Skip to content
Home » News » ZTE จัดแสดงนวัตกรรม AI แบบฟูลสแต็กครบวงจรที่งาน MWC Barcelona 2026 เดินหน้าสร้างอนาคตอัจฉริยะ

ZTE จัดแสดงนวัตกรรม AI แบบฟูลสแต็กครบวงจรที่งาน MWC Barcelona 2026 เดินหน้าสร้างอนาคตอัจฉริยะ

  • ZTE จะนำเสนอโซลูชันล่าสุดของบริษัทในงาน MWC Barcelona 2026 และเน้นย้ำการบูรณาการเชิงลึกระหว่าง AI และ ICT ผ่าน 4 สาขาสำคัญ ได้แก่ AI Agentic Connectivity, AI Cloud, AI Home และ Smart Personal Devices
  • ZTE จะเปิดตัวผลงานความสำเร็จครั้งสำคัญ 8 รายการ แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของนวัตกรรมของบริษัท
  • ZTE จะเข้าร่วมเวทีประชุมหลักของ GSMA เพื่อร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกในหัวข้อ Corporate Innovation, Intelligent Infrastructure, Connect AI, Tech4ALL และ Game Changer

บาร์เซโลนา, สเปน, 3 มีนาคม 2569 /PRNewswire/ — ZTE Corporation (0763.HK / 000063.SZ) ผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบบูรณาการ จะเข้าร่วมงาน MWC Barcelona 2026 ระหว่างวันที่ 2 ถึง 5 มีนาคม ภายใต้ธีม “Creating an Intelligent Future” (สร้างอนาคตอัจฉริยะ)

ภายใต้กลยุทธ์ “All in AI, AI for All” (มุ่งมั่นเต็มที่กับ AI สำหรับ AI เพื่อทุกคน) ZTE จะจัดแสดงความสำเร็จล่าสุดของกลยุทธ์ “Connectivity + Computing” เวอร์ชันอัปเกรดของบริษัท และร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อสร้างอนาคตดิจิทัลที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และครอบคลุมทุกภาคส่วน

บูธของ ZTE ตั้งอยู่ที่ 3F30, Hall 3, Fira Gran Via โดยบริษัทจะเปิดตัวโซลูชันและผลิตภัณฑ์ล้ำสมัย โดยเน้นการเชื่อมต่อแบบ AI-native โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพและคาร์บอนต่ำ ตลอดจนอุปกรณ์สมาร์ทโฮมและอุปกรณ์อัจฉริยะส่วนบุคคลเชิงนวัตกรรม

ZTE เข้าร่วมงาน MWC Barcelona 2026 ภายใต้ธีม “Creating an Intelligent Future”
ZTE เข้าร่วมงาน MWC Barcelona 2026 ภายใต้ธีม “Creating an Intelligent Future”

พอร์ตโฟลิโอ AI ครอบคลุมทุกสถานการณ์การใช้งานใน 4 สาขาหลัก

ในงานจัดแสดงปีนี้ ZTE จะเน้นย้ำการบูรณาการเชิงลึกของ AI และ ICT ผ่านพื้นที่จัดแสดงหลัก 4 สาขา ได้แก่ AI Agentic Connectivity, AI Cloud, AI Home และ Smart Personal Devices โดย ZTE จะนำเสนอกรอบการทำงานโซลูชันปัญญาดิจิทัลสำหรับทุกสถานการณ์การใช้งานอย่างครบครัน และครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงแอปพลิเคชัน และตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมไปจนถึงการนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์

ในส่วนของ AI Agentic Connectivity สำหรับเครือข่ายมือถือ โดยอาศัยสถาปัตยกรรม AI-native ของ ZTE เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และโซลูชันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานประสิทธิภาพสูงพิเศษ บุกเบิกกระบวนทัศน์เครือข่ายอัตโนมัติระดับ L4 และปลดล็อกขอบเขตใหม่ ๆ ให้แก่การสร้างมูลค่าทางธุรกิจจากจากการผสานการเชื่อมต่อและ AI (Connectivity+AI) สำหรับเครือข่ายออปติคัล ZTE ร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายในเส้นทางวิวัฒนาการ 3 ระยะที่มีความชัดเจน ตั้งแต่การขยายโครงข่ายใยแก้วนำแสง (fiberization) ไปสู่เครือข่ายออปติคัลทั้งหมด (all-optical networks) และต่อยอดสู่เครือข่ายออปติคัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อผลักดันความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและความสำเร็จทางธุรกิจ เส้นทางการพัฒนานี้ตั้งอยู่บนแนวคิดการก่อสร้างที่เพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน (TCO) เพื่อเร่งการขยายโครงข่ายใยแก้วนำแสง โดยขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลักด้านความเร็ว ประสบการณ์ผู้ใช้ และการสร้างรายได้จากบริการ เพื่อเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งาน (ARPU) อย่างต่อเนื่องในยุคของโครงข่ายออปติคัลเต็มรูปแบบ และก้าวต่อไปสู่เครือข่ายออปติคัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งมอบรากฐานที่มีทั้งแบนด์วิดท์ความเร็วสูงพิเศษ ความสามารถในการรับรู้ขั้นสูง และความอัจฉริยะเหนือระดับ เพื่อยกระดับมูลค่าทางธุรกิจอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ โซลูชัน HI-NET ซึ่งใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น การรวมคลื่นเต็มช่วง C+L ความเร็ว 1.6Tbps และพลังประมวลผล AI ในตัว ได้สร้างรากฐานเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงและอัจฉริยะให้แก่ยุคการเชื่อมต่ออัจฉริยะ สำหรับเครือข่ายวิทยาเขต ZTE ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม ประกอบด้วยเกตเวย์บริการ 50G PON บูรณาการแบบรวม 5 ฟังก์ชันในหนึ่งเดียวรายแรกของอุตสาหกรรม และเกตเวย์ FTTR ระดับองค์กรที่ผสานการเชื่อมต่อออปติคัล ความปลอดภัยด้านวิดีโอ ความสามารถด้านการประมวลผล และการจัดเก็บข้อมูล นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้ผู้ให้บริการพัฒนาจากการเพียงให้บริการใยแก้ว ไปสู่การส่งมอบเครือข่ายอัจฉริยะครบวงจร ทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดองค์กร และเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการและบำรุงรักษาเครือข่าย (O&M) ที่ซับซ้อน และการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยมูลค่า ZTE ได้นำเสนอโซลูชันเครือข่ายอัตโนมัติ AIR Net ที่ได้รับการรับรองโดย TMF โซลูชันเครือข่ายอัตโนมัติฟูลสแต็ก (full-stack) แบบครบวงจรที่อิงตัวแทนอัจฉริยะ ภายใต้สถาปัตยกรรมอัจฉริยะแบบเปิดและมีหลายชั้น ช่วยให้ผู้ให้บริการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OpEx) และเพิ่มรายได้ โดย ZTE ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการหลายรายในการติดตั้งใช้งานเครือข่ายอัตโนมัติระดับสูงและบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแล้ว

AI Cloud ในฐานะรากฐานของปัญญาดิจิทัล เป็นจุดเน้นที่สำคัญภายในบูธของ ZTE โดยสำหรับศูนย์ข้อมูล โซลูชัน Elastic AIDC สามารถตอบสนองความต้องการทั้งด้านประสิทธิภาพสูงและความยืดหยุ่น การออกแบบแบบโมดูลาร์ขั้นสูงช่วยให้ติดตั้งใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาก่อสร้างลง 40% เมื่อเทียบกับโซลูชันแบบเดิม ด้วยการใช้ระบบระบายความร้อนแบบแผ่นเย็น (cold-plate) ระบบระบายความร้อนแบบจุ่มน้ำหล่อเย็น และระบบไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง 800 โวลต์ ทำให้ประสิทธิภาพพลังงานโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 25% นอกจากนี้ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูงที่ปลอดภัยยังช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัยที่ดีขึ้น สำหรับโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล ด้วยการใช้จุดแข็งด้านการออกแบบร่วมกันระหว่างเครือข่าย-การประมวลผล และซอฟต์แวร์-ฮาร์ดแวร์ ZTE จึงสร้างโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลอัจฉริยะครอบคลุมทุกสถานการณ์ พร้อมบรรลุค่า TCO ที่เหมาะสมที่สุด ZTE ยังมุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและอัจฉริยะระดับองค์กร โดยพัฒนา AI agent ระดับองค์กรแบบฟูลสแต็กที่ปลอดภัยและได้รับการออกแบบเชิงวิศวกรรม ในชื่อ Co-Claw ซึ่งบูรณาการเข้าสู่กระบวนการทำงานในสำนักงาน การวิจัยและพัฒนา และการดำเนินงานทั้งหมด ช่วยยกระดับประสิทธิภาพองค์กรอย่างครอบคลุม และเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ZTE ได้นำแอปพลิเคชันดิจิทัลและอัจฉริยะเชิงนวัตกรรมหลายรายการเข้ามาใช้ในด้านการศึกษาและสาธารณสุข ด้วยเป้าหมายเพื่อบรรลุความเท่าเทียมด้านทรัพยากรและมอบประโยชน์จาก AI อย่างเปิดกว้างและทั่วถึงแก่ทุกฝ่าย ทั้งนี้ นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐาน ZTE ยังได้สร้างระบบนิเวศการประมวลผลที่แข็งแกร่งและแอปพลิเคชันหลากหลาย ด้วยการดำเนินธุรกิจในกว่า 160 ประเทศและภูมิภาค ZTE จึงมีประสบการณ์ระดับโลก ความเชี่ยวชาญบริการในพื้นที่ และความสามารถด้านการส่งมอบที่แข็งแกร่ง ZTE ใช้จุดแข็งเหล่านี้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสร้างระบบนิเวศการประมวลผลระดับโลกที่กำลังเติบโตอย่างรุ่งเรือง และบรรลุความสำเร็จร่วมกันกับพันธมิตรและลูกค้า

ส่วนในสาขา AI Home นั้น ZTE ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดอุปกรณ์ปลายทางสมาร์ทโฮม ด้วยยอดจัดส่งต่อปีมากกว่า 100 ล้านหน่วย และยังอยู่ในอันดับหนึ่งของโลกในด้านยอดจัดส่งอุปกรณ์ CPE, IP STB, เทอร์มินัล Wi-Fi 7 รวมถึงผลิตภัณฑ์ FWA และ MBB และในยุค AI บริษัทเดินหน้าสร้างสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ภายใต้แนวคิด “Connectivity as the Base, Screen as the Medium, and AI as the Core” (การเชื่อมต่อคือรากฐาน หน้าจอคือสื่อกลาง และ AI คือหัวใจสำคัญ) เพื่อมุ่งสร้างประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณภาพในแนวคิด “Screens on the Go, Services at Your Fingertips” (หน้าจอที่เดินทางไปกับคุณ บริการที่อยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว) และเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ZTE ได้เปิดตัวนวัตกรรมที่เป็นรายแรกของอุตสาหกรรมหลายรายการ อาทิ อุปกรณ์ CPE ที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 8 สำหรับใช้งานเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของโลก ปูทางสู่การเชื่อมต่อ 10G ที่แท้จริง, ดิสเพลย์อัจฉริยะขับเคลือนด้วย AI รุ่นแรกที่มาพร้อม “Dual Brains, Dual Screens, and Full Connectivity” (สมองกลสองชุด สองหน้าจอ พร้อมการเชื่อมต่อเต็มรูปแบบ), กลุ่มผลิตภัณฑ์คลาวด์พีซีที่ขับเคลื่อนด้วย AI รุ่นแรกที่ครอบคลุมทุกขนาดหน้าจอ ยกระดับมาตรฐานใหม่ให้แก่สื่อแบบมัลติสกรีน, แพลตฟอร์มบริหารจัดการแบบบูรณาการระหว่างเทอร์มินัลและคลาวด์รายแรก ช่วยเปิดโอกาสให้ทำการประสานงานอัจฉริยะแบบครบวงจรได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และการยกระดับอย่างครอบคลุมจากการเชื่อมต่อไปสู่ระบบอัจฉริยะตามสถานการณ์ใช้งาน

ในฐานะ AI-Native Phone Pioneer หรือผู้บุกเบิกด้านโทรศัพท์ AI-Native นั้น ZTE เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี AI ล้ำสมัยและการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ ด้วยแนวทาง “Innovation + Action” ปรับโฉมกระบวนทัศน์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และอุปกรณ์ โดยผสาน AI ระดับเชิงลึกเข้าในฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบนิเวศ เปลี่ยน AI จากการเป็นเพียงเครื่องมือ ไปสู่เพื่อนคู่ใจที่มีความคิดริเริ่มและช่วยเกื้อหนุน ที่เข้าใจและเติบโตไปพร้อมกับคุณ ในด้านเกมและอีสปอร์ต ZTE กำลังก้าวจาก “Born to Win” ไปสู่ “Win More Games” โดยมีสมาร์ทโฟนเกมมิ่งซีรีส์ REDMAGIC และ nubia Neo เป็นหัวใจหลัก เพื่อเดินหน้าสร้างแบรนด์เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากที่สุด สำหรับด้าน FWA & MBB อุปกรณ์ 5G FWA และ MBB ของบริษัทครองส่วนแบ่งตลาดโลกอันดับ 1 ยาวนานต่อเนื่อง 5 ปี มอบการเชื่อมต่อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ และปลอดภัย ครอบคลุมสถานการณ์สำหรับบุคคล ยานพาหนะ และบ้าน ภายใต้กลยุทธ์ “5G for All” 

ผู้บุกเบิกด้านโทรศัพท์ AI-Native (AI-Native Phone Pioneer)
ผู้บุกเบิกด้านโทรศัพท์ AI-Native (AI-Native Phone Pioneer)

เปิดตัวผลงานความสำเร็จครั้งสำคัญ 8 รายการ นำเสนอความก้าวหน้าของนวัตกรรม

ภายในงาน ZTE จะเปิดตัวความสำเร็จก้าวล้ำที่สำคัญ 8 รายการ ครอบคลุมวิวัฒนาการเครือข่าย โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลอัจฉริยะ แพลตฟอร์ม AI agent และนวัตกรรมอุปกรณ์ปลายทาง ความก้าวหน้าเหล่านี้สะท้อนถึงความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแกนหลักด้วยตนเอง การปรับปรุงสถาปัตยกรรมระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และการผลักดันสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง ซึ่งล้วนเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมสู่ยุคดิจิทัลและอัจฉริยะ

  • AIR MAX: สแต็ก AI ที่แบ่งเป็น 10 บล็อก ขับเคลื่อนสถาปัตยกรรมความสามารถแบบ 3 ชั้น ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่เป็น AI-native, การปฏิบัติการอัตโนมัติระดับ L4 และกลไกในการสร้างรายได้ ช่วยยกระดับทั้งเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และโมเดลธุรกิจ พร้อมพลิกโฉมเครือข่ายมือถือสู่กระบวนทัศน์ “AI serves AI”
  • GigaMIMO: เปิดตัวต้นแบบ 6G รายแรกของโลกที่มาพร้อมองค์ประกอบเสาอากาศมากกว่า 2,000 ชิ้นในย่านคลื่น U6G โดยขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม AI ให้ความจุเครือข่ายสูงกว่า 5G-Advanced ถึง 10 เท่า โดยจะมีการนำเสนอต้นแบบ GigaMIMO 6G ภายในงาน พร้อมทั้งสาธิตบริการแบบอิมเมอร์ซีฟที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมบนย่านคลื่น U6G ซึ่งจะนิยามกระบวนทัศน์ใหม่ให้แก่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเอเจนต์อัจฉริยะ
  • 200G PON: เปิดตัวต้นแบบ 200G-PON แบบโหมดบรัสต์ (burst-mode) ที่รองรับ ONU หลายตัวพร้อมกัน (multi-ONU) เป็นรายแรกของอุตสาหกรรม สามารถรองรับการรับส่งข้อมูลขาขึ้นแบบบรัสต์จาก ONU หลายตัวพร้อมกัน ด้วยอัตราความเร็วสูงสุดถึง 200 กิกะบิตต่อวินาที
  • SuperPOD: นำสถาปัตยกรรม Orthogonal Electrical eXchange แบบนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบให้ไม่ต้องใช้สายเคเบิล รองรับการทำงานร่วมกับ GPU ได้หลากหลายอย่างยืดหยุ่น โดยหนึ่งตู้แร็กรองรับ GPU ได้สูงสุดถึง 128 ตัว ช่วยให้สามารถขยายระบบแบบ scale-up และ scale-out บนเครือข่ายแบบบูรณาการได้อย่างยืดหยุ่น 
  • Co-Sight AI Agent Studio: แพลตฟอร์มสำหรับสร้างเอเจนต์อัจฉริยะระดับอุตสาหกรรมที่มีความแม่นยำ เชื่อถือได้ และปลอดภัย โดย Co-Sight ครองอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่องในการประเมินผลของ GAIA และ HLE 
  • Wi-Fi 8: ผู้บุกเบิกรายแรกของอุตสาหกรรมที่เปิดตัวโซลูชัน Wi-Fi 8 Mesh มอบการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพสูงเป็นพิเศษ พร้อมความเร็วสูง
  • AI Mid-Screen: เปิดตัวหน้าจอส่วนกลางอัจฉริยะ AI รายแรกของโลก ภายใต้แนวคิด “Dual-Brain Dual-Screen, Full-Domain Intelligent Connectivity” ที่ผสานความบันเทิง การสื่อสาร ความปลอดภัย และการควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกันในเชิงลึกสำหรับทุกสถานการณ์การใช้งาน
  • AI Native Phone Pioneer: สมาร์ตโฟน nubia M153 ที่มาพร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะ Doubao AI Assistant มอบประสบการณ์ใหม่ของการทำงานข้ามแอปที่ราบรื่นไร้รอยต่อ โดยสมาร์ตโฟน รุ่นนี้เปิดตัวแล้วในประเทศจีนเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

AI เพื่อทุกคน (AI for All)
AI เพื่อทุกคน (AI for All)

นอกจากนี้ ภายในงาน MWC Barcelona 2026 ทาง ZTE จะจัดกิจกรรมสำคัญหลายรายการ ได้แก่ งานเปิดตัว AI New Species Release, งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ nubia NEO และ REDMAGIC, งานเปิดตัว AIR MAX for Future Network รวมถึงกิจกรรมเปิดตัวร่วมกับลูกค้าอีกหลายรายการ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมล้ำสมัยใหม่ ๆ ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ZTE ยังจะเข้าร่วมเวทีเสวนาธีมหลักที่จัดโดย GSMA เพื่อแบ่งปันมุมมองเชิงลึกและกรณีศึกษาล่าสุดในประเด็นสำคัญ อันประกอบด้วย Corporate Innovation, Intelligent Infrastructure, Connect AI, Tech4ALL และ Game Changer โดย ZTE จะทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายระดับโลก พันธมิตรในอุตสาหกรรม และผู้นำทางความคิด เพื่อเร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมอัจฉริยะในทุกอุตสาหกรรม

เมื่อ AI และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาหลอมรวมกัน ความสามารถด้านการเชื่อมต่อและการประมวลผลก็พัฒนาไปควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง เส้นแบ่งระหว่างโลกกายภาพและโลกดิจิทัลเลือนรางลงเรื่อย ๆ เปิดทางสู่ยุคใหม่แห่งปัญญาที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมและความร่วมมืออัจฉริยะ ระหว่างวันที่ 2–5 มีนาคม มาร่วมกับ ZTE เพื่อสัมผัสความก้าวหน้าที่พุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว และร่วมกันสร้างอนาคตอัจฉริยะไปด้วยกัน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมบูธของ ZTE (3F30, Hall 3, Fira Gran Via) ภายในงาน MWC Barcelona 2026 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
https://www.zte.com.cn/global/about/exhibition/mwc26.html

เกี่ยวกับ ZTE:

ZTE เชื่อมต่อโลกด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตที่ดีกว่า บริษัทนำเสนอเทคโนโลยีนวัตกรรมและโซลูชันแบบบูรณาการ โดยมีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมเครือข่ายการสื่อสาร โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล โซลูชันดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรม และอุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับบุคคลและบ้าน ZTE ให้บริการประชากรถึงหนึ่งในสามของโลก มุ่งมั่นเป็นผู้นำระดับโลกด้านการเชื่อมต่อและการประมวลผลอัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนให้การสื่อสารและความไว้วางใจเกิดขึ้นได้ทุกที่ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซินเจิ้น
www.zte.com.cn/global

ติดตามเราได้ทาง:
Facebook www.facebook.com/ZTECorp
Twitter www.x.com/ZTEPress
LinkedIn www.linkedin.com/company/zte
YouTube www.youtube.com/@ZTECorporation

สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน:
ZTE Corporation
ฝ่ายสื่อสาร
อีเมล: [email protected]

 

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →