Skip to content
Home » News » เผยรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก

เผยรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก

ความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ และยุโรปกำลังเผชิญความท้าทาย ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นจากเอเชียและตะวันออกกลาง

#QSWUR 

ลอนดอน, 18 มิถุนายน 2569 /PRNewswire/ — ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับโลก QS Quacquarelli Symonds ได้เผยแพร่การจัดอันดับ QS World University Rankings ประจำปี 2570

ทั้งนี้ MIT ยังคงครองตำแหน่งมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลกได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ติดต่อกัน ขณะที่ Imperial College London ยังคงรักษาอันดับ 2 โดยครองอันดับร่วมกับ Stanford University ซึ่งขยับขึ้นจากอันดับ 3 ในปีก่อน ส่วน University of Oxford และ Harvard University อยู่ในอันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ

การจัดอันดับในปีนี้ครอบคลุมมหาวิทยาลัยมากกว่า 1,500 แห่ง จาก 106 ระบบการอุดมศึกษาทั่วโลก โดยสหรัฐอเมริกามีสถาบันที่ได้รับการจัดอันดับมากที่สุดจำนวน 184 แห่ง ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร 93 แห่ง และจีนแผ่นดินใหญ่ 85 แห่ง

20 อันดับแรก

ปี 2570

ปี 2569

1

1

MIT 

สหรัฐฯ 

2

3

Stanford University 

สหรัฐฯ 

2

2

Imperial College London 

สหราชอาณาจักร 

4

4

University of Oxford 

สหราชอาณาจักร 

5

5

Harvard University 

สหรัฐฯ 

6

6

University of Cambridge 

สหราชอาณาจักร

7

10

California Institute of Technology

สหรัฐฯ

8

9

UCL 

สหราชอาณาจักร 

8

7

ETH Zurich 

สวิตเซอร์แลนด์ 

10

8

National University of Singapore 

สิงคโปร์ 

 

Ben Sowter รองประธานอาวุโสของ QS กล่าวว่า “การจัดอันดับ QS World University Rankings ทำหน้าที่เป็นมาตรฐานอ้างอิงด้านผลการดำเนินงานของสถาบันศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจของผู้คนทั่วโลก

“สหรัฐอเมริกายังคงเป็นผู้นำด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาของโลก อย่างไรก็ตาม ภูมิทัศน์ของวงการนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากสถาบันการศึกษาในเอเชียและตะวันออกกลางสามารถต่อยอดการลงทุนมูลค่าสูงให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและวัดผลได้

“สำหรับยุโรป ภาพรวมมีความหลากหลาย โดยระบบอุดมศึกษาที่กำลังพัฒนาเติบโตสามารถยกระดับสถานะและความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนด้านงบประมาณในระยะยาวและนโยบายส่งเสริมนวัตกรรม ขณะที่บางประเทศกลับเริ่มเผชิญสัญญาณของการชะลอตัว” 

ประเด็นสำคัญ

•  สหรัฐฯ: California Institute of Technology (Caltech) สามารถทำอันดับได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 ขณะที่ Yale University (อันดับ 16) และ Johns Hopkins University (อันดับ 20) กลับเข้าสู่กลุ่ม 20 อันดับสูงสุด (Top-20) ได้อีกครั้ง โดย Harvard University เป็นผู้นำโลกใน 4 ตัวชี้วัด

•  สหราชอาณาจักร: เป็นผู้นำด้านการวิจัยระดับนานาชาติ และมีมหาวิทยาลัย 5 แห่งทำอันดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ 43% จะมีอันดับลดลง

•  จีนแผ่นดินใหญ่ยังสามารถไต่อันดับได้อย่างต่อเนื่อง – มหาวิทยาลัย 72% มีอันดับสูงขึ้น และมีมหาวิทยาลัยหน้าใหม่เข้าสู่การจัดอันดับอีก 13 แห่ง ส่วน Peking University ที่อยู่ในอันดับ 13 เป็นสถาบันที่มีอันดับสูงสุดของประเทศ

•  เขตบริหารพิเศษฮ่องกง: เป็นภูมิภาคที่มีพัฒนาการโดดเด่นที่สุดในเอเชีย โดย 78% ของมหาวิทยาลัยมีอันดับดีขึ้น Chinese University of Hong Kong (CUHK) ซึ่งอยู่ในอันดับ 18 ก้าวขึ้นมาติดกลุ่ม 20 อันดับสูงสุดร่วมกับ University of Hong Kong (HKU) ที่อยู่อันดับ 11

•  ออสเตรเลีย: มหาวิทยาลัย 58% มีอันดับสูงขึ้น โดย University of New South Wales (UNSW) ขึ้นสู่อันดับ 19 และก้าวขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศได้เป็นครั้งแรก

•  ยุโรป: อิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพัฒนาการโดดเด่นที่สุดของยุโรป โดย 56% ของมหาวิทยาลัยมีอันดับสูงขึ้น นำโดย Politecnico di Milano ที่ขยับขึ้นสู่อันดับ 87 ขณะที่เยอรมนีและสเปนมีมหาวิทยาลัยเข้าสู่การจัดอันดับเพิ่มขึ้น 11 และ 10 แห่งตามลำดับ โดย Technical University of Munich (อันดับ 25) และ Université PSL (อันดับ 34) เป็นสถาบันที่มีอันดับสูงสุดในสหภาพยุโรป

•  กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับมีมหาวิทยาลัยที่สร้างสถิติใหม่หลายแห่ง โดยสถาบัน King Fahd University of Petroleum and Minerals (KFUPM) ของซาอุดีอาระเบีย อยู่อันดับ 63 และ King Saud University อยู่อันดับ 107 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ของทั้งสองสถาบัน เช่นเดียวกับ Qatar University (อันดับ 109) และ Khalifa University ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (อันดับ 147)

•  ลาตินอเมริกายังคงมีแนวโน้มถดถอยต่อไป โดย Universidad de Buenos Aires (อันดับ 84) ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียวของภูมิภาคที่ติดอันดับ Top 100 ของโลก

•  แคนาดากำลังเผชิญแรงกดดัน โดย 66% ของมหาวิทยาลัยมีอันดับลดลง ขณะที่ McGill University ซึ่งอยู่อันดับ 30 ยังคงรักษาตำแหน่งมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศไว้ได้

•  แอฟริกา: University of Cape Town (อันดับ 184) ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดของทวีป แม้อันดับจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนก็ตาม

•  อินเดีย: Indian Institute of Technology Delhi (IIT Delhi) ขึ้นสู่อันดับ 118 ซึ่งเทียบเท่าอันดับสูงสุดที่ประเทศเคยทำได้ในการจัดอันดับนี้ ขณะเดียวกัน มีมหาวิทยาลัยอินเดียถึง 18 แห่งที่สามารถทำสถิติอันดับสูงสุดครั้งใหม่

สามารถอ่านข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มสำหรับการเผยแพร่ทั่วโลกได้ที่: Global420_WUR2027_EN_D1.0_E0.1_APPROVED_WB

 

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →