![]() |
สิงคโปร์, 28 มกราคม 2569 /PRNewswire/ — การจัดงานเทศกาลศิลปะ Singapore Biennale 2025 (SB2025) ครั้งที่แปด เปิดให้เข้าชมจนถึงวันที่ 29 มีนาคม 2569 โดยจัดขึ้นตามธีมคือ pure intention (เจตนาบริสุทธิ์) เพื่อนำผู้ชมไปสัมผัสประเทศสิงคโปร์ผ่านผลงานศิลปะที่สร้างประสบการณ์ดื่มด่ำแบบอิมเมอร์ซีฟ และเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วม รวมทั้งตอบสนองต่อบริบทของสถานที่จริง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพิธีกรรม ประวัติศาสตร์ ประสบการณ์ชีวิตจริง และแรงปรารถนาที่เป็นสิ่งหล่อหลอมสภาพแวดล้อมของเรา การได้สัมผัสกับประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้สาธารณชนได้ค้นพบมิติที่ซ้อนทับของจังหวะชีวิตเมืองและอัตลักษณ์ที่กำลังพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป ช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการมอง รู้สึก และเชื่อมโยงถึงกันผ่านศิลปะ
SB2025 สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับย่านสำคัญ 5 แห่งทั่วเมือง โดยนำเสนอผลงานศิลปะกว่า 100 ชิ้น จากศิลปินมากกว่า 80 คน พร้อมทั้งการจัดแสดงอิสระโดยเครือข่ายที่หลากหลายของกลุ่มภัณฑารักษ์รับเชิญ โดยที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสิงคโปร์ (Singapore Art Museum) ใน Tanjong Pagar Distripark ผลงานศิลปะเหล่านี้สำรวจความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างประวัติศาสตร์ เทคโนโลยี ความทรงจำ และชีวิตประจำวัน ผลงานหุ่นไนลอนสีสันสดใสของ Paul Chan คอยต้อนรับผู้มาเยือน ชวนให้นึกถึงมุมมองที่เปลี่ยนแปลงว่าด้วยเรือนร่าง ความสุขสำราญ และความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติ ส่วนภายในแกลเลอรี ผลงานพืชจากสเตนเลสสตีลของ Álvaro Urbano ถูกสร้างให้รับบทบาทเป็นตัวละครในโรงละครสิ่งแวดล้อมที่จัดฉากขึ้นอย่างละเอียดประณีต สะท้อนมิติประวัติศาสตร์ที่ซ้อนทับหลายชั้นของการเกษตรเชิงไร่สวนและการทูตกล้วยไม้ได้อย่างลุ่มลึก ขณะที่ผลงานของ RRD (Red de Reproducción y Distribución) สำรวจการแสดงออกอย่างหลากหลายในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์อาหารริมทางไปจนถึงอาหารจานฝีมืออันประณีต เผยให้เห็นสายใยเชื่อมโยงที่คาดไม่ถึงระหว่างวัฒนธรรมอาหารของสิงคโปร์และเม็กซิโก
ตลอดแนวถนนสายชอปปิง Orchard ของสิงคโปร์ งาน SB2025 สร้างความคึกคักให้กับศูนย์การค้าแบบกรรมสิทธิ์รวม (strata-titled malls) รวมถึงอาคารอดีตโรงเรียน Raffles Girls’ School เลขที่ 20 ถนน Anderson ผู้เยี่ยมชมจะได้ก้าวเข้าสู่สนามโรงเรียนเพื่อพบกับโครงการข้ามสหสาขาที่พัฒนาโดย Hothouse กลุ่มภัณฑารักษ์ผู้ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด ซึ่งตั้งคำถามต่อคำนิยามของ “ธรรมชาติ” ที่ถูกจัดการให้อยู่ในกรอบของมนุษย์ ผู้เข้าชมยังจะได้มองหาตุ๊กตา “แมวกวักนำโชค” ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางพรรณไม้ ขณะที่ Salad Dressing ชวนสำรวจจริยธรรมของการคืนกลับสู่ธรรมชาติ การพลัดถิ่นและโยกย้ายถิ่นฐาน และนิเวศวิทยาทางจิตวิญญาณ
ในย่าน Civic District งาน Biennale ได้ขยายพื้นที่จัดแสดงในอนุสรณ์สถานและพื้นที่สาธารณะสำคัญ อาทิ สวน Fort Canning Park ส่วน lololol นำเสนอการเดินทางยามพลบค่ำผ่านผลงานจัดวางแสงที่ออกแบบให้ตอบสนองต่อสถานที่ที่ประภาคาร พร้อมกิจกรรมเดินฟังเสียงรอบสวน ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของการนำทาง นอกจากนี้ ยังสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเริ่มต้นการเดินฟังเสียงแบบนำทางตนเองด้วยระบบ GPS และดื่มด่ำไปกับเรื่องเล่าที่ถูกหล่อหลอมจากประสบการณ์ของศิลปินจากการเยี่ยมชมประภาคาร พบปะผู้ดูแลประภาคาร และนักภาษาศาสตร์ด้านภาษาเชิงรหัส (crypto-linguists)
ส่วนตามแนวพื้นที่ Rail Corridor ทางรถไฟสายเก่าและโดยรอบ ผลงานศิลปะสำรวจว่าโครงสร้างพื้นฐานมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของผู้คนอย่างไร ที่ Wessex Estate อาคาร Blenheim Court อิทธิพลของทะเลยังคงหลงเหลืออยู่ในผลงานภาพยนตร์และศิลปะจัดวางของ Jesse Jones ซึ่งใช้เปลือกหอยนางรมเป็นสื่อในการสำรวจแนวคิดไฮโดรเฟมินิสม์ (hydrofeminism) แนวคิดเฟมินิสต์ที่มองว่าน้ำคือหัวใจของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สิ่งมีชีวิตและโลก และย้อนกลับไปหาแนวคิดอีโคเฟมินิสม์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ ผู้เข้าชมจะยังได้ลิ้มรสคอมบูชาที่รังสรรค์โดย Huang Po-Chih ซึ่งมอบรสชาติพิเศษโดยใช้วัตถุดิบจากบ้านเกิดของศิลปินที่ไต้หวัน ผสานกับพืชเศรษฐกิจซึ่งเคยปลูกกันอย่างแพร่หลายในสิงคโปร์ ผลงานนี้ยังมีวางจำหน่ายในหลายพื้นที่จัดแสดงให้ผู้ชมเทศกาลศิลปะได้สัมผัสและลิ้มรส
SB2025 ดำเนินงานภายใต้การมอบหมายจากสภาศิลปะแห่งชาติ (National Arts Council) ของสิงคโปร์ ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม ชุมชน และเยาวชน และจัดโดยพิพิธภัณฑ์ศิลปะสิงคโปร์ สามารถดูรายชื่อสถานที่จัดแสดง ศิลปิน และโปรแกรมทั้งหมดได้ที่ เว็บไซต์ อย่างเป็นทางการของ SB2025 หรือร่วมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวผ่าน Facebook (@SingaporeBiennale) และ Instagram (@sgbiennale)
View original content to download multimedia: Read More




