แม้ Xiaomi จะเริ่มโครงการ Android 17 Developer Preview สำหรับบางอุปกรณ์ไปแล้ว แต่ยังมีสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกว่าสิบรุ่นที่ยังคงรอการอัปเกรดเป็น HyperOS 3.1 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรุ่นราคาประหยัดและบางรุ่นระดับกลาง ในขณะที่อุปกรณ์ระดับเรือธงที่เข้าเกณฑ์ได้รับอัปเดตไปแล้ว โดยการทยอยปล่อยอัปเดตนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายน และครอบคลุมอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์ไปแล้วถึง 85% ซึ่งถือว่ารวดเร็วพอสมควรเมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาที่เริ่มเปิดตัว
อุปกรณ์ Xiaomi ที่ยังรออัปเดต HyperOS 3.1
ตามข้อมูลจาก XimiTime มีอุปกรณ์กว่าสิบรุ่นที่ยังไม่ได้รับอัปเดต HyperOS 3.1 ซึ่งรวมถึงรุ่นยอดนิยมและแท็บเล็ต โดยรายชื่ออุปกรณ์ดังกล่าวมีดังนี้:
- Redmi Note 15 Pro 4G
- Redmi Note 14 4G
- Redmi Note 14 Pro 5G
- Redmi 14C
- Redmi 13
- Redmi 13X
- Redmi A4
- Redmi A3 Pro
- Redmi Pad 2
- Redmi Pad 2 Pro 5G
- Redmi Pad SE 4G
- Poco M7 4G
- Poco M6
- Poco C85 4G
- Poco C75
- Poco C75 5G
- Poco Pad M1
การล่าช้าในการปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ข้อบกพร่องร้ายแรงที่พบในการทดสอบภายใน, ความต้องการในการปรับแต่งฮาร์ดแวร์, ความล่าช้าในการรับรองเฟิร์มแวร์ระดับภูมิภาค หรือข้อจำกัดของชิปเซ็ตที่ต้องใช้เวลาในการปรับให้เหมาะสม
HyperOS 3.1 มาพร้อมอะไรใหม่บ้าง?
HyperOS 3.1 ไม่ใช่เพียงการอัปเกรดเล็กน้อย แต่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมาย การปรับปรุงด้านการแสดงผล การเชื่อมต่อที่ดีขึ้นกับอุปกรณ์ Apple รวมถึงการยกระดับประสบการณ์การใช้งานในหลายด้าน ที่น่าสนใจมีดังนี้:
- Hyper Island สำหรับแท็บเล็ต: ฟีเจอร์ Hyper Island ที่คุ้นเคยถูกนำมาใช้บนแท็บเล็ต Xiaomi เป็นครั้งแรก ขณะที่สมาร์ทโฟนก็ได้รับการอัปเกรด ให้แอนิเมชันที่สวยงามยิ่งขึ้น การผสานรวมกับแอปพลิเคชันภายนอกที่ลึกซึ้ง และการติดตามกิจกรรมแบบเรียลไทม์ที่ใช้งานง่าย
- หน้าแอปพลิเคชันล่าสุดแบบใหม่: ได้รับแรงบันดาลใจจาก iOS ด้วยการเลื่อนดูแอปพลิเคชันแบบแนวตั้งและท่าทางการปัดการ์ดที่ทันสมัย ทำให้การสลับแอปฯ ทำได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น
- การเชื่อมต่อ AirPods อย่างเต็มรูปแบบ: รองรับการเชื่อมต่อกับ AirPods แบบเนทีฟ เปิดใช้งานฟีเจอร์อย่างหน้าต่าง Pop-up สำหรับจับคู่ด่วน, การควบคุมการเปิด/ปิดระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) และการเข้าถึงระบบเสียงตามตำแหน่ง (Spatial Audio) ได้โดยตรงจากระบบ
- หน้าจอล็อกที่ปรับแต่งได้มากขึ้น: เพิ่มเอฟเฟกต์ความลึกขั้นสูงและตัวเลือกการตั้งค่า Widget ที่หลากหลาย ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งหน้าจอล็อกได้ตามต้องการ
- ฟีเจอร์ Super OTA: ช่วยให้การติดตั้งอัปเดตทำได้รวดเร็วขึ้น ใช้เวลาในการรีบูตน้อยลง และลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการอัปเดต
อนาคตของ Xiaomi กับ HyperOS 4 และ Android 17
แม้ HyperOS 3.1 จะเป็นการอัปเกรดที่สำคัญ แต่ Xiaomi ก็เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวที่ใหญ่กว่าด้วย HyperOS 4 ซึ่งจะอ้างอิงจาก Android 17 โดยในขณะนี้ Android 17 beta ได้เปิดให้ใช้งานแล้วสำหรับ Xiaomi 17, Xiaomi 17 Ultra และ Xiaomi 15T Pro และคาดว่าจะมีอุปกรณ์อื่นๆ ทยอยตามมาในไม่ช้า HyperOS 4 คาดว่าจะนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ๆ การปรับปรุงที่สำคัญ และฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อีกมากมาย เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานไปอีกขั้น
สรุปแล้ว HyperOS 3.1 น่าสนใจแค่ไหน?
สำหรับผู้ใช้งาน Xiaomi ที่ยังรอคอยการอัปเดต HyperOS 3.1 ถือเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้ละทิ้งรุ่นเก่าๆ แม้จะมีการทยอยปล่อยอัปเดตตามลำดับ ส่วนตัวเรามองว่าการเพิ่มฟีเจอร์อย่าง Hyper Island บนแท็บเล็ต และการผสานรวม AirPods อย่างสมบูรณ์แบบนั้นเป็นการยกระดับประสบการณ์การใช้งานที่สำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Xiaomi ในการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น การอัปเดตนี้ไม่เพียงแต่เน้นที่ประสิทธิภาพ แต่ยังรวมถึงความสวยงามและการปรับแต่ง เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ทันสมัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้นอย่างแท้จริง
ที่มา: gizmochina.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Sony เตรียมเปิดตัวหูฟัง WH-1000XX The ColleXion ชูดีไซน์หรูหราระดับพรีเมียม
- Motorola Edge 70 Pro เขย่าวงการมือถือพรีเมียมกลาง: สเปกจัดเต็ม คุ้มค่ากว่า Galaxy A57
- Ugreen เปิดตัวจอพกพา AP16 ขนาด 16 นิ้ว รีเฟรชเรท 165Hz ตอบโจทย์ทำงานและเกมเมอร์
- หลุดข้อมูล Vivo X500 Series เผยขนาดจอและสเปกกล้องเรือธง 200MP