![]() |
สิงคโปร์, 20 พ.ค. 2569 /PRNewswire/ — การประชุมสุดยอด ATxSummit 2026 จัดโดยสำนักงานพัฒนาสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งสิงคโปร์ ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วในเย็นวันนี้ โดยมีประธานาธิบดีสิงคโปร์ Tharman Shanmugaratnam เป็นแขกผู้มีเกียรติในกาล่าดินเนอร์เปิดงานที่ Gardens by the Bay การประชุมสุดยอด ATxSummit ในปีนี้จะเป็นการรวมตัวเหล่าผู้นำรัฐบาลจากเอเชีย ตะวันออกกลาง และสหรัฐอเมริกา องค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมและด้านวิชาการ อาทิ Denise Dresser ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของ OpenAI David Zapolsky ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการทั่วโลกและกฎหมายของ Amazon Jane Sun ซีอีโอของ Trip.com Group William Dally หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ NVIDIA ศาสตราจารย์ Yoshua Bengio จากมหาวิทยาลัยมอนทรีออล ผู้บุกเบิกด้านการเรียนรู้เชิงลึก (deep learning) และศาสตราจารย์ Dawn Song จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานด้านความปลอดภัยของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) ที่น่าเชื่อถือ
Finalists from AI Ready ASEAN Youth Challenge and distinguished guests at the Opening Gala Dinner of ATxSummit 2026.
การจัดแสดงผลงานเยาวชนอาเซียนด้าน โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อสังคม
ไฮไลต์ของกาล่าดินเนอร์ปีนี้คือการจัดแสดงโครงการเยาวชน 11 โครงการจาก AI Ready ASEAN Youth Challenge ครั้งปฐมฤกษ์ เมื่อมีการนำ AI มาใช้ทั่วทั้งภูมิภาคสูงถึง 85% ในปี 2567[1] โครงการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเยาวชนอาเซียนกำลังสร้างสรรค์โซลูชัน AI ที่ใช้งานได้จริงเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยทั้ง 11 โครงการนี้ได้รับคัดเลือกจากผลงานที่ส่งเข้ามามากกว่า 600 โครงการจากทุกประเทศสมาชิกอาเซียน ครอบคลุมด้านบริการสุขภาพ การศึกษา การมีส่วนร่วมทางสังคม และการเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือการปรับปรุงคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
ประธานาธิบดี Tharman ได้มอบรางวัลสูงสุดสามอันดับแรกให้แก่ทีมจากบรูไน กัมพูชา และเมียนมาร์ ซึ่งการประยุกต์ใช้ที่เป็นนวัตกรรมของพวกเขาสอดคล้องกับจุดมุ่งเน้นของโครงการที่ให้ความสำคัญกับความรู้ ทักษะและการเรียนรู้ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และชุมชนที่เข้มแข็ง ทีมชนะเลิศโดยรวมคือ ΣHAI จากบรูไน ซึ่งพัฒนาแพลตฟอร์มดูแลผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมด้วย AI โดยใช้การวิเคราะห์เสียง ภาษา และวิดีโอ เพื่อสนับสนุนการตรวจจับโรคให้ได้เร็วขึ้น การให้คำแนะนำผู้ดูแลแบบเฉพาะบุคคล และการประสานงานด้านการดูแล ส่วน Voha.ai จากกัมพูชาช่วยให้เด็กที่มีปัญหาทางการได้ยินพัฒนาการออกเสียงผ่านการจดจำเสียงแบบเรียลไทม์และการติดตามการเคลื่อนไหวของปากด้วยภาพได้ และ Future Flux จากเมียนมาร์นำเสนอแพลตฟอร์มการศึกษา AI แบบออฟไลน์ที่ขับเคลื่อนด้วยการประมวลผลแบบเอดจ์ (edge computing) เพื่อให้นักเรียนในชนบทได้มีการเรียนรู้แบบดิจิทัล บทเรียนที่ปรับเปลี่ยนได้ และการสอนพิเศษด้วย AI โดยทีมผู้ชนะเหล่านี้ได้รับเงินรางวัล 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ
Koo Sengmeng ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศของ AI สิงคโปร์ กล่าวว่า “นี่คือผลกระทบที่เราหวังจะได้เห็นจากความอุตสาหะด้าน AI Ready ASEAN นั่นคือคนรุ่นใหม่จะไม่เพียงแต่รู้ว่า AI ทำงานอย่างไร แต่ยังรู้ว่า AI มีความสำคัญในที่ใด ควรนำไปใช้ที่ไหน และจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างไร”
ΣHAI กล่าวว่า “ด้วยแพลตฟอร์ม Sahabat-Care เราต้องการแก้ไขปัญหาความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการตรวจหาภาวะสมองเสื่อมและการสนับสนุนผู้ดูแลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้เราสำรวจว่า AI สามารถสนับสนุนผู้ดูแลด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ทันท่วงที คำแนะนำเฉพาะบุคคล และการตัดสินใจที่ดีขึ้นสำหรับการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างไร”
AI Ready ASEAN Youth Challenge คือการแข่งขันระดมความคิด (ideathon) ระดับภูมิภาคที่จัดโดย AI Singapore (AISG) ร่วมกับ ASEAN Foundation โดยได้รับการสนับสนุนจาก Google.org และร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ (IMDA) และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ AI Ready ASEAN เพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้และความสามารถด้าน AI ขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชน 5.5 ล้านคน ภายใต้หัวข้อ “AI เพื่ออาเซียนที่ครอบคลุมและยั่งยืน” การแข่งขันนี้เชิญชวนเยาวชนอายุ 18-35 ปี พัฒนาโซลูชันที่ใช้ AI ในสามด้านหลัก ได้แก่ ความรู้ ทักษะและการเรียนรู้ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และชุมชนที่เข้มแข็งขึ้น แต่ละข้อเสนอต้องแสดงให้เห็นการประยุกต์ใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง รวมถึงการเข้าถึงสมาชิกในชุมชนอย่างน้อย 1,000 คน
การวิจัยและโซลูชันบริการดูแลสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) สองฉบับที่ SingHealth AI in Health Symposium ที่จัดขึ้น ณ Capella ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นงานเตรียมความพร้อมก่อการประชุมสุดยอด ATxSummit 2026 โดยบันทึกความเข้าใจเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการวิจัยด้านบริการสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเร่งการพัฒนาโซลูชันสำหรับผู้ป่วยและระบบสุขภาพ สะท้อนให้เห็นความต้องการโซลูชันที่ขยายขนาดได้ เนื่องจากจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้น ภาระโรคเรื้อรังที่มากขึ้น และการเข้าถึงการดูแลที่ไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อระบบการดูแลสุขภาพทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นวิธีที่ AI กำลังตอบสนองต่อความต้องการนี้ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจทางคลินิก สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ และขยายการดูแลที่มีคุณภาพไปยังผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น
- SingHealth และวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศ Gyalpozhing (GCIT) มหาวิทยาลัยราชภูฏาน ได้ลงนามใน MoU เพื่อส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบในด้านบริการสุขภาพ โดยมุ่งเน้นโซลูชันที่เหมาะกับระบบบริการสุขภาพที่กำลังพัฒนา หัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้คือแบบจำลองการถ่ายภาพรังสีทรวงอกด้วย AI ที่ขับเคลื่อนโดย MerMED-FM ซึ่งเป็นแบบจำลองพื้นฐานการถ่ายภาพทางการแพทย์หลายรูปแบบและหลายสาขาที่พัฒนาโดย SingHealth Duke-NUS Academic Medicine Centre และสถาบันการประมวลผลประสิทธิภาพสูงของหน่วยงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย (A*STAR) แบบจำลองนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Digital Health และแสดงประสิทธิภาพที่ดีในการตรวจหาโรคปอดบวม วัณโรค ก้อนเนื้อในตับ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ แบบจำลองนี้ได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูลของภูฏานและคาดว่าจะเริ่มใช้งานในโรงพยาบาล Gelephu Mindfulness City Healthcare Hospitals ทั่วภูฏานในปี 2570 โดยจะนำความสามารถในการวินิจฉัยระดับผู้เชี่ยวชาญมาสู่ชุมชนชนบทที่อุปสรรคทางภูมิศาสตร์และการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยายังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ และแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของ SingHealth ในการพลิกโฉมกระบวนการวินิจฉัยโรคในระดับภูมิภาค
- Singapore General Hospital (SGH) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักของ SingHealth และเป็นกลุ่มศูนย์บริการสุขภาพภาครัฐที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ได้ลงนามใน MoU กับศูนย์พัฒนาการวินิจฉัยโรค (DxD Hub) ของ A*STAR เพื่อเร่งพัฒนาการวินิจฉัยโรคแบบแม่นยำด้วย AI หลายรูปแบบให้พร้อมใช้งานในตลาด ความร่วมมือนี้จะช่วยเร่งพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยโรคที่สามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การต่อสู้กับการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพไปจนถึงการตรวจจับภาวะความจำเสื่อมในระยะเริ่มต้นในผู้สูงอายุ โดยมีเป้าหมายที่จะจัดตั้งบริษัทที่น่าลงทุนซึ่งจะสร้างผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจให้กับสิงคโปร์และประเทศอื่น ๆ ต่อไป
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมสุดยอด ATxSG ได้ที่ asiatechxsg.com
สื่อ: [email protected]
|
[1] แบบสำรวจการประชุมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนครั้งที่ 11. asean.org/wp-content/uploads/2024/07/ASEAN-for-Business-Bulletin-Special-Edition.pdf |
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- P & A Link Strengthens Its Position as an Integrated Commercial Interior Design and Fit-Out Partner Across Asia
- รายงานของ HCLTech เตือนว่าโครงการ AI ในองค์กรราว 43% อาจล้มเหลว เนื่องจากผู้นำองค์กรเผชิญกับกรอบเวลาที่สั้นลงในการสร้างผลลัพธ์
- TERREPOWER แสดงให้เห็นถึงการลดการปล่อยคาร์บอน และประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในวงกว้าง ในรายงานความยั่งยืนขององค์กรประจำปี 2568
- Frost & Sullivan: Trade Corridor-Resilient, AI-integrated Supply Chains Will Define Competitive Advantage Through 2027
