

กรุงเทพฯ สิงหาคม 2569 —เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะผู้แทนธุรกิจแฟชั่นและความงามจีนในประเทศไทย ซึ่งจัดโดยสหพันธ์โลจิสติกส์และการจัดซื้อแห่งประเทศจีน ได้เดินทางเยือนประเทศไทย โดยมีผู้แทนบริษัทชั้นนำจากประเทศจีนในกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้า เครื่องสำอางและความงาม รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค เข้าร่วมจำนวน 20 บริษัท
การลงพื้นที่เยี่ยมชมครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์ อีคอมเมิร์ซ และห่วงโซ่อุปทานด้านโลจิสติกส์ในประเทศไทย โดยเน้นทำความเข้าใจประเด็นสำคัญสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดไทย ตั้งแต่ช่องทางการจัดจำหน่าย การบริหารคลังสินค้าและการจัดการคำสั่งซื้อ ไปจนถึงการขนส่งและการจัดส่งระยะสุดท้าย
ในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรชั้นนำในประเทศไทย J&T Express ได้ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานในครั้งนี้ โดยคณะได้เยี่ยมชม Fastock คลังสินค้าอัจฉริยะ ศูนย์คัดแยกและกระจายสินค้าของ J&T Express จุดให้บริการด้วยระบบอัตโนมัติ และศูนย์จัดส่งบริการ Same Day ตามลำดับ เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการตั้งแต่การคัดแยกพัสดุ การบริหารจัดการคลังสินค้า การจัดการคำสั่งซื้อ ไปจนถึงการจัดส่งระยะสุดท้าย เมื่อสินค้าหนึ่งชิ้นเข้าสู่ตลาดประเทศไทยแล้ว สามารถผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์ในประเทศเพื่อจัดเก็บ หมุนเวียน และส่งมอบถึงผู้บริโภคได้อย่างไร
ในส่วนของการคัดแยกและคลังสินค้า คณะให้ความสนใจกับระบบคัดแยกอัตโนมัติ ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าแบบดิจิทัล และกระบวนการดำเนินการตามคำสั่งซื้อ โดย J&T Express ได้นำเทคโนโลยีอัตโนมัติ ระบบอัจฉริยะ และรูปแบบการดำเนินงานใหม่ ๆ มาใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพัสดุและขีดความสามารถด้านคลังสินค้าและการจัดส่ง พร้อมต่อยอดศักยภาพดังกล่าวไปยังจุดให้บริการและการจัดส่งปลายทาง เพื่อสนับสนุนการยกระดับระบบโลจิสติกส์ของไทยในด้านการนำระบบอัตโนมัติมาใช้และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล

ในระหว่างการเยี่ยมชม ทีมงาน J&T Express ประเทศไทยได้แนะนำพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทในประเทศไทย การวางระบบเครือข่าย ตลอดจนรูปแบบการดำเนินงานในท้องถิ่น พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการด้านโลจิสติกส์ของธุรกิจเสื้อผ้า โดยอ้างอิงจากกรณีศึกษาของลูกค้าในอุตสาหกรรมดังกล่าวที่ใช้บริการของ J&T Express
สำหรับธุรกิจเสื้อผ้าและความงาม ความต้องการด้านโลจิสติกส์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน โดยธุรกิจเสื้อผ้ามักมีรหัสเฉพาะของสินค้าแต่ละแบบ (SKU) จำนวนมาก การเปลี่ยนแปลงของจังหวะการขายที่รวดเร็ว และการคืนหรือเปลี่ยนสินค้าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ขณะที่ธุรกิจความงามให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์ และความรวดเร็วในการจัดส่ง เมื่อเข้าสู่ตลาดใหม่ ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อกระบวนการจัดเก็บสินค้า การจัดการคำสั่งซื้อ และการจัดส่งในระยะสุดท้าย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่แบรนด์ใช้ประเมินความพร้อมของระบบห่วงโซ่อุปทานในแต่ละประเทศ
นอกเหนือจากการเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของ J&T Express แล้ว การเยี่ยมชมในครั้งนี้ยังครอบคลุมถึงการศึกษาตลาดท้องถิ่นของประเทศไทย โดย J&T Express ได้นำคณะตัวแทนเยี่ยมชมบริษัทเสื้อผ้า ธุรกิจค้าปลีกเชิงพาณิชย์ และแบรนด์ความงามในท้องถิ่นหลายแห่ง พร้อมทั้งเชิญผู้แทนจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและผู้รับผิดชอบด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะตัวแทนเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคออนไลน์ การดำเนินงานบนแพลตฟอร์ม และสถานการณ์ด้านการตลาดดิจิทัลในประเทศไทย

คณะผู้แทนที่ร่วมเยี่ยมชมครั้งนี้ มีประสบการณ์การดำเนินธุรกิจในตลาดจีนอย่างแข็งแกร่งอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การพิจารณาขยายการลงทุนมายังประเทศไทยไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกับขนาดของตลาดหรือโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงความสามารถของช่องทางการขาย ระบบคลังสินค้า ความสามารถในการรองรับคำสั่งซื้อจากอีคอมเมิร์ซ และประสิทธิภาพในการจัดส่ง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินศักยภาพของตลาดไทย
ผู้แทนจากหลายบริษัทได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกในประเด็นต่าง ๆ อาทิ แนวทางการเข้าสู่ตลาดไทย ต้นทุนการดำเนินงานในประเทศ การเลือกช่องทางการจำหน่าย และการวางระบบห่วงโซ่อุปทานร่วมกับ J&T Express และหน่วยงานหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย โดยข้อมูลจากการศึกษาทั้งในภาคการค้าปลีก อีคอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์ ช่วยให้แต่ละบริษัทนำไปประกอบการวางแผนขยายตลาดและตัดสินใจลงทุนในประเทศไทยให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจของตนเอง
ท่ามกลางแนวโน้มที่แบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคจากจีนให้ความสำคัญกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นในฐานะตลาดเติบโตสำคัญ ประเทศไทยจึงกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น จากเดิมที่หลายแบรนด์พึ่งพาการขายข้ามพรมแดนเป็นหลัก ปัจจุบันมีแบรนด์จำนวนมากขึ้นที่เริ่มพิจารณาการจัดเก็บสินค้าคงคลังในท้องถิ่น การจัดการคำสั่งซื้อภายในประเทศ และการดำเนินธุรกิจในตลาดไทยอย่างจริงจัง ทำให้ระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่ต้องประเมินก่อนเข้าสู่ตลาด
สำหรับประเทศไทย ระบบค้าปลีกที่มีความพร้อม ระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซที่เติบโต และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดบริษัทต่างชาติให้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศ การเปิดพื้นที่ให้คณะเยี่ยมชมเครือข่ายโลจิสติกส์ในระดับต่าง ๆ ของ J&T Express ในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพด้านการดำเนินงานและเทคโนโลยีที่บริษัทได้พัฒนาสะสมในประเทศไทย แต่ยังช่วยให้คณะผู้แทนมองเห็นความพร้อมของระบบห่วงโซ่อุปทานในประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม และใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินตลาดไทยและการวางแผนดำเนินธุรกิจในอนาคต
————–
เกี่ยวกับ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (HKEX: 1519) เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ระดับโลก ทำธุรกิจให้บริการขนส่งพัสดุด่วน ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้รับความนิยมเป็นอย่างดีในเอเชียตะวันออกเอียงใต้และจีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 ปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 13 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียตนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย กัมพูชา สิงคโปร์ จีน ชาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เม็กซิโก บราชิล และอียิปต์ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ยึดมั่นในพันธกิจ “มุ่งเน้นที่ลูกค้า โดยมีประสิทธิภาพเป็นรากฐาน” โดยมุ่งให้บริการด้วยโซลูซันโลจิสติกส์แบบครบวงจร ผ่านโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายโลจิสติกส์ดิจิทัลที่มีความชาญฉลาด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและคุณประโยชน์ทางโลจิสติกส์สู่สังคมโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ซื้อได้เลยวันนี้ Galaxy S26 FE เรือธงรุ่นล่าสุด ทนทาน กันรอย 4 เท่า[1] มั่นใจใช้ยาว 7 ปี กับโปรแรงช่วงเปิดตัวลดสูงสุด 9,590 บาท พร้อมฟรีประกันกระจกหน้า-หลัง 1 ปี*
- เสียวหมี่เปิดตัว REDMI Note 17 Series ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ยาวนานด้วยคุณภาพที่แกร่งเต็ม Max จาก REDMI
- เสียวหมี่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AIoT รุ่นใหม่ ที่จะมายกระดับสมาร์ทไลฟ์ให้สะดวกสบายยิ่งกว่าที่เคย
- ซัมซุงเปิดตัว Galaxy S26 FE ทนทาน กันรอย 4 เท่า[1] มอบประสบการณ์เรือธงใหม่ ที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด