
SanDisk แบรนด์ผู้นำด้านหน่วยความจำ ประกาศเปิดตัว SanDisk Extreme Fit USB-C Flash Drive รุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศอินเดีย โดยชูจุดเด่นว่าเป็นแฟลชไดรฟ์ USB-C ขนาดเล็กที่สุดในโลกที่มีความจุสูงถึง 1TB เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพกพาข้อมูลจำนวนมากได้อย่างสะดวกสบายและไม่เกะกะการใช้งาน โดยผลิตภัณฑ์รุ่นนี้เคยเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา
SanDisk Extreme Fit: คุณสมบัติโดดเด่นและสเปก
แฟลชไดรฟ์ SanDisk Extreme Fit ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ทำให้ผู้ใช้สามารถเสียบทิ้งไว้กับแล็ปท็อปหรือแท็บเล็ตได้โดยไม่บดบังพอร์ตเชื่อมต่ออื่น ๆ และยังมาพร้อมประสิทธิภาพในการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็ว
- ความจุ: มีให้เลือกตั้งแต่ 64GB, 128GB, 256GB, 512GB และสูงสุด 1TB
- เทคโนโลยี: USB 3.2 Gen 1
- ความเร็วอ่านข้อมูล: สูงสุด 400MB/s สำหรับรุ่นความจุ 128GB ถึง 1TB ช่วยให้การโอนไฟล์ขนาดใหญ่ เช่น วิดีโอ HD หรือภาพยนตร์ทั้งเรื่องทำได้อย่างรวดเร็ว
- ขนาด: 18.54 มม. x 13.72 มม. x 16 มม.
- น้ำหนัก: เพียง 3 กรัม
นอกจากนี้ SanDisk ยังได้ใส่ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์เสริมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการใช้งาน:
- SecureAccess: สำหรับการเข้ารหัสข้อมูลด้วยรหัสผ่าน เพื่อปกป้องไฟล์สำคัญของคุณ
- Memory Zone app: แอปพลิเคชันสำหรับจัดระเบียบและสำรองข้อมูลบนระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS
- RescuePro Deluxe: ซอฟต์แวร์ช่วยกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบไปแล้ว
แฟลชไดรฟ์รุ่นนี้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่ใช้ Windows 10 หรือใหม่กว่า, macOS 12 หรือใหม่กว่า และ iPadOS 15 หรือใหม่กว่า พร้อมรับประกันแบบจำกัดระยะเวลา 5 ปี เพื่อความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว
ราคาและการวางจำหน่ายในตลาดอินเดีย
SanDisk Extreme Fit USB-C Flash Drive มีวางจำหน่ายแล้วบนแพลตฟอร์ม Flipkart ในประเทศอินเดีย โดยมีราคาดังนี้:
- รุ่น 64GB: ราคา 2,049 รูปีอินเดีย
- รุ่น 128GB: ราคา 2,799 รูปีอินเดีย
- รุ่น 256GB: ราคา 4,899 รูปีอินเดีย
- รุ่น 512GB: ราคา 4,999 รูปีอินเดีย
- รุ่น 1TB: ราคา 17,299 รูปีอินเดีย
ทำไม SanDisk Extreme Fit ถึงน่าสนใจ?
ในมุมมองของเรา SanDisk Extreme Fit ถือเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานกับข้อมูลขนาดใหญ่หรือชอบพกพาสื่อบันเทิงติดตัวไปทุกที่ การที่แฟลชไดรฟ์มีขนาดเล็กจิ๋วเพียง 3 กรัมแต่ให้ความจุสูงถึง 1TB พร้อมพอร์ต USB-C ที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน ทำให้ใช้งานได้หลากหลายกับทั้งแล็ปท็อป แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนหลายรุ่น ส่วนตัวคิดว่าจุดเด่นเรื่องความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงสุด 400MB/s ก็ช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมาก ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่น่าลงทุนสำหรับทั้งนักศึกษา, มืออาชีพ หรือแม้แต่ผู้ใช้งานทั่วไปที่มองหาความสะดวกสบายในการจัดการไฟล์.
ที่มา: gizmochina.com