Skip to content
Home » News » Sigenergy เปิดตัว Nantong Smart Energy Center พร้อมผลักดันกลยุทธ์ “AI in All” และนำเสนอพอร์ตโฟลิโอโซลูชันพลังงานรุ่นใหม่

Sigenergy เปิดตัว Nantong Smart Energy Center พร้อมผลักดันกลยุทธ์ “AI in All” และนำเสนอพอร์ตโฟลิโอโซลูชันพลังงานรุ่นใหม่

หนานทง, ประเทศจีน, 14 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — ในวันนี้ Sigenergy ได้ประกาศเปิดตัว Sigenergy Nantong Smart Energy Center อย่างเป็นทางการในเมืองหนานทง มณฑลเจียงซู ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในพัฒนาการระดับโลกของบริษัท งานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมเกือบ 2,000 คน อันประกอบด้วยผู้ก่อตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทผู้จัดจำหน่ายชั้นนำและพันธมิตรด้านการติดตั้ง ซึ่งมาจากกว่า 50 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลระดับโลกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของ Sigenergy และบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมของบริษัท

Sigenergy inaugurated the Sigenergy Nantong Smart Energy Center in Nantong, Jiangsu Province, China
Sigenergy inaugurated the Sigenergy Nantong Smart Energy Center in Nantong, Jiangsu Province, China

ระหว่างการจัดงานดังกล่าว Sigenergy ได้ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญหลายประการที่ชี้ถึงการเติบโตระดับโลกในระยะต่อไปของบริษัท โดยได้เปิดเผยกลยุทธ์ “AI in All” และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการที่ครอบคลุมการใช้งานในภาคที่อยู่อาศัย ภาคการพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I) และในระดับสาธารณูปโภค หมุดหมายสำคัญเหล่านี้ร่วมกันย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Sigenergy ในการพัฒนานวัตกรรมพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI การผลิตอัจฉริยะ และโซลูชันพลังงานที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์การใช้งานทั่วโลกให้ก้าวหน้า

“AI in All”: นำความอัจฉริยะมาสู่ระบบนิเวศพลังงานทั้งหมด

กลยุทธ์ “AI in All” ของ Sigenergy วางตำแหน่งให้ปัญญาประดิษฐ์เป็นขีดความสามารถหลักที่ฝังอยู่ทั่วทั้งผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ การผลิต และระบบการจัดการพลังงาน โดยเปลี่ยนระบบพลังงานจากการเป็นเพียงการปฏิบัติงาน สู่การเป็นระบบที่ชาญฉลาด ทำงานร่วมกันได้ และได้รับการปรับให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

“Sigenergy มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลกผ่านนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI” Tony Xu ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Sigenergy กล่าว “เรามุ่งเน้นที่การใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อสร้างระบบพลังงานที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้นและสามารถปรับตัวได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม”

ในขณะที่พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานกำลังปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์พลังงานของโลก อุตสาหกรรมก็กำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยฮาร์ดแวร์ไปสู่ระบบแบบบูรณาการที่มีประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นตัวกำหนด ภายใต้บริบทดังกล่าว Sigenergy ได้ฝัง AI ให้เป็นชั้นพื้นฐานทั่วทั้งแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของบริษัท โดยในระดับผลิตภัณฑ์ AI ช่วยสนับสนุนการจัดการพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการควบคุมการจ่ายพลังงาน ส่วนด้านซอฟต์แวร์ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตั้งค่า การตรวจสอบ และการดำเนินกลยุทธ์ และในระดับระบบ AI จะเชื่อมต่ออุปกรณ์และแอปพลิเคชันที่กระจายตัวเข้าด้วยกัน ทำให้ดำเนินงานได้อย่างสอดประสานและชาญฉลาดในสถานการณ์การใช้งานทั้งภาคที่อยู่อาศัย เชิงพาณิชย์ และระดับสาธารณูปโภค

ด้วยกลยุทธ์ “AI in All” Sigenergy กำลังเปลี่ยนนวัตกรรม AI ให้กลายเป็นความสามารถของผลิตภัณฑ์และความอัจฉริยะของระบบที่จับต้องได้ พร้อมทั้งเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ชาญฉลาดและสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทั่วโลก

Nantong Smart Energy Center: มาตรฐานใหม่ของการผลิตอัจฉริยะ

เพื่อสนับสนุนการผลักดันและขยายการดำเนินกลยุทธ์ “AI in All” ในระดับโลก บริษัทจึงได้เปิดตัว Sigenergy Nantong Smart Energy Center แห่งใหม่ โดยครอบคลุมพื้นที่รวม 136,000 ตารางเมตร ด้วยเงินลงทุน 500 ล้านหยวน (คิดเป็นประมาณ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยโรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตอินเวอร์เตอร์และชุดแบตเตอรี่ได้มากกว่า 300,000 หน่วยต่อปี และนอกเหนือจากการเป็นโรงงานผลิตแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแบบบูรณาการที่ผสานการวิจัยและพัฒนาขั้นสูง การผลิตอัจฉริยะ การจัดส่งสินค้าไปยังตลาดทั่วโลก และการจัดการพลังงานเข้าไว้ด้วยกัน

ในฐานะศูนย์กลางของเครือข่ายการผลิตของ Sigenergy ศูนย์ Nantong Smart Energy Center แห่งนี้มีแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบบูรณาการเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตรวจสอบการผลิตได้แบบเรียลไทม์ และประสานกระบวนการทำงานต่าง ๆ ทั่วทั้งโรงงาน ทั้งนี้ สิ่งที่แตกต่างจากโรงงานแบบดั้งเดิมที่พึ่งพาระบบอัตโนมัติแบบแยกส่วน คือ โรงงานแห่งนี้ได้เชื่อมโยงระบบ Manufacturing Execution Systems (MES), Warehouse Management Systems (WMS) และ Energy Management Systems (EMS) เข้าด้วยกัน จึงทำให้การจัดส่งวัสดุ การตั้งค่าการทำงานของเครื่องจักร และการปรับกระบวนการผลิตสามารถประสานกันได้โดยอัตโนมัติ

Sigenergy สามารถรักษาระดับความแม่นยำชั้นนำของอุตสาหกรรมในกระบวนการผลิตหลักไว้ได้ โดยการเชื่อมแบบอัตโนมัติที่ใช้ระบบตรวจสอบภาพด้วยกล้อง Charge-Coupled Device (CCD) ทำให้อัตราผลผลิตที่ผ่านมาตรฐานอยู่ในระดับสูงถึง 99.9% ขณะที่สายการผลิตแบบ Surface-Mount Technology (SMT) สามารถติดตั้งชิ้นส่วนได้ภายในเวลาเพียง 0.043 วินาทีต่อหน่วย ด้วยความแม่นยำระดับ 20–30 ไมครอน และกระบวนการประกอบแบบ Dual In-line Package (DIP) สามารถลดระยะเวลาในการประกอบลงได้ถึง 50% ด้วยการใช้ระบบอัตโนมัติและแนวทางการผลิตแบบลีน (lean) การตรวจสอบคุณภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ามาแทนที่การสุ่มตรวจโดยบุคลากร ขณะที่ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะแบบสามมิติของ Sigenergy จะผสานการเคลื่อนย้ายวัสดุทั้งในระดับเหนือศีรษะและพื้นดินเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้เหมาะสมที่สุด

การผสานกันของอุปกรณ์ขั้นสูงและระบบอัจฉริยะนี้ทำให้ได้ประสิทธิภาพการผลิตในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม โดยสามารถผลิตชุดแบตเตอรี่ได้หนึ่งชุดทุก 15 วินาที และผลิตอินเวอร์เตอร์ได้หนึ่งเครื่องทุก 21 วินาที การเปิดตัว Nantong Smart Energy Center ทำให้มั่นใจได้ว่าการออกแบบต้นฉบับของ Sigenergy จะสามารถนำไปผลิตได้จริงในระดับอุตสาหกรรมโดยไม่ลดทอนคุณภาพ พร้อมทั้งสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความแม่นยำ ความสม่ำเสมอ และความน่าเชื่อถือในระยะยาว

ขยายโซลูชันพลังงานแบบครอบคลุมทุกสถานการณ์ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สามรายการ

Sigenergy ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอโซลูชันพลังงานแบบครบทุกสถานการณ์ของบริษัท โดยครอบคลุมการใช้งานในภาคที่อยู่อาศัย การพาณิชย์และอุตสาหกรรม และในระดับสาธารณูปโภค

  1. ภาคที่อยู่อาศัย: SigenStor Neo

    สำหรับตลาดที่อยู่อาศัย บริษัทได้เปิดตัว SigenStor Neo ซึ่งเป็นระบบพลังงานภายในบ้านรุ่นใหม่ ระบบนี้ต่อยอดจากสถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Sigenergy รวมทั้งการออกแบบวงแหวนแสงแบบวงกลม โดยได้ผสานองค์ประกอบสำคัญหลายส่วนไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ได้แก่ อินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ (PV inverter) ระบบแปลงและควบคุมพลังงาน (PCS) ของแบตเตอรี่ ระบบบริหารจัดการพลังงาน เกตเวย์ และชุดแบตเตอรี่

    ระบบ SigenStor Neo ได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของครัวเรือนยุคใหม่ โดยมอบการบูรณาการระบบที่ดียิ่งขึ้น การประสานการทำงานระหว่างส่วนประกอบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และความสามารถใช้งานร่วมกับสถานการณ์พลังงานภายในบ้านที่หลากหลายได้ เพื่อมอบประสบการณ์พลังงานที่ชาญฉลาด คล่องตัวอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้งานง่ายยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ใช้

  2. อินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I)

    สำหรับการใช้งานในภาคการพาณิชย์และอุตสาหกรรม Sigenergy ได้เปิดตัวอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 166 kW ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความหนาแน่นกำลังไฟฟ้าที่สูงขึ้นและประสิทธิภาพของระบบที่ดียิ่งขึ้นผ่านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์กำลังขั้นสูง โซลูชันนี้ช่วยให้ลูกค้าองค์กรสามารถบูรณาการระบบพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ยิ่งขึ้น

  3. อินเวอร์เตอร์สำหรับระบบสาธารณูปโภค

    ในกลุ่มตลาดระดับสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ Sigenergy ได้เปิดตัวอินเวอร์เตอร์สำหรับระบบสาธารณูปโภครุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ด้วยสถาปัตยกรรมความหนาแน่นกำลังสูง อินเวอร์เตอร์นี้จึงสามารถให้กำลังเอาต์พุตได้สูงสุดถึง 500 kW รองรับอินพุต DC 1650 V และระบบ AC 1000 V ซึ่งช่วยลดต้นทุนของระบบพร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าโดยรวม

    อินเวอร์เตอร์รุ่นนี้มีระบบติดตามจุดกำลังไฟฟ้าสูงสุด (MPPT) สูงสุดถึง 18 ชุด โดยแต่ละชุดรองรับการเชื่อมต่อได้ 2 สตริง พร้อมมีความสามารถในการรองรับกระแสไฟฟ้าที่สูงขึ้น ช่วยเพิ่มปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ในพื้นที่ที่มีภูมิประเทศซับซ้อน นอกจากนี้ยังติดตั้งเทคโนโลยี Arc Fault Circuit Interruption (AFCI) ขั้นสูง ซึ่งสามารถตรวจจับความผิดปกติของอาร์กไฟฟ้าได้ไกลถึง 500 เมตร ทั้งยังผสานเข้ากับกลไกการป้องกันหลายชั้น จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการดำเนินงานของระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    สำหรับการดำเนินงานและการบำรุงรักษา อินเวอร์เตอร์นี้มีความสามารถในการตรวจจับความผิดปกติในระดับ MPPT และมีระบบการวินิจฉัยอัจฉริยะ พร้อมทั้งการตรวจสอบระยะไกล การตรวจสอบอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนได้ ความสามารถของ AI ยังช่วยปรับปรุงความแม่นยำในการคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าในช่วงระยะสั้นมาก (ultra-short-term) และระยะสั้น (short-term) ให้ดีขึ้น โดยการผสานข้อมูลจากอุปกรณ์ของระบบ สภาพพื้นที่ติดตั้ง และข้อมูลสภาพอากาศเข้าด้วยกัน ส่งผลให้สามารถวางแผนการจ่ายพลังงานเข้าสู่ระบบได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้จากการผลิตไฟฟ้า

ด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ดังกล่าว Sigenergy เดินหน้าสร้างแพลตฟอร์มเทคโนโลยีพลังงานที่ครอบคลุมตั้งแต่ระบบพลังงานสำหรับภาคที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงโรงไฟฟ้าระดับสาธารณูปโภค

 

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →