Skip to content
Home » News » VIDA ชี้ภัยคุกคามไซเบอร์ต่ออุตสาหกรรมฟินเทค ในงาน Money20/20 Asia 2026

VIDA ชี้ภัยคุกคามไซเบอร์ต่ออุตสาหกรรมฟินเทค ในงาน Money20/20 Asia 2026

กรุงเทพฯ, 29 เมษายน 2569 /PRNewswire/ — การฉ้อโกงได้พัฒนาไปสู่ปฏิบัติการระดับอุตสาหกรรมทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในงาน Money20/20 Asia 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ถึง 23 เมษายน ณ กรุงเทพมหานคร VIDA เครือข่ายดิจิทัลไอดีชั้นนำจากอินโดนีเซีย เตือนว่าแนวทางดั้งเดิมในการรักษาความปลอดภัยของตัวตนไม่เพียงพออีกต่อไป

Niki Luhur, Founder and CEO of VIDA, speaks during a panel session at Money20/20 Asia 2026 in Bangkok.
Niki Luhur, Founder and CEO of VIDA, speaks during a panel session at Money20/20 Asia 2026 in Bangkok.

Niki Luhur ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ VIDA ได้กล่าวในช่วงเสวนา “How Cybercriminals Target Fintech and What’s Next” (อาชญากรไซเบอร์โจมตีฟินเทคอย่างไร และอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป) โดยเน้นว่าการฉ้อโกงได้ขยายตัวในระดับภูมิภาคอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เครือข่ายหลอกลวงเชิงอุตสาหกรรม ไปจนถึงกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่ครอบคลุมเมียนมา ไทย และอินโดนีเซีย ในกรณีหนึ่ง หน่วยงานในเมียนมาได้ยึด Bitcoin มูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนขนาดของปฏิบัติการเหล่านี้

“อาชญากรรมไซเบอร์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกคน โดยไม่สนว่าองค์กรจะมีขนาดเท่าไร อาชญากรไซเบอร์เพียงสแกนหาช่องโหว่ และเจาะทุกประตูที่เปิดอยู่” Niki Luhur กล่าว

ขนาดของอาชญากรรมในลักษณะอุตสาหกรรมนี้เกิดขึ้นได้จากสิ่งเดียว คือการใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนในระบบดิจิทัลอย่างเป็นระบบ แทนที่จะโจมตีองค์กรใดองค์กรหนึ่งโดยเฉพาะ อาชญากรมุ่งเป้าไปที่ช่องโหว่ที่สามารถทำซ้ำและขยายผลได้ในหลายแพลตฟอร์ม

Niki เน้นย้ำว่า แม้กระแสจะให้ความสนใจกับ deepfake แต่ภัยที่แท้จริงอยู่ลึกกว่านั้นในห่วงโซ่การโจมตี โดยเฉพาะ injection attack (การโจมตีแบบแทรกคำสั่งอันตรายเข้าไปในระบบ) “แม้ deepfake จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ประตูหลักคือ injection attack ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกล้องเสมือนบนอุปกรณ์ที่ถูกเจาะระบบ” เขากล่าวเสริม

แนวทางแก้ไขของเขาคือการสร้างการป้องกันแบบหลายชั้นที่ต้องมีการยืนยันพร้อมกันสามระดับ ได้แก่ ตัวบุคคล (biometrics), ตัวตนของบุคคล (ตรวจสอบกับฐานข้อมูลภาครัฐ) และอุปกรณ์ วิธีนี้ช่วยแก้ช่องว่างเชิงโครงสร้างที่ระบบ KYC และระบบยืนยันตัวตนของสถาบันการเงินยังทำงานแยกจากกัน

นอกจากนี้ VIDA ยังเปิดตัว ID FraudShield โซลูชันตรวจจับการฉ้อโกงใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือภัยคุกคามที่การตรวจสอบไบโอเมตริกซ์แบบเดิมไม่สามารถป้องกันได้ โดย ID FraudShield ผสานการตรวจจับความเป็นมนุษย์ (biometric liveness) เข้ากับข้อมูลอัจฉริยะของอุปกรณ์ การวิเคราะห์พฤติกรรม การตรวจจับเครือข่าย และการประเมินความเสี่ยงแบบใช้กฎเกณฑ์ (rule-based) ผ่าน SDK เดียว ออกแบบมาเพื่อจับการฉ้อโกงที่ระบบ liveness เพียงอย่างเดียวไม่สามารถตรวจพบได้

เกี่ยวกับ VIDA

VIDA เป็นหน่วยงานรับรอง (Certification Authority: CA) ที่ได้รับใบอนุญาตภายใต้กระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ก่อตั้งในปี 2561 (ค.ศ. 2018) VIDA ให้บริการด้านดิจิทัลไอดีที่รวมใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ลายมือชื่อดิจิทัล การยืนยันตัวตน และการยืนยันธุรกรรม ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก รวมถึง Public Key Infrastructure (PKI) และการยืนยันด้วยชีวมิติ VIDA ตรวจสอบตัวตนมากกว่า 2.5 ล้านรายการต่อวัน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.vida.id 

 

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →