minister of Communications, YB Dato’ Seri Fahmi Fadzil (centre) officiating the inaugural WAIC CONNECT Malaysia 2026, with him are (L to R), Honorary President of the Malaysia-China Chamber of Commerce & President of the Malaysia-China Friendship Association, YBhg. Dato’ Abdul Majid Ahmad Khan; Managing Director of MCMC, Abdul Karim Fakir Ali; Ambassador of the People’s Republic of China to Malaysia, H.E. Ouyang Yujing; President of Huawei APAC, Terry He; President, Marketing & Solution Sales Dept of Huawei APAC, Tao Jing; and CEO of Huawei Malaysia, Simon Sun.

รัฐมนตรีฯ กล่าวในระหว่างปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดงาน WAIC CONNECT Malaysia 2026 ว่า “ความแตกต่างที่เราต้องมองให้ออกในขณะนี้ คือระหว่างการมีเพียงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล กับการเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา ติดตั้ง และประยุกต์ใช้ AI ซึ่งหมายถึงการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ เสริมความแข็งแกร่งให้กับการผลิตขั้นสูงและระบบโลจิสติกส์ ยกระดับซัพพลายเชน พัฒนาการบริการสุขภาพ สนับสนุนภาคเกษตรกรรม และมอบบริการสาธารณะที่ดีขึ้น”

รัฐมนตรีฯ กล่าวเสริมว่า “ความก้าวหน้าของเรานั้นไม่ควรวัดกันเพียงศักยภาพในการประมวลผลเท่านั้น แต่ควรมองที่มูลค่าทางเศรษฐกิจและโอกาสที่เราสร้างขึ้นจากศักยภาพดังกล่าว สิ่งนี้คือความทะเยอทะยานเบื้องหลังแผนปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2569-2573 หรือ AI Nation 2030 ของรัฐบาล โดยเราตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขึ้นอีก 0.8 ถึง 1.2 จุดเปอร์เซ็นต์ต่อปี คิดเป็นมูลค่าราว 1.3 หมื่นล้าน ถึง 2 หมื่นล้านริงกิตต่อปี พร้อมทั้งมุ่งสร้างงานใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ AI รวม 300,000 ถึง 500,000 ตำแหน่ง”

พร้อมกันนี้ เขายังแสดงความหวังว่า การประชุมครั้งนี้จะช่วยฉายภาพให้เห็นประเด็นสำคัญที่ต้องเอาใจใส่มากขึ้น เมื่อการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงการสร้างหลักประกันว่าการเติบโตของ AI จะช่วยเปิดโอกาสให้แก่คนรุ่นใหม่และสนับสนุนการจ้างงาน

นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ ยังได้กล่าวถึงบทบาทของ Huawei Technologies (Malaysia) Sdn Bhd หรือ Huawei Malaysia ในการสนับสนุนงานนี้ พร้อมแสดงความยินดีต่อเป้าหมายของ Huawei ในการปั้นบุคลากรด้าน AI ชาวมาเลเซียจำนวน 30,000 คน และพัฒนาพันธมิตร AI ในท้องถิ่นอีก 200 รายในช่วง 3 ปีข้างหน้า ผ่านกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม การถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนความร่วมมือด้านคลาวด์และ AI

นอกเหนือจากพัฒนาการของมาเลเซียในด้าน AI แล้ว ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของจีนในด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะก็นับเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่สะท้อนให้เห็นถึงการนำ AI ไปต่อยอดจริงอย่างเป็นรูปธรรมในวงกว้าง

ฯพณฯ Ouyang Yujing เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำมาเลเซีย กล่าวในสุนทรพจน์ว่า “ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จีนได้ส่งออกหุ่นยนต์ไบโอนิกอัจฉริยะกว่า 10,000 ตัวไปยังกว่า 90 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะของจีนกำลังนำพาความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนมาสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ”

ท่านเอกอัครราชทูตฯ กล่าวว่า “การที่บริษัทเทคโนโลยีล้ำสมัยของจีนร่วมลงทุนอย่างมหาศาลในอุตสาหกรรม AI และโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลของมาเลเซีย ประกอบกับการที่มหาวิทยาลัยของทั้งสองประเทศเร่งส่งเสริมความร่วมมือด้านนวัตกรรมในสาขาล้ำยุคอย่าง AI และวิศวกรรมขั้นสูง ทำให้ AI กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกลไกการเติบโตรอบใหม่ที่เข้ามาขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างจีนกับมาเลเซีย”

ด้านคุณ Terry He ประธาน Huawei ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ Huawei APAC เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางอนาคตยุคอัจฉริยะ โดยความหลากหลายทางภาษา วัฒนธรรม อุตสาหกรรม และความต้องการด้านการพัฒนาของภูมิภาคนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนา AI ให้สอดรับกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น

คุณ Terry กล่าวว่า “มาเลเซียถือเป็นประเทศที่โดดเด่นอย่างยิ่งในเอเชียแปซิฟิก ในเชิงภูมิศาสตร์นั้น มาเลเซียตั้งอยู่บนจุดเชื่อมตะวันออกกับตะวันตก โดยมีสายเคเบิลใต้ทะเลระดับโลกเชื่อมโยงเครือข่ายเข้าด้วยกัน ส่วนในด้านกำลังการประมวลผล รัฐยะโฮร์ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแหล่งรวมศูนย์ข้อมูล AI ที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และในด้านพลังงาน มาเลเซียมีอัตราค่าไฟฟ้าที่แข่งขันได้และเป็นพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านความร่วมมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ผลิตพลังงานใช้เองให้กับแคมปัส AI ทั้งนี้ มาเลเซียใกล้ที่จะได้รองรับศูนย์ข้อมูลราว 2 ใน 3 ของทั้งอาเซียนภายในปี 2578 เราเชื่อว่าความได้เปรียบเหล่านี้จะทำให้มาเลเซียมีความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะไม่เป็นเพียงแค่ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังพร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ระดับภูมิภาคที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนา AI ทั่วทั้งภูมิภาคนี้”

คุณ Terry ยังย้ำด้วยว่า “สำหรับอนาคตข้างหน้านั้น Huawei จะยังคงมุ่งมั่นมีส่วนร่วมใน 3 ด้านหลัก ประการแรก คือการเสริมสร้างรากฐานสู่ยุคอัจฉริยะให้แข็งแกร่ง โดยเราจะจับมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้มั่นคงปลอดภัย ยืดหยุ่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งระบบการเชื่อมต่อ การประมวลผล คลาวด์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และพลังงานสะอาด ประการที่สอง คือการเร่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม โดยนำ AI เข้าไปเสริมศักยภาพในภาคส่วนสำคัญ อาทิ โทรคมนาคม บริการสาธารณะ การเงิน การแพทย์ การศึกษา รวมถึงกลุ่ม SME เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าที่จับต้องได้ให้แก่สังคม และประการที่สาม คือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เปิดกว้างและเชื่อถือได้ โดยเราจะเชื่อมโยงศักยภาพระดับโลกเข้ากับนวัตกรรมในท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนพันธมิตร นักพัฒนา และสตาร์ตอัปในมาเลเซีย ตลอดจนร่วมผลักดันการพัฒนาบุคลากรด้าน AI การใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ปลอดภัย เพื่อนำโซลูชัน AI ที่ Made by Malaysia (คิดค้นโดยมาเลเซีย) ก้าวออกสู่ตลาดอาเซียนและเวทีโลก”

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นคุณ Kang Kai ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท Shanghai DLG WAIC Gravitational Co Ltd, คุณ Simon Sun ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Huawei Technologies (Malaysia) Sdn Bhd (Huawei Malaysia), Yang Berbahagia Dato’ Abdul Majid Ahmad Khan ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้ามาเลเซีย-จีน และนายกสมาคมมิตรภาพมาเลเซีย-จีน ตลอดจนคุณ Abdul Karim Fakir Ali กรรมการผู้จัดการสำนักงานคณะกรรมการการสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย (MCMC)

สำหรับงาน WAIC Connect Malaysia 2026 นับเป็นเวทีระดับนานาชาติที่ขยายผลมาจากมหกรรมอุตสาหกรรม AI ระดับเรือธงของจีนอย่าง World Artificial Intelligence Conference (WAIC) โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ถึง 8 กันยายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุม Kuala Lumpur Convention Centre ซึ่งได้รวบรวมเหล่าบริษัทเทคโนโลยี AI ภาคธุรกิจ และพันธมิตรในระบบนิเวศทั้งจากจีน มาเลเซีย และประเทศในภูมิภาคอาเซียน มาร่วมจัดแสดงและแลกเปลี่ยนมุมมองภายใต้แนวคิด “Innovating for a Green and Intelligent Malaysia” (ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อมาเลเซียที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม)

ผู้ร่วมงานในครั้งนี้มีทั้งตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย (MCMC) สถาบันพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งมาเลเซีย (MDEC) ผู้บริหารจาก Huawei APAC และ Huawei Malaysia ร่วมด้วยกลุ่มผู้ประกอบการ AI จากจีน พันธมิตรในระบบนิเวศกว่า 80 ราย และเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอีกกว่า 1,000 คนจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

งานประชุมระยะเวลา 2 วันนี้ ประกอบด้วยการประชุมหลัก การเสวนาย่อย กิจกรรมสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนนอกสถานที่อย่าง WAIC City Walk และการจัดแสดงนิทรรศการที่นำเสนอผลงานรวมกว่า 40 จุด

ปัจจุบัน มาเลเซียกำลังก้าวข้ามจากช่วงวางรากฐาน AI ไปสู่การนำศักยภาพเหล่านี้ไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และภาคสังคม ซึ่งภายใต้บริบทนี้ งาน WAIC Connect Malaysia จึงถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับมาเลเซีย จีน และภูมิภาคอาเซียนในการแบ่งปันประสบการณ์ ผนึกกำลังความร่วมมือ และเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาและนำเทคโนโลยี AI ไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม

 

 

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →