Galaxy Campus โดดเด่นด้วยอาคารศูนย์ข้อมูล AI เดี่ยวขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยผสานพลังงานหมุนเวียน ระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ และระบบประมวลผลความหนาแน่นสูงเข้าไว้ด้วยกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
อูหลานฉาปู้, จีน, 6 ส.ค. 2569 /PRNewswire/ — Envision ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสีเขียว ประกาศเปิดตัว Envision Galaxy Campus ในเมืองอูหลานฉาปู้ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน อย่างเป็นทางการในวันนี้ ซึ่งนับเป็นศูนย์โครงสร้างพื้นฐาน AI ยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเร่งนำระบบปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในวงกว้าง ตัวศูนย์ฯ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนโดยตรง และรองรับการขยายกำลังการผลิตได้สูงกว่า 2GW นับเป็นการนำเสนอแนวทางใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของ AI ในด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
หัวใจสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวติ้ง AI ขนาด 120,000 ตารางเมตร หรือใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอลมาตรฐานถึง 20 สนาม โดยเมื่อเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบแล้ว ศูนย์แห่งนี้ได้รับการออกแบบมาให้สร้างโทเค็นได้สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมภายในอาคารเดี่ยวหลังเดียว ด้วยการสนับสนุนจากพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนที่เชื่อมต่อโดยตรง ร่วมกับระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะพลัง AI อันเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ Envision
เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเต็มโครงการ ศูนย์แห่งนี้ได้รับการออกแบบมาให้รองรับขีดความสามารถในการประมวลผล AI สูงสุดถึง 1 ล้าน PFLOPS และรองรับตัวเร่งความเร็วการประมวลผล AI ได้มากถึง 1 ล้านตัว นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความหนาแน่นของการประมวลผลสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI
“การรองรับตัวเร่งความเร็วการประมวลผลได้ถึงหนึ่งล้านตัวนั้น จำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการพลังงาน AI ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งผสานรวมทั้งการผลิตพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานระบบส่งจ่ายไฟฟ้าเฉพาะทาง และระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ เพื่อจ่ายพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพและต้นทุนต่ำ” คุณ Ricky Zheng ผู้จัดการทั่วไปฝ่าย AIDC (ศูนย์ข้อมูล AI) ของ Envision กล่าว “สิ่งนี้ช่วยให้ศูนย์แห่งนี้มอบผลลัพธ์การประมวลผลต่อตารางเมตรได้สูงกว่าศูนย์ข้อมูลแบบเดิมถึง 10 เท่า”
นอกจากเรื่องพลังงานแล้ว Envision Galaxy Campus ยังตอบโจทย์อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับระบบประมวลผลขนาดใหญ่ นั่นคือระบบการเชื่อมต่อที่มีค่าความหน่วงต่ำ โดยศักยภาพของอูหลานฉาปู้ในฐานะศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลนั้น ช่วยให้เครือข่ายมีประสิทธิภาพสูงเพียงพอที่จะรองรับคลัสเตอร์ AI ที่มีตัวเร่งความเร็วการประมวลผลรวมกันหลายแสนตัว
ขณะเดียวกัน ทรัพยากรลมและแสงอาทิตย์อันอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ยังช่วยเสริมศักยภาพได้อย่างลงตัว โดย Envision ผสานรวมแหล่งพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานระบบส่งจ่ายไฟฟ้า และระบบบริหารจัดการพลังงานที่เสริมศักยภาพด้วย AI เพื่อสร้างโมเดลต้นแบบใหม่สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับกิกะวัตต์ ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง
“ก้าวถัดไปของ AI คือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน” คุณ Zheng กล่าวเสริม “เมื่อโมเดล AI มีขนาดใหญ่ขึ้นและต้องการพลังประมวลผลสูงขึ้น ปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดหลัก ๆ จึงกลายเป็นเรื่องของความพร้อมด้านพลังงาน ประสิทธิภาพของระบบเครือข่าย และความคุ้มค่าในการใช้พลังงาน ซึ่ง Envision Galaxy Campus ผสานรวมทั้งด้านพลังงาน ระบบเครือข่าย และโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพเข้าไว้ด้วยกันในขอบเขตที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อช่วยให้กลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์ บริษัทเทคโนโลยี และผู้พัฒนานวัตกรรม AI สามารถติดตั้งและขยายการประมวลผล AI ยุคใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ”
ทั้งนี้ Galaxy Campus ถือเป็นโครงการเรือธงแรกภายใต้โครงการริเริ่มระดับโลกของ Envision อย่าง Mission Gobi ซึ่งได้เปิดตัวไปในงาน VivaTech ณ กรุงปารีส เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 โดยโครงการนี้ตั้งเป้าสร้างขีดความสามารถในการประมวลผล AI ด้วยพลังงานสะอาดให้ได้ 5GW ในพื้นที่ทะเลทรายและภูมิภาคแห้งแล้งทั่วโลกภายในปี 2573
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Global Times: SAIC-GM’s 20-year renewal highlights China’s key role in auto innovation and global growth
- รถแทรกเตอร์ไฮบริด Zoomlion DV3504 เข้ารอบชิงชนะเลิศ 2 สาขาในเวที TOTY 2027 พร้อมแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญของเครื่องจักรการเกษตรสมรรถนะสูงของจีน
- Huawei ได้รับการแต่งตั้งเป็น Event Partner ของงาน GSMA M360 ASEAN 2026
- AXA XL to acquire S-RM, a global corporate intelligence and cyber security consultancy