สิงคโปร์ 5 มิถุนายน 2569 /PRNewswire/ — imToken ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ได้ประกาศวิสัยทัศน์สำหรับทศวรรษหน้า เนื่องในโอกาสครบรอบทศวรรษแรก โดยเตรียมปรับเปลี่ยนจากกระเป๋าเงินคริปโตแบบดูแลสินทรัพย์ด้วยตัวเองที่ได้รับความไว้วางใจสู่การเป็นอินเทอร์เฟซควบคุมส่วนบุคคลเพื่อรองรับยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในตลอด 10 ปีที่ผ่านมา หน้าที่หลักของกระเป๋าเงินคริปโตคือการช่วยผู้ใช้งานในเรื่องการจัดเก็บ รับส่ง และสเตกสินทรัพย์ดิจิทัล ทว่าเมื่อเอเจนท์ AI เริ่มมีขีดความสามารถในการทำงานได้ด้วยตัวเองอย่างเป็นอิสระมากขึ้น มนุษย์เราจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือในการจัดการอัตลักษณ์ การกำหนดสิทธิ์ การมอบหมายอำนาจ การดำเนินงานอัตโนมัติ ตลอดจนการตัดสินใจต่างๆ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ด้วยเหตุนี้ imToken จึงได้เปิดตัว Sign เข้ามาเป็นเสาหลักผลิตภัณฑ์หลักลำดับที่สี่เพื่อตอบรับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้
สำหรับ imToken แล้ว Sign เป็นมากกว่าแค่การเซ็นอนุมัติทำธุรกรรม แต่มันคืออินเทอร์เฟซที่ผู้ใช้ใช้แสดงเจตจำนง มอบสิทธิ์ กำหนดนโยบาย มอบหมายการดำเนินงาน และเพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล การลงนามดิจิทัลในอนาคตอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำธุรกรรมบนบล็อกเชนเท่านั้น แต่จะรวมถึงการอนุญาตสิทธิ์ การมอบอำนาจ กระบวนการทำงานอัตโนมัติ และการสั่งการระบบ AI ด้วย
imToken เชื่อมั่นว่าระบบ AI ควรทำงานภายใต้การทบทวนและอนุมัติที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ มีขอบเขตที่จำกัด และผู้ใช้งานสามารถสั่งเพิกถอนสิทธิ์ได้ทุกเมื่อ
“ในทศวรรษที่ผ่านมา imToken ได้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเองได้อย่างแท้จริง” Ben He ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ imToken กล่าว
“ในทศวรรษหน้า เราต้องการช่วยให้ผู้คนยังคงเป็นผู้ควบคุมโลกดิจิทัลของตนเองได้ ยิ่ง AI มีขีดความสามารถในการทำงานได้ด้วยตัวเองมากเท่าไหร่ อำนาจในการควบคุมก็ยิ่งมีมูลค่ามากขึ้นเท่านั้น เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การยัด AI ใส่เข้าไปในกระเป๋าเงินคริปโต แต่คือการทำให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานจะยังคงเป็นผู้คุมควบทุกสิ่งบนอินเทอร์เน็ตยุค AI เนทีฟได้อย่างสมบูรณ์”
และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์นี้ imToken จึงได้ประกาศอัปเกรดสโลแกนของแบรนด์ที่ใช้มาอย่างยาวนาน จากเดิม:
“สินทรัพย์ดิจิทัลที่คุณควบคุมได้” (Digital Assets, Under Your Control)
สู่สโลแกนใหม่
“โลกดิจิทัลของคุณที่คุณควบคุมได้” (Your Digital World, Under Your Control)
บริษัทระบุว่า วิสัยทัศน์ใหม่นี้จะขยายอำนาจการควบคุมของผู้ใช้ให้ครอบคลุมมากกว่าแค่เรื่องสินทรัพย์ แต่รวมไปถึงเรื่องอัตลักษณ์ สิทธิ์การเข้าถึง ข้อมูล เอเจนท์ AI และการดำเนินงานอัจฉริยะต่างๆ
imToken จะมุ่งเน้นไปที่ 3 ภารกิจสำคัญในอนาคต ได้แก่:
- การรักษาหลักการดูแลสินทรัพย์ด้วยตัวเองในฐานะรากฐานที่สำคัญ
- การขยายขอบเขตความปลอดภัยจากเดิมที่ดูแลแค่เรื่องการทำธุรกรรม ไปสู่การควบคุมสิทธิ์และการมอบหมายอำนาจสั่งการ
- การพัฒนาเครื่องมือสำหรับจัดการสิทธิ์ นโยบายความปลอดภัย การมอบอำนาจ และการสั่งเพิกถอนสิทธิ์
บริษัทเชื่อว่ากระเป๋าเงินดิจิทัลกำลังวิวัฒนาการจากเดิมที่เป็นเพียงประตูสู่การบริหารสินทรัพย์ ไปสู่การเป็นอินเทอร์เฟซควบคุมที่น่าเชื่อถือ สำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI
“กระเป๋าเงินดิจิทัลเป็นอะไรที่มากกว่าแอปพลิเคชันจัดการสินทรัพย์” Ben He กล่าวเสริม “กุญแจดิจิทัลคือ รากฐานของอำนาจในการควบคุม การลงนาม คือการแสดงตนเพื่ออนุมัติ การกำหนดสิทธิ์ คือการขีดเส้นขอบเขต และการเพิกถอนสิทธิ์ คือการรักษาอิสรภาพเอาไว้ เราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยมุ่งเน้นที่ความไว้วางใจและการมอบอำนาจควบคุมให้แก่ผู้ใช้งานในระยะยาว”
เกี่ยวกับ imToken
imToken ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 โดยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนากระเป๋าเงินดิจิทัลที่น่าเชื่อถือและใช้งานง่าย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและใช้งานเครือข่ายบล็อกเชนชั้นนำกว่า 50 เครือข่ายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมถึง Bitcoin, Ethereum และ TRON โดย imToken สามารถส่งมอบบริการกระเป๋าเงินดิจิทัลประเภท Non-custodial ที่ได้รับความไว้วางใจแก่ผู้ใช้งานหลายสิบล้านคนในกว่า 150 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลกผ่านการบูรณาการระบบอย่างลึกซึ้งร่วมกับฮาร์ดแวร์วอลเล็ตอย่าง imKey, เครือข่ายการชำระเงิน Rivo, แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเหรียญ Tokenlon และฟีเจอร์เบราว์เซอร์ DApp
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ทางการของ imToken: https://token.im
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- CERAVE ฉลองความสำเร็จของครีเอเตอร์ผู้ชนะรางวัลกว่า 100 คนจาก 22 ประเทศ ในงาน Global CerAwards ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก
- “Premium Pet Supplies Expo 2026” Officially Opens
- Toyota Asia Names Seven Athletes to Global Team Toyota Roster for Aichi-Nagoya 2026
- Russian edition of Volume I of “China’s Governance Under Xi Jinping’s Leadership” launched in St. Petersburg
