

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “เก่าแลกใหม่ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” เป็นปีที่ 3 มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปีนี้ได้จับมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท เวสต์ แมเนจเมนท์ สยาม จำกัด (WMS) เพื่อร่วมผลักดันการจัดเก็บและกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศอย่างรอบด้าน

นางสาวพัชราภรณ์ วรยิ่งยง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและเทคโนโลยี เพาเวอร์บายมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนแนวทาง Green Technology อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ ‘เก่าแลกใหม่ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ ซึ่งเราดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภคและภาคธุรกิจในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพื่อตอบโจทย์การจัดการ E-Waste อย่างมีประสิทธิภาพในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพาเวอร์บายได้ร่วมมือกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเวสต์แมเนจเมนท์สยาม ในการรวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ลูกค้านำมาร่วมโครงการ และนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น ซึ่งมีสารทำความเย็นที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จะได้รับการจัดการอย่างปลอดภัยภายใต้ “โครงการแซนด์บ็อกซ์ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต กรณีเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น” โดย ศสอ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการวิจัยและต่อยอดแนวทางการจัดการ E-Waste อย่างยั่งยืนต่อไป”

รศ. ดร.สุธา ขาวเธียร ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า “ในปี 2566 พบว่าประเทศไทยมีปริมาณขยะอันตรายกว่า 680,000 ตัน โดย 65% หรือประมาณ 442,000 ตันเป็นซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ซึ่งได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธีเพียง 21% เท่านั้น ขยะเหล่านี้อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนในดิน น้ำ และอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะสารหล่อเย็นในแอร์และตู้เย็นที่ต้องได้รับการกำจัดอย่างเหมาะสม จึงได้ริเริ่มโครงการวิจัย “แซนด์บ็อกซ์ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต กรณีเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น” ขึ้น เพื่อทดสอบกลไกการจัดการซากผลิตภัณฑ์ตามหลักความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต โดยความท้าทายหนึ่งคือการรวบรวมซากผลิตภัณฑ์ให้เข้าสู่การจัดการอย่างถูกต้อง โดยในปีนี้ได้รับความร่วมมือกับภาคธุรกิจอย่างเพาเวอร์บายถือเป็นก้าวสำคัญในการร่วมมือกันช่วยขับเคลื่อนระบบการจัดการ E-Waste อย่างยั่งยืนในประเทศไทย”

นอกจากนี้ ทีมผู้บริหารและทีมช่างเทคนิคจากเพาเวอร์บายยังได้เข้าศึกษาดูงานที่ เวสต์แมเนจเมนท์สยาม เรียนรู้กระบวนคัดแยก และรีไซเคิลซากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกวิธี เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งจะถูกนำไปใช้พัฒนากระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์ของเพาเวอร์บายในระยะยาว

โครงการ “เก่าแลกใหม่ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่สะท้อนเจตนารมณ์ของเพาเวอร์บายในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ความยั่งยืน พร้อมสานต่อปรัชญา “CRC Care” ของเซ็นทรัล รีเทล ในมิติ Care for the Environment ที่มุ่งสร้างโลกสีเขียวอย่างยั่งยืน และตอกย้ำการเป็น Green & Sustainable Retail องค์กรค้าปลีกค้าส่งต้นแบบด้านความยั่งยืนแห่งเอเชีย
——————————————–
เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “เซ็นทรัล รีเทล”) เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก รวมทั้งธุรกิจค้าส่ง สินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format Multi-Category Omnichannel Retail และ Wholesale Platform) ในประเทศไทย ประเทศอิตาลี และประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,844 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ดฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ บิ๊กซี/ โก (GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียนคิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่ สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 62 จังหวัด ประเทศเวียดนาม ทั้งหมด 43 จังหวัดและประเทศอิตาลี ในเมืองหลักๆ ทั่วประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ปักหมุดด่วน! พบกับบูธ realme ที่จะพาทุกคนสัมผัสประสบการณ์ Gaming Master ในงาน “Bacon The Memory” 26 กรกฎาคมนี้ พร้อมของรางวัลจัดเต็ม!
- ROG ฉลองครบรอบ 20 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในประเทศไทย
- CEA Launches Thailand’s First International Marketplace for Film and Series at Bangkok International Content Market 2026 under TCM2026More than 300 Leading Thai and International Companies to Participate, with Over 700 Business Meetings ExpectedPositioning Thailand as the “Content Hub of Asia”
- Samsung SEAO Executive Byline Series: จากความสะดวกสู่ชีวิตอัจฉริยะ: เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน