Skip to content
Home » News » Zetrix จับมือ Astron ในเครือ CAICT เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ผสานความสามารถของบล็อกเชนเข้ากับปัญญาประดิษฐ์สำหรับระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง

Zetrix จับมือ Astron ในเครือ CAICT เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ผสานความสามารถของบล็อกเชนเข้ากับปัญญาประดิษฐ์สำหรับระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง

‘Avatar’ แพลตฟอร์มใหม่มุ่งให้ผู้ช่วยอัจฉริยะอัตโนมัติสามารถตรวจสอบตัวตน ข้อมูลส่วนบุคคล และเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคที่จัดการโดย AI agents

ฮ่องกง, 15 เมษายน 2569 /PRNewswire/ — Zetrix AI Berhad (“Zetrix AI”) จับมือสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน (“CAICT”) เปิดตัวโครงการริเริ่มใหม่: การระบุตัวตนบนบล็อกเชนสำหรับผู้ช่วยอัจฉริยะ อันเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับ “เศรษฐกิจในยุคที่จัดการโดย AI agents” ซึ่งกำลังถือกำเนิดขึ้น โดยระบบ AI จะปฏิบัติหน้าที่ ทำธุรกรรม และสื่อสารในนามของบุคคลและบริษัทต่าง ๆ

Mr. CZ Wong, Chief AI Officer of Zetrix AI and architect of Avatar, introduced the platform as a blockchain-based trust layer for identity-verified autonomous AI agents during the World Internet Conference Asia Pacific in Hong Kong.
Mr. CZ Wong, Chief AI Officer of Zetrix AI and architect of Avatar, introduced the platform as a blockchain-based trust layer for identity-verified autonomous AI agents during the World Internet Conference Asia Pacific in Hong Kong.

แพลตฟอร์ม Avatar (http://avatar.inc) ซึ่งเปิดตัวในงาน World Internet Conference Asia Pacific ที่ฮ่องกง ช่วยให้บุคคลและองค์กรต่าง ๆ สามารถสร้าง “แบบจำลองเสมือนจริง” ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงที่ได้รับการฝึกฝนตามบุคลิกภาพ ความชอบ ความรู้ และรูปแบบการสื่อสารของพวกเขาได้ จากนั้นผู้ช่วยอัจฉริยะดังกล่าวจะโต้ตอบกับผู้ใช้ โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะอื่น ๆ และระบบออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อดำเนินงานอันหลากหลาย โดยมีระบบยืนยันตัวตนและสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือสินทรัพย์ดิจิทัลได้

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่บริษัทต่าง ๆ กำลังก้าวข้ามโปรแกรมสนทนาไปสู่ระบบอัตโนมัติซึ่งสามารถเจรจา ประสานงาน ดำเนินกระบวนการทำงาน และเป็นตัวแทนของผู้ใช้ในสภาพแวดล้อมดิจิทัลได้ Avatar ช่วยให้สิ่งนี้เป็นไปได้โดยมอบการระบุตัวตนและการอนุญาตเพื่อตรวจสอบว่าผู้ช่วยอัจฉริยะเป็นตัวแทนของใคร ได้รับอนุญาตให้ทำอะไร และสินทรัพย์หรือข้อมูลประจำตัวที่ใช้เป็นของจริงหรือไม่

Avatar สร้างขึ้นบน OpenClaw แบบไฮบริดและชุดเครื่องมือซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการขั้นตอนการทำงานอย่างเป็นระบบที่ผสานกับบล็อกเชน Astron และ Zetrix โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ช่วยอัจฉริยะเข้าถึงเอกสารรับรองดิจิทัล รวมถึงตัวตน คุณสมบัติทางวิชาชีพ และสินทรัพย์ดิจิทัล แพลตฟอร์มดังกล่าวยังจะมีกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยซึ่งได้รับการรับรองจาก CAICT รวมถึงคลังจัดเก็บภารกิจของผู้ช่วยอัจฉริยะแบบเปิดซึ่งนักพัฒนาบุคคลอิสระสามารถเผยแพร่ผู้ช่วยเฉพาะทางของตนได้

“ผู้ช่วย AI อัจฉริยะซึ่งขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชนจะเป็นรากฐานความเชื่อมั่นสำหรับการปฏิสัมพันธ์ดิจิทัลแบบอัตโนมัติในยุคต่อไป เมื่อบรรดาผู้ช่วยอัจฉริยะเริ่มดำเนินการในนามของบุคคลและองค์กร การดำเนินงานที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือจึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถต่อรองได้” นาย You Xiao Yu รองประธานของ Astron CAICT กล่าว

Avatar ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย AI ทั่วไป แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตประเภทใหม่ซึ่งรังสรรค์ขึ้นบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมที่นำโดยเครื่องจักรซึ่งได้รับการตรวจสอบแล้วระหว่างผู้คน บริษัท และผู้ช่วยซอฟต์แวร์อัตโนมัติ

“ผู้ช่วยอัจฉริยะซึ่งทำหน้าที่แทนผู้ใช้ซึ่งเป็นมนุษย์และ/หรือบริษัทต่าง ๆ กำลังนำคลื่นลูกใหม่ของภารกิจที่ AI สามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระซึ่งต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับผู้ที่คุณกำลังทำธุรกรรมด้วยและการเข้าถึงเอกสารรับรองดิจิทัลหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่จำเป็น ในการดำเนินงานให้ลุล่วง” นาย TS Wong กรรมการผู้จัดการกลุ่มของ Zetrix AI ซึ่งพัฒนาบล็อกเชนสาธารณะ Layer-1 ของ Zetrix เพิ่มเติม

ระหว่างการนำเสนอ นาย CZ Wong ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปัญญาประดิษฐ์ของ Zetrix AI และสถาปนิกของ Avatar ชี้แจงถึงอนาคตที่ผู้ช่วย AI อัจฉริยะจะมีโหมดการโต้ตอบดังต่อไปนี้

สำหรับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ บริษัทมองเห็นภาพอนาคตของผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถให้คำแนะนำพนักงาน ตอบคำถามเชิงกลยุทธ์ และรักษาองค์ความรู้ขององค์กรได้เหนือขีดจำกัดของมนุษย์

สำหรับคนดังและบุคคลสาธารณะ ผู้ช่วยอัจฉริยะสามารถจัดการการมีส่วนร่วมของแฟนคลับและการปฏิสัมพันธ์เชิงพาณิชย์ในวงกว้าง ช่วยให้สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นส่วนบุคคลได้พร้อมกันหลายพันคนโดยไม่ต้องให้บุคคลดังกล่าวอยู่ ณ ที่นั้นจริง ๆ

สำหรับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์ Zetrix AI มองว่า Avatar เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ที่ใช้ AI เป็นหลัก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำเสนอความเชี่ยวชาญ บริหารจัดการกลุ่มสังคมออนไลน์ซึ่งสมาชิกต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม หรือสิทธิประโยชน์พิเศษ มอบการสอนส่วนบุคคล และขยายขอบเขตการเข้าถึงเชิงพาณิชย์ได้ไกลเกินกว่าขีดจำกัดของมนุษย์แบบเรียลไทม์

สำหรับบริษัทต่าง ๆ แนวคิดดังกล่าวสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก: การเปลี่ยนจากเว็บไซต์แบบคงที่ไปสู่ตัวแทนองค์กรอัตโนมัติซึ่งค้นหาลูกค้าเป้าหมายอย่างกระตือรือร้น ปรับแต่งข้อความให้เข้ากับโปรไฟล์ลูกค้าแต่ละราย ตลอดจนมีส่วนร่วมในการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องและปรับแต่งได้

สำหรับผู้บริโภค แพลตฟอร์มดังกล่าวสานต่อความฝันเฉพาะตัวได้ดียิ่งขึ้น: การสร้างส่วนขยายอัจฉริยะขั้นสูงที่ได้รับการพัฒนาโดยฝึกฝนจากความรู้และความชอบของตนเองซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ให้สำเร็จ Zetrix AI เปิดเผยว่าคุณสมบัติดังกล่าวอาจพัฒนาไปสู่รูปแบบของมรดกดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยให้คนรุ่นหลังสามารถโต้ตอบกับภาพลักษณ์ที่คงอยู่และเปี่ยมด้วยความรู้ของบุคคลนั้น แม้ตัวตนของเขาจะไม่อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม โอกาสซึ่งสำคัญที่สุดอาจอยู่ที่การโต้ตอบระหว่างผู้ช่วยอัจฉริยะด้วยกันเอง หรือ A2A ในโมเดลนั้น ตัวแทนของผู้ใช้งานสามารถเจรจา ร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงทำธุรกรรมกับผู้ช่วยอัจฉริยะที่ได้รับการตรวจสอบแล้วอีกระบบหนึ่งได้โดยตรงแบบไม่ต้องมีการแทรกแซงจากมนุษย์ในทันที Zetrix AI อธิบายว่าบล็อกเชนจะทำหน้าที่เป็นระดับความน่าเชื่อถือ ตัวตน และการชำระเงินสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างเครื่องจักรเหล่านั้น

ส่วนสำคัญของกลยุทธ์ดังกล่าวคือร้านค้าตัวแทนของแพลตฟอร์มซึ่งนักพัฒนาอิสระสามารถอัปโหลดผู้ช่วยเฉพาะทางเพื่อใช้งานโดยผู้เข้าร่วมรายอื่น ๆ ผู้ช่วยอัจฉริยะเหล่านั้นสามารถบูรณาการข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้เพื่อดำเนินการฟังก์ชันเฉพาะ ในขณะที่นักพัฒนายังสามารถขอรับการรับรองความปลอดภัย CAICT เพื่อปรับปรุงการใช้งานในกลุ่มองค์กรและสถาบันต่าง ๆ

การเคลื่อนไหวดังกล่าวตอกย้ำความพยายามที่เพิ่มขึ้นในการผสานการตรวจสอบบนบล็อกเชนเข้ากับความเป็นอิสระของ AI จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการปลอมแปลงตัวตน สิทธิ์ต่าง ๆ การสร้างข้อมูลซึ่งไม่มีอยู่จริง และการขาดระบบยืนยันตัวตนที่น่าเชื่อถือในระบบนิเวศ AI แบบเปิด

Zetrix AI เชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานของผู้ช่วยอัจฉริยะที่น่าเชื่อถืออาจมีความสำคัญต่อยุคอินเทอร์เน็ตในอนาคตเช่นเดียวกับเว็บไซต์ในยุคแรกและแอปพลิเคชันมือถือในยุคที่สอง หากสมมติฐานนั้นเป็นจริง Avatar จะไม่ใช่แค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการเดิมพันว่าเศรษฐกิจ AI ที่กำลังจะมาถึงนั้นต้องการมาตรการป้องกัน และบล็อกเชนจะเป็นผู้จัดหามาตรการดังกล่าว

เกี่ยวกับ Zetrix AI Berhad

Zetrix AI Berhad (“Zetrix AI”) เดิมชื่อ MY E.G. Services Berhad เป็นผู้บุกเบิกการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการขับเคลื่อนภาครัฐและเอกชนทั่วอาเซียน Zetrix AI มีสำนักงานใหญ่ในประเทศมาเลเซียโดยเริ่มดำเนินงานเมื่อปี 2543 ในฐานะผู้บุกเบิกข้อกำหนดการให้บริการภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์และบริการเชิงพาณิชย์เสริมในประเทศบ้านเกิด ปัจจุบัน บริษัทได้ก้าวสู่แถวหน้าของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในภูมิภาคที่กว้างขึ้นโดยใช้ Zetrix แพลตฟอร์มบล็อกเชน Layer-1 ของตนเอง และยอมรับการผสานของ Web3, AI รวมถึงหุ่นยนต์ เพื่อให้การทำธุรกรรมข้ามพรมแดน การทำงานร่วมกันของระบบระบุตัวตนดิจิทัล และโซลูชันระบบอัตโนมัติที่เชื่อมต่อผู้คน ธุรกิจ ตลอดจนรัฐบาล เป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ ชาญฉลาด และปลอดภัยสูงสุด

เกี่ยวกับ Zetrix

Zetrix คือบล็อกเชนสาธารณะ Layer-1 ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับสัญญาอัจฉริยะ และมอบความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย รวมถึงความสามารถในการขยายขนาด โครงสร้างพื้นฐานการเข้ารหัสของ Zetrix สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อเชื่อมต่อรัฐบาล ธุรกิจ และประชาชนเข้ากับเศรษฐกิจโลกบนบล็อกเชน การบูรณาการข้ามพรมแดนและข้ามเครือข่ายกับจีนทำให้ Zetrix ที่พัฒนาโดย Zetrix AI Berhad ซึ่งเดิมชื่อ MY E.G. Services Berhad ทำหน้าที่เป็นประตูบล็อกเชนซึ่งอำนวยความสะดวกทางการค้าทั่วโลกโดยใช้งานส่วนประกอบสำคัญสำหรับบริการ Web3 อาทิ ตัวระบุบนบล็อกเชน (BID) และเอกสารรับรองดิจิทัล (VC)

เกี่ยวกับสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน

สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน (“CAICT”) ก่อตั้งเมื่อปี 2500 เป็นสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (“MIIT”) ของจีนโดยตรง CAICT ยึดมั่นในปรัชญาทางวัฒนธรรม “ส่งเสริมความรุ่งเรืองด้วยคุณธรรมและความเชี่ยวชาญ” มานานหลายปี พร้อมทั้งยึดมั่นในบทบาทการพัฒนาที่เป็น “หน่วยวิจัยเฉพาะทางสำหรับภาครัฐรวมถึงแพลตฟอร์มนวัตกรรมและการพัฒนาสำหรับภาคอุตสาหกรรม” ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็น “หน่วยวิจัยและผู้สนับสนุนนวัตกรรมและการพัฒนาในสังคมสารสนเทศ” CAICT ส่งเสริมกลยุทธ์ แผน นโยบาย การทดสอบ และการรับรองที่สำคัญสำหรับการพัฒนาภาค ICT ของประเทศและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างแข็งขัน พิสูจน์ตนเองในฐานะผู้ผลักดันที่สำคัญในการพัฒนาและรังสรรค์นวัตกรรมแบบก้าวกระโดดของภาคสารสนเทศและการสื่อสารของจีน โดยคว้ารางวัลทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลายร้อยรางวัลทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา CAICT ได้เสริมสร้างความพยายามในการรังสรรค์นวัตกรรมเพื่อบรรลุขอบเขตการวิจัยที่กว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้นในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและข้อกำหนดเชิงนิเวศสังคมใหม่ ๆ สถาบันดำเนินการวิจัยเชิงลึกและวางแผนอย่างรอบคอบในด้านต่าง ๆ เช่น 4G/5G/6G, อินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม, การผลิตอัจฉริยะ, อินเทอร์เน็ตบนมือถือ, Internet of Things (IoT), เครือข่ายอินเทอร์เน็ตสำหรับยานยนต์ (iOV), คลาวด์คอมพิวติ้ง, บิ๊กดาต้า, บล็อกเชน, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เครือข่ายแห่งอนาคต, ความจริงเสมือน/ความจริงเสริม (VR/AR), ฮาร์ดแวร์อัจฉริยะ อีกทั้งความปลอดภัยทางไซเบอร์และข้อมูล ซึ่งทำให้ CAICT มีบทบาทสำคัญในการศึกษาเชิงกลยุทธ์และนโยบาย นวัตกรรมทางเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับภาคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงการบูรณาการด้านอุตสาหกรรมและสารสนเทศ

 

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →