Skip to content
Home » News » มหาเศรษฐีกำลังย้ายถิ่นฐาน: ประเทศที่ได้ประโยชน์ ประเทศที่สูญเสีย และการแข่งขันระดับโลกเพื่อดึงดูดความมั่งคั่งในปี 2569

มหาเศรษฐีกำลังย้ายถิ่นฐาน: ประเทศที่ได้ประโยชน์ ประเทศที่สูญเสีย และการแข่งขันระดับโลกเพื่อดึงดูดความมั่งคั่งในปี 2569

ลอนดอน, 16 มิถุนายน 2569 /PRNewswire/ — สิงคโปร์ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ กรีซ ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ กำลังก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดที่สุดสำหรับผู้มีความมั่งคั่งสูงที่ต้องการย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศในปี 2569 ขณะที่สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส นอร์เวย์ และเกาหลีใต้ กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้านความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเหตุจากการปฏิรูปภาษี ความไม่แน่นอนทางการคลัง และการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายได้กระตุ้นให้บุคคลและครอบครัวผู้มั่งคั่งจำนวนมากหันกลับมาประเมินทางเลือกของตนใหม่อีกครั้ง

ในขณะเดียวกัน มีสองจุดเปลี่ยนสำคัญด้านการย้ายถิ่นฐานที่กำลังจะเข้ามาปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของความมั่งคั่งโลกในปีนี้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นทั้งตลาดความมั่งคั่งภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของโลกและแหล่งสร้างความมั่งคั่งรายใหม่ที่สำคัญ แต่กลับกำลังเผชิญกับความต้องการทางเลือกในการถือครองถิ่นพำนักและสัญชาติที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เมื่อชาวอเมริกันผู้มีฐานะจำนวนมากแสวงหาการกระจายความเสี่ยงไปยังต่างประเทศมากกว่าที่เคย และภูมิภาคอ่าวอาหรับ ซึ่งความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่กำลังทดสอบความแข็งแกร่งของศูนย์กลางความมั่งคั่งแห่งใหม่ในภูมิภาค โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของการย้ายถิ่นฐานของเศรษฐีตลอดสองปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้พำนักที่มีความคล่องตัวในการย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศเริ่มเข้าสู่การวางแผนสำรองเพื่อรับมือความไม่แน่นอนในระยะใหม่

ข้อมูลการค้นพบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประเด็นสำคัญในรายงาน Henley Private Wealth Migration Report 2026 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากแนวคิดการย้ายถิ่นฐานแบบดั้งเดิม ไปสู่การที่กลุ่มบุคคลผู้มั่งคั่งระดับสูงของโลกหันมาสร้าง “พอร์ตโฟลิโอแห่งอธิปไตย” (Sovereign Portfolio) โดยถือครองสิทธิพำนักอาศัย สัญชาติ การลงทุน และผลประโยชน์ทางธุรกิจในหลายประเทศและเขตอำนาจทางกฎหมายพร้อมกัน

ในช่วงเพียงห้าเดือนแรกของปี 2569 บริษัท Henley & Partners ได้รับคำขอจากผู้สมัคร 86 สัญชาติ ครอบคลุมโครงการย้ายถิ่นฐานผ่านการลงทุน 47 โครงการทั่วโลก โดยมากกว่า 28% ของผู้สมัครกำลังอาศัยอยู่ในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศสัญชาติของตน ซึ่งสะท้อนลักษณะสำคัญของภูมิทัศน์ความมั่งคั่งยุคใหม่ในปัจจุบัน นั่นคือ ผู้มีทรัพย์สินสุทธิสูง (HNWI) และครอบครัวของพวกเขากำลังจัดโครงสร้างการใช้ชีวิตของตนให้ครอบคลุมหลายประเทศและเขตอำนาจทางกฎหมาย มากกว่าผูกติดกับประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงแห่งเดียว

“ตลอดช่วงศตวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลส่วนใหญ่มักมองว่าประชาชนกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงสุดของตนเป็นสินทรัพย์ที่ค่อนข้างเคลื่อนย้ายยาก เพราะถูกยึดโยงด้วยธุรกิจ สายสัมพันธ์ของครอบครัว และข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศ แต่สมมติฐานดังกล่าวกำลังล้าสมัยลงเรื่อย ๆ” ดร. Juerg Steffen ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Henley & Partners กล่าว “ด้วยเหตุนี้ ประเทศต่าง ๆ จึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงเพื่อดึงดูดเงินทุนเท่านั้น หากยังแข่งขันเพื่อดึงดูดผู้ประกอบการ นักลงทุน เจ้าของธุรกิจ และบุคลากรที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ นวัตกรรม การจ้างงาน และความมั่งคั่งในระยะยาว”

กรอบแนวคิดใหม่เพื่อทำความเข้าใจการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่ง

รายงานฉบับปี 2569 ถือเป็นพัฒนาการครั้งสำคัญที่สุดของ Henley Private Wealth Migration Report นับตั้งแต่ที่เริ่มเปิดตัว

ขณะที่รายงานฉบับที่ผ่านมามุ่งเน้นการประมาณจำนวนเศรษฐีที่ย้ายถิ่นฐานและทิศทางการไหลเวียนของความมั่งคั่งเป็นหลัก รายงานปีนี้ได้มีการนำเสนอ Global Wealth Mobility Framework หรือกรอบการวิเคราะห์การเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งทั่วโลก ซึ่งเป็นแบบจำลองเชิงวิเคราะห์ใหม่ที่พัฒนาโดย Henley & Partners เพื่อประเมินศักยภาพในการแข่งขันเชิงโครงสร้างของแต่ละประเทศในการดึงดูด รักษา และสนับสนุนกลุ่มผู้มั่งคั่งที่มีความคล่องตัวในการย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ

กรอบดังกล่าวประเมินประเทศต่าง ๆ จากปัจจัยหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดเก็บภาษี ช่องทางการย้ายถิ่นฐานสำหรับนักลงทุน คุณภาพชีวิต หลักนิติธรรม การรองรับสมาชิกในครอบครัว เสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ และเสรีภาพในการเคลื่อนย้ายเงินทุน ก่อนจะคำนวณออกมาเป็นคะแนนความสามารถในการแข่งขันด้านการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่ง (Wealth Mobility Competitiveness Score) นอกจากนี้ รายงานยังนำเสนอบทวิเคราะห์เชิงนโยบายที่ศึกษาและสะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งส่วนบุคคลทั่วโลกอย่างไร

“กลุ่มผู้มั่งคั่งที่มีความคล่องตัวสูงที่สุดในโลกกำลังตัดสินใจเลือกประเทศและเขตอำนาจต่าง ๆ ในลักษณะเดียวกับที่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจัดสรรพอร์ตการลงทุน โดยกระจายความเสี่ยงไปยังภูมิอากาศ ระบบการปกครอง และภูมิรัฐศาสตร์ที่หลากหลาย เพื่อป้องกันผลกระทบจากแรงกระแทกหรือวิกฤตที่ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้อย่างสมบูรณ์” ดร. Parag Khanna ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AlphaGeo กล่าว

ผู้นำด้านการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งระดับโลก และตลาดที่กำลังเผชิญแรงกดดัน

รายงานระบุว่ามีหลายประเทศและเขตอำนาจที่แสดงให้เห็นถึงสถานะเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในปี 2569 ในด้านความสามารถดึงดูด รักษา และสนับสนุนกลุ่มผู้มั่งคั่งที่มีความคล่องตัวในการย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ

โดยในกลุ่มประเทศที่มีผลงานโดดเด่น ได้แก่ สิงคโปร์ ซึ่งได้รับคะแนนความสามารถในการแข่งขันด้านการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งที่ 79.5 จาก 100 คะแนน ขณะที่นิวซีแลนด์ได้ 75.8 คะแนน ส่วนกลุ่มที่สองที่มีผลงานโดดเด่น ประกอบด้วยหมู่เกาะเคย์แมน (74.3) ไซปรัส (73.5) เนเธอร์แลนด์ (72.8) โปรตุเกส (72.5) อิตาลี (72.3) และเบอร์มิวดา (72.0) และรายงานนี้ยังจัดให้อุรุกวัย (71.8) ลัตเวีย (71.7) ปานามา (71.5) ฮ่องกง (71.2) สวิตเซอร์แลนด์ (70.8) กรีซ (70.5) คอสตาริกา (70.2) และโมนาโก (70.0) อยู่ในกลุ่มเขตอำนาจทางกฎหมายที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงด้านการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่ง

ส่วนในกลุ่มที่ถูกจัดว่าเป็น “ประเทศที่มีศักยภาพแข่งขันแต่กำลังเผชิญแรงกดดัน” (Competitive Jurisdictions Under Pressure) ได้แก่ เยอรมนี (69.7) นอร์เวย์ (69.0) สหราชอาณาจักร (68.3) เกาหลีใต้ (66.2) และฝรั่งเศส (65.7)

“การย้ายถิ่นฐานของผู้มีทรัพย์สินสุทธิสูงเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนล่วงหน้าของปัญหาทางนโยบายเศรษฐกิจ” Douglas McWilliams ผู้ก่อตั้งศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (Centre for Economics and Business Research) ของสหราชอาณาจักร กล่าว “หากผู้มั่งคั่งจำนวนมากพากันย้ายออกจากประเทศ ก็พอจะสรุปได้ค่อนข้างมั่นใจว่านโยบายเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าวไม่ได้ผล”

รายงานยังชี้ให้เห็นถึงอีกกลุ่มประเทศที่กำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างด้านการรักษาและดึงดูดความมั่งคั่งที่ยืดเยื้อและฝังลึกมากขึ้น โดยประกอบด้วยบราซิล (64.2) จีน (60.5) รัสเซีย (58.7) อินเดีย (56.5) อิหร่าน (45.8) เลบานอน (45.5) และไนจีเรีย (43.0)

ปรากฏการณ์ย้อนแย้งด้านการย้ายถิ่นของผู้มีความมั่งคั่งในสหรัฐอเมริกาและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สำหรับสหรัฐอเมริกาซึ่งได้รับคะแนนความสามารถในการแข่งขันด้านการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งเพียง 62.3 นั้น ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในกรอบการประเมินนี้ แม้สหรัฐฯ ยังคงเป็นศูนย์กลางใหญ่ที่สำคัญที่สุดของโลกในการสร้างความมั่งคั่ง การเป็นผู้ประกอบการ และการก่อตัวของเงินทุน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นฐานลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ Henley & Partners ด้วยเช่นกัน โดยจำนวนคำขอสมัครจากพลเมืองสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2568 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังคงอยู่ในระดับสูงตลอดปี 2569 ที่สำคัญ มีเพียง 7% ของคำขอสมัครจากพลเมืองอเมริกันเท่านั้นที่มาจากชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่นอกประเทศ แสดงให้เห็นว่าความต้องการดังกล่าวส่วนใหญ่เกิดจากผู้ที่ยังอาศัยอยู่ภายในสหรัฐฯ มากกว่ากลุ่มชาวอเมริกันในต่างแดน

ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งแม้จะเผชิญความตึงเครียดในภูมิภาคที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แต่กลับได้รับคะแนนสูงถึง 85.3 ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในคะแนนที่สูงที่สุดในกรอบการประเมินนี้ สะท้อนถึงจุดแข็งในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ความสามารถในการแข่งขันด้านภาษี การเข้าถึงสำหรับนักลงทุน การรองรับสมาชิกในครอบครัว ความปลอดภัย การเชื่อมต่อระดับโลก และเส้นทางสู่การพำนักระยะยาว

อย่างไรก็ตาม Henley & Partners พบว่าจำนวนการสอบถามข้อมูลจากบุคคลที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มขึ้น 41% ระหว่างไตรมาส 4 ปี 2568 และไตรมาส 1 ปี 2569 ขณะที่จำนวนการยื่นสมัครเพื่อขอถิ่นพำนักหรือสัญชาติทางเลือกเพิ่มขึ้น 29% ในช่วงเวลาเดียวกัน

อ่านข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่นี่

 

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →