Skip to content
Home » News » CATL เปิดตัวแพลตฟอร์มทดสอบระบบกักเก็บพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลักดันอุตสาหกรรมเข้าสู่ยุคแห่งการตรวจสอบในสภาพการใช้งานจริง

CATL เปิดตัวแพลตฟอร์มทดสอบระบบกักเก็บพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลักดันอุตสาหกรรมเข้าสู่ยุคแห่งการตรวจสอบในสภาพการใช้งานจริง

เซียะเหมิน, ประเทศจีน, 29 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ — สถาบันวิจัยการตรวจสอบรับรองระบบกักเก็บพลังงานแห่งเซียะเหมิน (Xiamen Energy Storage Validation Research Institute: ESVL) ของ CATL ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องแบบครบวงจรที่ครอบคลุมและใหญ่ที่สุดในโลกของอุตสาหกรรม ได้เริ่มเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นับเป็นก้าวสำคัญที่นำอุตสาหกรรมเข้าสู่ยุคแห่งการตรวจสอบในสภาพการใช้งานจริง

(Xiamen Energy Storage Validation Research Institute)
(Xiamen Energy Storage Validation Research Institute)

ศูนย์ทดสอบแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 10 เฮกตาร์ และได้รับการสนับสนุนจากเงินลงทุนมูลค่าประมาณ 3 พันล้านหยวน (ราว 440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้รับการออกแบบให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดและใช้งานร่วมกัน ซึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้

ความจำเป็นของการตรวจสอบพิสูจน์ประสิทธิภาพในสภาพการใช้งานจริง

ในขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในฐานะการเป็นกลไกหลักเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก อุตสาหกรรมนี้ก็กำลังเผชิญกับช่องว่างที่ขยายกว้างขึ้นระหว่างกำลังการติดตั้งกับ ประสิทธิภาพในการใช้งานจริง โดยในปัจจุบัน โรงไฟฟ้าระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่เกือบ 1 ใน 5 ทั่วโลกดำเนินงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและมีประสิทธิภาพต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ 46.5% ของระบบกักเก็บพลังงานประสบปัญหาความล่าช้าในการเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้านานเกินกว่า 2 เดือน เนื่องจากขีดความสามารถในการตรวจสอบรับรองยังคงจำกัดอยู่เพียงการทดสอบระดับชิ้นส่วนและการทดสอบตามสถานการณ์จำลอง อุตสาหกรรมนี้จึงต้องการกรอบการตรวจสอบในระดับสถานีที่เชื่อถือได้ยิ่งขึ้น

ระบบกักเก็บพลังงานที่ผ่านการตรวจสอบในสภาพการใช้งานจริงนั้น ตั้งอยู่บนสมมติฐานของสภาวะการทำงานของโครงข่ายไฟฟ้าที่มีความเข้มงวดและท้าทายที่สุด โดยยกระดับการตรวจสอบจากการทดสอบระดับชิ้นส่วน ไปสู่การตรวจสอบในระดับระบบเต็มรูปแบบและระดับสถานี ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย ความสามารถในการสนับสนุนโครงข่ายไฟฟ้า และความน่าเชื่อถือระยะยาว ก่อนที่จะนำระบบไปใช้งานจริง

“ความเข้มงวดทางวิทยาศาสตร์มีความสำคัญมากกว่าที่เคย ท่ามกลางช่วงเวลาที่ระบบกักเก็บพลังงานกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของโครงการระดับกิกะวัตต์” ดร. Wu Kai หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ CATL กล่าว “นั่นหมายถึงการประเมินสมรรถนะของอุปกรณ์อย่างตรงไปตรงมา ให้ความสำคัญต่อพลวัตของโครงข่ายไฟฟ้า และรักษามาตรฐานความเข้มงวดของผลการทดสอบอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานคุณภาพของอุตสาหกรรมไปสู่ระดับสถานี และผลักดันให้กระบวนการตรวจสอบความถูกต้องเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนการส่งมอบระบบ ESVL ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อสะท้อนถึงความเข้มงวดดังกล่าว และเพื่อช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการตรวจสอบในสภาพการใช้งานจริงที่มีความน่าเชื่อถือและยั่งยืนยิ่งขึ้น”

(Dr. Wu Kai, Chief Scientist of CATL)
(Dr. Wu Kai, Chief Scientist of CATL)

“ESVL เปิดกว้างสำหรับอุตสาหกรรมระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลก และทำงานร่วมกับหน่วยงานรับรองชั้นนำ ได้แก่ TÜV SÜD, TÜV Rheinland, CGC และ CSA เพื่อมอบบริการแบบทดสอบเพียงครั้งเดียว แต่ได้รับการตรวจรับรองร่วมจากหลายหน่วยงาน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล” ดร. Chen Xiaobo หัวหน้าของ ESVL กล่าว “ในขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานกำลังกลายเป็นสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมากขึ้น ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องในสภาพการใช้งานจริงของ ESVL ซึ่งเป็นอิสระและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จะช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถตัดสินใจได้โดยอิงหลักฐานข้อเท็จจริง บริษัทประกันภัยสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และสถาบันการเงินสามารถประเมินระบบกักเก็บพลังงานในฐานะสินทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีศักยภาพในการเข้าถึงเงินทุนได้ยิ่งขึ้น”

(Dr. Chen Xiaobo, Head of ESVL)
(Dr. Chen Xiaobo, Head of ESVL)

ห้องปฏิบัติการหลัก 5 แห่งเพื่อการตรวจสอบแบบครบถ้วนทุกสถานการณ์

ESVL ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีห้องปฏิบัติการนวัตกรรมล้ำสมัย 5 แห่งเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมสร้างความสำเร็จระดับครั้งแรกของโลกหลายรายการ

การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าที่จำลองสภาพโครงข่ายจริง ทั้งนี้ ห้องปฏิบัติการบูรณาการเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าระดับสถานีแห่งแรกของโลก ได้ติดตั้งเครื่องจำลองโครงข่ายไฟฟ้าขนาด 35kV/100MVA และเครื่องจำลองแบบเรียลไทม์ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าแพลตฟอร์ม 13.8kV/7MVA ของ NREL ถึง 14 เท่า สร้างมาตรฐานใหม่ระดับโลกสำหรับการทดสอบในระดับโครงข่ายไฟฟ้า ห้องปฏิบัติการแห่งนี้สามารถทดสอบตู้คอนเทนเนอร์ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่มากกว่า 10 ตู้ได้ในเวลาเดียวกัน จำลองโครงสร้างโครงข่ายไฟฟ้า (grid topology) ที่มีจุดเชื่อมต่อหรือโหนดได้ถึง 1,000 จุด และรองรับการทดสอบในช่วงความถี่ตั้งแต่ 15 Hz ถึง 60 Hz นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบความสามารถสร้างและรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าได้ด้วยตัวเอง (grid-forming capability) ในระดับสถานี รวมถึงการประสานการทำงานของหลายหน่วยระบบภายใต้สภาวะโครงข่ายไฟฟ้าที่ซับซ้อน ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยในระหว่างกระบวนการทดสอบเดินระบบ (commissioning) และลดระยะเวลาของกระบวนการดังกล่าวให้สั้นลง

วิเคราะห์สาเหตุของความล้มเหลวแรงดันสูงได้ถึงต้นตอ ด้วยห้องปฏิบัติการความปลอดภัยแรงดันสูง ซึ่งครอบคลุมช่วงแรงดันตั้งแต่ 1kV ถึง 500kV สามารถช่วยศึกษาตรวจสอบกลไกพื้นฐานของการเกิดเพลิงไหม้และระเบิดภายใต้สภาวะแรงดันสูงสุดขั้ว รวมถึงการทดสอบแรงดันกระชากจากฟ้าผ่า การทดสอบการทนต่อความถี่กำลังและไฟฟ้ากระแสตรง ตลอดจนการทดสอบการคายประจุบางส่วน (partial discharge) ห้องปฏิบัติการนี้ช่วยชี้แนะแนวทางการออกแบบอุปกรณ์เพื่อนำไปสู่การป้องกันอัคคีภัยและการระเบิดได้ ด้วยการระบุขอบเขตความปลอดภัยของทั้งชิ้นส่วนสำคัญและระบบเต็มรูปแบบ

(The High-Voltage Safety Laboratory)
(The High-Voltage Safety Laboratory)

การทดสอบการเผาไหม้แบบควบคุมในระดับขนาดใหญ่ โดยห้องปฏิบัติการความปลอดภัยด้านความร้อนและการเผาไหม้ ถือเป็นศูนย์ทดสอบการเผาไหม้ภายในอาคารขนาดใหญ่แห่งแรกของโลกที่ติดตั้งเครื่องวัดพลังงานความร้อน (calorimeter) ขนาด 20MW ด้วยพื้นที่ทดสอบการเผาไหม้ภายในอาคารขนาด 100,000 ลูกบาศก์เมตร ห้องปฏิบัติการแห่งนี้สามารถดำเนินการทดสอบการระเบิดของตู้คอนเทนเนอร์ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ได้พร้อมกันถึง 9 ตู้ พร้อมให้ข้อมูลสำคัญสำหรับการประเมินด้านการเว้นระยะปลอดภัย การวางแผนการติดตั้ง และการปรับปรุงระบบ

(The Thermal Safety and Combustion Laboratory)
(The Thermal Safety and Combustion Laboratory)

พิสูจน์ความน่าเชื่อถือภายใต้สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ด้วยห้องปฏิบัติการทดสอบความน่าเชื่อถือด้านสิ่งแวดล้อม ที่มาพร้อมห้องทดสอบสภาพภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม ละอองเกลือ ฝน และทราย สามารถดำเนินการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ระบบกักเก็บพลังงานทั้งระบบภายใต้สภาวะสุดขั้ว ตั้งแต่อุณหภูมิ -50°C ถึง 100°C รวมถึงสภาพแรงดันบรรยากาศจำลองสำหรับพื้นที่สูงถึง 7,200 เมตร เพื่อช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพระยะยาวภายใต้สภาพแวดล้อมรุนแรง อย่างความร้อนในทะเลทราย ความดันต่ำบนพื้นที่สูง ละอองเกลือในพื้นที่ชายฝั่ง และสภาพแวดล้อมสุดขั้วอื่น ๆ

(The Environment Reliability Laboratory)
(The Environment Reliability Laboratory)

การทดสอบ EMC ภายใต้สภาวะการทำงานจริง ทั้งนี้ ห้องปฏิบัติการเพื่อทดสอบความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Compatibility: EMC) เป็นศูนย์แห่งเดียวในโลกที่สามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตทั้งตู้ได้ โดยติดตั้งแท่นหมุนขนาด 65 ตัน และระบบจ่ายไฟขนาด 5MW อีกทั้งยังสามารถดำเนินการทดสอบ EMC ภายในห้องไร้เสียงสะท้อน (anechoic chamber) ภายใต้สภาวะการชาร์จและคายประจุพลังงานสูงจริง ด้วยการจำลองสภาวะการทำงานจริง ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ช่วยระบุความเสี่ยงจากสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้าก่อนนำระบบไปใช้งาน และช่วยปรับปรุงความน่าเชื่อถือของระบบสื่อสารและระบบควบคุม

ประวัติผลงานที่ผ่านการพิสูจน์แล้วของ CATL ในโครงการจริงภาคสนาม

ความเป็นผู้นำของ CATL ด้านระบบกักเก็บพลังงานที่ผ่านการตรวจสอบในสภาพการใช้งานจริง มีรากฐานมาจากประสบการณ์การดำเนินงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในปี 2559 บริษัทเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนระดับ 100 MWh ซึ่งนำไปสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านเทคโนโลยีอายุการใช้งานยาวนานและการเสื่อมสภาพเป็นศูนย์ในปี 2563 และต่อมามีการติดตั้งสถานีระบบกักเก็บพลังงานขนาด 30 MW/108 MWh ในเมืองจิ้นเจียง ประเทศจีน

นับจากนั้น CATL ได้ขยายเครือข่ายโครงการระบบกักเก็บพลังงานไปทั่วโลก รวมถึงโครงการของ Quinbrook ในออสเตรเลีย และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ในอเมริกาเหนือ ซึ่งต่อมาได้รับการรีไฟแนนซ์ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ในปี 2568 ยอดขายแบตเตอรี่ระบบกักเก็บพลังงานของ CATL อยู่ที่ระดับ 121 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ครองส่วนแบ่งตลาดโลก 30.4% และครองตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

ด้วยการผสานระหว่างการสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานของโครงการจริงในระยะยาวที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว และขีดความสามารถในการตรวจสอบระดับระบบที่แข็งแกร่ง CATL กำลังกำหนดกรอบการสร้างความเชื่อมั่นในรูปแบบใหม่ให้กับอุตสาหกรรมระบบกักเก็บพลังงานระดับโลก

 

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →