![]() |
นิวยอร์ก และนอยดา, อินเดีย, 21 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ — ในวันนี้ HCLTech (NSE: HCLTECH) (BSE: HCLTECH) บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ได้เปิดเผยผลการศึกษาจากรายงาน Enterprise AI Market Report ฉบับล่าสุดในชื่อ The AI Impact Imperatives, 2026 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างด้านการดำเนินงานที่กำลังขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่หลายองค์กรต่างเร่งขยายการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในวงกว้าง แต่กลับต้องเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้นที่จะต้องสร้างผลลัพธ์ภายในกรอบเวลาที่จำกัดยิ่งขึ้น
งานวิจัยฉบับนี้อ้างอิงจากการสำรวจผู้บริหารระดับสูงจำนวน 467 คนทั่วโลก ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการลงทุนด้าน AI ในองค์กรที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยผลการศึกษาพบว่า แม้การนำ AI ไปใช้งานจะกลายเป็นเรื่องแพร่หลายแล้วในด้านการดำเนินงานเทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ และฟังก์ชันการทำงานทางธุรกิจต่าง ๆ แต่โครงการ AI ขนาดใหญ่เกือบ 43% ถูกคาดการณ์ว่าจะประสบความล้มเหลว ความเสี่ยงนี้ไม่ได้เกิดจากการขาดการทดลองใช้งานหรือการขาดแคลนเครื่องมือ แต่เกิดจากอุปสรรคในการเปลี่ยนความทะเยอทะยานให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอในระดับทั่วทั้งองค์กร
ในขณะเดียวกัน ความคาดหวังต่อผลตอบแทนจากการลงทุนก็เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้นำองค์กรคาดหวังว่าจะเห็นคุณค่าที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมจากการลงทุนใน AI ภายใน 18 เดือน ซึ่งทำให้องค์กรแทบไม่เหลือพื้นที่ให้สำหรับความผิดพลาด ในช่วงเวลาที่พวกเขาต้องสร้างสมดุลระหว่างการนำ AI เข้ามาใช้งานอย่างรวดเร็ว กับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ AI ต้องการ รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า การปะทะกันระหว่างความรวดเร็วกับความพร้อมขององค์กร กำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดสำหรับทีมผู้นำองค์กรในยุคปัจจุบัน
สำหรับประธานเจ้าหน้าที่ด้านสารสนเทศ (CIO) และผู้นำด้านเทคโนโลยี ผลการศึกษานี้เน้นย้ำว่า การขยายการใช้งาน AI กำลังเปิดเผยข้อจำกัดที่ซ่อนอยู่ในระบบแอปพลิเคชัน สภาพแวดล้อมข้อมูล และรูปแบบการดำเนินงาน ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับระบบที่เรียนรู้ต่อเนื่องด้วยตนเองโดยอัตโนมัติ ในขณะที่สำหรับเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นความกังวลในลักษณะต่างออกไปแต่เกี่ยวข้องกัน คือ ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์จากการเน้นทุ่มลงทุนใน AI โดยขาดการปรับองค์กรให้สอดคล้องเพื่อรองรับการลงทุนดังกล่าว เมื่อโครงการ AI เคลื่อนเข้ามาใกล้แกนกลางของการดำเนินงานขององค์กร ความล้มเหลวของโครงการเหล่านี้ก็ยิ่งมองเห็นได้ชัดเจนและส่งผลกระทบรุนแรงยิ่งขึ้น
การศึกษาชิ้นนี้ยังชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปในวิธีที่องค์กรนำ AI มาใช้งาน โดยเกิดความสนใจเพิ่มขึ้นต่อกรณีการใช้งาน Agentic AI และ Physical AI ซึ่งขยายขอบเขตจากกระบวนการทำงานดิจิทัลไปสู่สภาพแวดล้อมการใช้งานจริง เช่น การผลิต วิศวกรรม และการดำเนินงาน แม้ว่าการนำไปใช้งานในช่วงแรกจะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่โมเดลเหล่านี้ก็สร้างคำถามใหม่ ๆ เกี่ยวกับความรับผิดชอบ ความเชื่อถือได้ และการกำกับดูแล จึงยิ่งเพิ่มภาระให้แก่ผู้นำองค์กรในการขยายการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ
รายงานยังชี้ว่า หลายองค์กรมักประเมินต่ำไปว่าการประสานงานข้ามสายงานและความชัดเจนในการตัดสินใจมีความสำคัญต่อความสำเร็จมากเพียงใด โครงการ AI ที่เดินหน้าโดยขาดความสอดคล้องระหว่างทีมเทคโนโลยีและผู้บริหารธุรกิจมีแนวโน้มที่จะเกิดการหยุดชะงัก ถึงแม้ว่าระดับการลงทุนจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม
หนึ่งในข้อค้นพบที่สำคัญที่สุดของรายงานคือ ระดับความสำคัญของการบริหารการเปลี่ยนแปลง ที่กลายเป็นตัวกำหนดที่สำคัญยิ่งของความสำเร็จของโครงการ AI แต่ในขณะเดียวกัน กลับยังคงเป็นหนึ่งในด้านที่องค์กรลงทุนต่ำที่สุดอย่างต่อเนื่องในโครงการ AI ของตน ข้อมูลนี้เผยให้เห็นว่าองค์กรส่วนใหญ่กำลังนำ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานโดยไม่ได้เตรียมความพร้อมอย่างเพียงพอให้กับบุคลากรที่จะต้องทำงานร่วมกับ AI ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงหลักต่อการดำเนินงาน
“AI ได้ก้าวจากการเป็นโครงการริเริ่มด้านเทคโนโลยีไปสู่ความจริงในการดำเนินงานขององค์กรแล้ว” Vijay Guntur ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) และหัวหน้าฝ่ายระบบนิเวศของ HCLTech กล่าว “สิ่งที่ผู้นำกำลังเผชิญในตอนนี้ ไม่ใช่คำถามว่า AI จะสามารถสร้างคุณค่าได้หรือไม่ แต่คือวิธีที่องค์กรปรับเปลี่ยนโครงสร้าง สิทธิ์ในการตัดสินใจ และความสามารถในการรับความเสี่ยงเพื่อให้ตามทันและสอดคล้องกับ AI ความกดดันที่จะต้องเดินหน้าอย่างรวดเร็วนั้นมีอยู่จริง แต่หากขาดการลงทุนที่เหมาะสมในบุคลากรเพื่อช่วยให้พวกเขาเข้าใจ เชื่อมั่น และทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความรวดเร็วอาจทำให้ความล้มเหลวขยายตัวได้ไม่ต่างจากความสำเร็จ”
รายงาน The AI Impact Imperatives, 2026 ให้ข้อสรุปว่า เมื่อ AI ถูกฝังอยู่ในส่วนการทำงานที่สำคัญขององค์กร ความสำเร็จก็จะขึ้นอยู่กับความสามารถขององค์กรในการปรับเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน การดำเนินงาน และความรับผิดชอบให้สอดคล้องภายในกรอบเวลาที่จำกัด มากกว่าการดูเพียงระดับการนำ AI ไปใช้งาน สำหรับองค์กรที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านนี้ ระยะต่อไปของ AI จะเป็นบททดสอบไม่เพียงในด้านความพร้อมทางเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงความพร้อมของผู้นำและความพร้อมของบุคลากรในระดับขนาดใหญ่
หากต้องการอ่านรายงานฉบับเต็ม กรุณาเยี่ยมชม https://www.hcltech.com/ai-impact-imperatives
เกี่ยวกับ HCLTech
HCLTech เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีพนักงานกว่า 227,000 คนใน 60 ประเทศทั่วโลก โดยได้ส่งมอบขีดความสามารถชั้นนำในอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นด้านปัญญาประดิษฐ์ ดิจิทัล วิศวกรรม คลาวด์ และซอฟต์แวร์ โดยขับเคลื่อนผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการเทคโนโลยีที่หลากหลาย บริษัททำงานร่วมกับลูกค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก โดยนำเสนอโซลูชันสำหรับภาคบริการทางการเงิน การผลิต ชีววิทยาศาสตร์และการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีและการบริการ เซมิคอนดักเตอร์ โทรคมนาคมและสื่อ ธุรกิจค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค การคมนาคม และบริการภาครัฐ ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้รวมตลอด 12 เดือนสิ้นสุดเดือนมีนาคม ปี 2569 อยู่ที่ 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเราจะช่วยเร่งความก้าวหน้าให้กับคุณได้อย่างไรที่ hcltech.com
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
Meredith Bucaro, ภูมิภาคอเมริกา
[email protected]
Elka Ghudial, ภูมิภาคยุโรป
[email protected] James Galvin, ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
[email protected] Nitin Shukla, อินเดีย, ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
[email protected]
โลโก้: https://mma.prnasia.com/media2/2648325/HCLTech_Logo.jpg?p=medium600
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- P & A Link Strengthens Its Position as an Integrated Commercial Interior Design and Fit-Out Partner Across Asia
- TERREPOWER แสดงให้เห็นถึงการลดการปล่อยคาร์บอน และประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในวงกว้าง ในรายงานความยั่งยืนขององค์กรประจำปี 2568
- Frost & Sullivan: Trade Corridor-Resilient, AI-integrated Supply Chains Will Define Competitive Advantage Through 2027
- If you purchased or acquired Unikoin Gold (UKG) directly from Unikrn, Inc., between June 11, 2017, and November 7, 20217, you may be eligible for a payment from the Unikrn Fair Fund.
