Skip to content
Home » News » รายงานฉบับใหม่จาก Cambridge แนะให้ผู้กำหนดนโยบายเปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมและมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดนโยบายด้าน AI ในโรงเรียน

รายงานฉบับใหม่จาก Cambridge แนะให้ผู้กำหนดนโยบายเปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมและมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดนโยบายด้าน AI ในโรงเรียน

รายงานฉบับใหม่จาก Cambridge University Press & Assessment กำหนดหลักการสำคัญ 8 ประการเพื่อการบูรณาการ AI เข้ามาใช้ในโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

สิงคโปร์, 5 พฤศจิกายน 2569 /PRNewswire/ — รายงานฉบับใหม่จาก Cambridge University Press & Assessment (Cambridge) เสนอแนะว่า ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายควรทำงานอย่างใกล้ชิดกับครูในการกำหนดนโยบายสำหรับยุค AI ในโรงเรียน พร้อมลงทุนด้านการเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพครูอย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าครูผู้สอนสามารถใช้ AI ในห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งใช้เครื่องมือต่าง ๆ ได้อย่างมีวิจารณญาณ

สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ครูและผู้เรียนควรมีส่วนร่วมในการออกแบบ การจัดซื้อจัดหา การนำไปใช้งาน และการประเมินเครื่องมือ GenAI เพื่อให้การกำหนดนโยบายตั้งอยู่บนพื้นฐานของสภาพความเป็นจริงของการเรียนการสอนในห้องเรียน

รายงานฉบับใหม่ในหัวข้อ “Shaping AI Policy and Practice in English Language Teaching” (การกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้าน AI ในการสอนภาษาอังกฤษ) อาศัยแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของครูสอนภาษาอังกฤษจากทั่วโลกซึ่งเป็นกลุ่มผู้เริ่มนำ GenAI มาใช้งานก่อนใคร รวมถึงงานวิจัยก่อนหน้านี้ของ Cambridge เกี่ยวกับ AI และการใช้งานของครู โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบแนวทางที่เป็นระบบให้กับแนวทางการใช้และการนำ AI เข้ามาใช้ ซึ่งมักขาดความเชื่อมโยงและเป็นไปอย่างกระจัดกระจาย

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ครูจำนวนมากทั่วโลกกำลังเรียนรู้และปรับตัวเพื่อรับมือกับ AI แต่ต้องดำเนินการท่ามกลางสภาวะที่ขาดแนวทางหรือคำแนะนำที่ชัดเจน ข้อกังวลอันดับหนึ่งของครูคือ จะสนับสนุนให้นักเรียนมีความพร้อมสำหรับยุค AI ได้อย่างไร กล่าวคือ สามารถวิเคราะห์ผลลัพธ์จาก AI ได้อย่างมีวิจารณญาณ รู้จักตั้งข้อสงสัยและตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์จาก AI ด้วยตนเอง ตลอดจนใช้ GenAI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ได้อย่างชำนาญ แทนที่จะใช้เป็นทางลัดข้ามขั้นตอนในการเรียนรู้

Cambridge ได้กำหนดหลักการสำคัญ 8 ประการสำหรับการใช้ AI ในโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การสนับสนุนครูและเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบาย ดังต่อไปนี้

  • เปิดโอกาสให้ครูและผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล AI ครูและผู้เรียนควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการนำเครื่องมือ GenAI ไปใช้งานและการประเมินเครื่องมือดังกล่าว เพื่อให้การกำหนดนโยบายตั้งอยู่บนพื้นฐานของสภาพความเป็นจริงของการเรียนการสอนภายในห้องเรียน
  • ลงทุนในการเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง ครูจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินเครื่องมือต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณ ตัดสินใจด้านการจัดการเรียนการสอนอย่างมีข้อมูลรองรับ ปรับใช้ GenAI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนรู้ และสอนให้นักเรียนใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ
  • กำหนดให้ทักษะการรู้เท่าทัน AI อย่างมีวิจารณญาณเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ที่คาดหวังจากหลักสูตร นักเรียนควรเรียนรู้วิธีตั้งคำถามต่อผลลัพธ์จาก AI สามารถระบุอคติและข้อมูลที่ไม่ถูกต้องได้ ใช้งาน GenAI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้แทนที่จะใช้เป็นทางลัด และเข้าใจว่าเมื่อใดไม่ควรใช้ AI โดยทักษะการรู้เท่าทัน AI อย่างมีวิจารณญาณเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่สิ่งเพิ่มเติมที่มีหรือไม่มีก็ได้
  • ปฏิรูปกรอบหลักสูตรและการประเมินผล ระบบหลักสูตรและการประเมินผลควรให้ความสำคัญกับหลักฐานที่สะท้อนกระบวนการเรียนรู้ ความสามารถในการทำความเข้าใจและนำข้อเสนอแนะไปใช้ การสะท้อนคิดของผู้เรียน และการคิดอย่างเป็นอิสระ ควบคู่ไปกับผลงานขั้นสุดท้าย โดยบูรณาการการเรียนรู้และการประเมินผลเข้าด้วยกันอย่างเป็นองค์รวม
  • ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ทางการศึกษาที่ให้มนุษย์เป็นศูนย์กลาง กรอบนโยบายควรมุ่งเน้นขีดความสามารถของมนุษย์ที่จำเป็นต้องได้รับการเสริมให้แข็งแกร่งในยุค AI เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสาร ความสามารถในการพึ่งพาตนเองและตัดสินใจได้อย่างอิสระ ความฉลาดทางอารมณ์ และความรับผิดชอบต่อสังคม
  • สร้างความไว้วางใจผ่านการใช้งานอย่างมีจริยธรรมและมาตรการป้องกันที่รัดกุม การบูรณาการ AI อย่างมีความรับผิดชอบและความไว้วางใจจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เช่น ครู ผู้เรียน และผู้ปกครอง ขึ้นอยู่กับแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงให้เหมาะสมกับช่วงวัย การส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง การระบุความเป็นเจ้าของผลงานอย่างมีความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น
  • คุ้มครองอำนาจการตัดสินใจและดุลยพินิจทางวิชาชีพของครู นโยบายต่าง ๆ ควรกำหนดบทบาทของครูให้เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในการออกแบบและคัดเลือกเครื่องมือ การบูรณาการเครื่องมือเข้ากับการเรียนการสอน การประเมินผล และการปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ดำเนินการตามเทคโนโลยีที่ผู้อื่นเลือกไว้ให้แล้ว
  • สร้างหลักประกันการเข้าถึงเครื่องมือคุณภาพสูงอย่างเท่าเทียม นโยบายควรคำนึงถึงความหลากหลายทางภาษา บริบทในท้องถิ่น ความสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง และข้อจำกัดด้านทรัพยากรในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ GenAI ขยายความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่เดิมให้รุนแรงยิ่งขึ้น

ดร. Evelina Galaczi ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านภาษาอังกฤษของ Cambridge University Press & Assessment กล่าวว่า:

“กระบวนการกำหนดนโยบายมักประสบปัญหาในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ครูจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ส่งผลให้เกิดช่องว่างทางความรู้ ตลอดจนแนวทางการให้ความรู้และการนำ AI มาใช้ในด้านการศึกษาที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังที่มักเกิดขึ้นในหลายกรณี ที่ภาระในการพัฒนาองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการบูรณาการ AI อย่างมีความรับผิดชอบตกเป็นหน้าที่ที่ครูต้องแบกรับไปโดยปริยาย

“ครูที่ประสบความสำเร็จในการทดลองนำ AI มาใช้ในห้องเรียนอยู่แล้ว ต่างให้ความสำคัญกับการใช้ดุลยพินิจทางวิชาชีพ แนวปฏิบัติที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง และการส่งเสริมความรู้เท่าทัน AI อย่างมีวิจารณญาณ หากเรายึดแนวทางของครูเหล่านี้เป็นแบบอย่าง ก็จะสามารถทำให้ AI เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและถูกนำมาใช้อย่างมีความรับผิดชอบในการเรียนการสอน แทนที่จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เรียนใช้ทางลัดหรือหลีกเลี่ยงขั้นตอนการเรียนรู้“

หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ

1. Cambridge มุ่งมั่นเผยแพร่ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ AI เพื่อสนับสนุนครูและเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบาย โดยข้อเสนอแนะที่นำเสนอในรายงาน “Shaping AI Policy and Practice in English Language Teaching” (การกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้าน AI ในการสอนภาษาอังกฤษ) ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเอกสารวิชาการของ Cambridge จำนวน 3 ฉบับที่จัดทำขึ้นก่อนหน้านี้ ว่าด้วย AI และการใช้งานของครู โดยเอกสารเหล่านี้เผยแพร่เพื่อช่วยให้ผู้ที่ทำงานในแวดวงการศึกษาสามารถทำความเข้าใจ ตลอดจนพิจารณาและประเมินโอกาสและความท้าทายที่เกิดจาก GenAI ได้อย่างรอบด้านและมีวิจารณญาณ:

Galaczi, E., & Luckin, R. (2024). Generative AI and Language Education: Opportunities, Challenges and the Need for Critical Perspectives. (Generative AI กับการศึกษาภาษา: โอกาส ความท้าทาย และความจำเป็นของมุมมองเชิงวิพากษ์) https://www.cambridge.org/gb/cambridgeenglish/research-insights

Khabbazbashi, N., Galaczi, E., Allen, H., Lopes, S., Nakatsuhara, F., & Halley, K. (2024). Exploring the Impact of Generative AI on Language Education: Insights from Teachers. (สำรวจผลกระทบของ Generative AI ที่มีต่อการศึกษาเรียนรู้ภาษา: ข้อมูลเชิงลึกจากครู) https://www.cambridge.org/gb/cambridgeenglish/research-insights 

Macinska, S., & Vinkler, A. (2024). The Role of AI in Language Learning: Research Evidence and Strategies for Success. (บทบาทของ AI ในการเรียนรู้ภาษา: หลักฐานจากงานวิจัยและกลยุทธ์สู่ความสำเร็จ) https://www.cambridge.org/gb/cambridgeenglish/research-insights

เกี่ยวกับ Cambridge University Press & Assessment 

Cambridge University Press & Assessment เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) โดยทีมงานด้านภาษาอังกฤษของบริษัทผลิตสื่อการเรียนรู้และการประเมินผลสำหรับผู้เรียนและครูภาษาอังกฤษที่มีความหลากหลายและอยู่ในระดับชั้นนำของโลก

ทุกสิ่งที่เราดำเนินงานล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานของงานวิจัย และเรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผู้คนเรียนรู้ภาษาอังกฤษและพิสูจน์ทักษะความสามารถทางภาษาอังกฤษของตนให้เป็นที่ประจักษ์ต่อทั่วโลก Cambridge คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้โลกของคุณก้าวไกลและเติบโต 

https://www.cambridgeenglish.org/

 

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →