ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจอีคอมเมิร์ซของลาซาด้า แสดงให้เห็นว่า ผู้ขายออนไลน์เตรียมเพิ่มพนักงานและสินค้าคงคลัง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตที่คาดการณ์ไว้

สามารถดูอินโฟกราฟิกได้ที่ https://mma.prnewswire.com/media/1679746/DCCI_Infographics_for_PR_wave_3_v2.pdf

รายงานดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (Digital Commerce Confidence Index: DCCI) ฉบับล่าสุดของลาซาด้า ระบุว่า มากกว่าสามในสี่ (76%) ของผู้ขายสินค้าออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีมุมมองบวกเกี่ยวกับการเติบโตในอนาคต แม้สภาพแวดล้อมการดำเนินงานจะมีความท้าทายก็ตาม โดยผลการสำรวจชี้ว่า ธุรกิจต่างๆ ต้องการเพิ่มสินค้าคงคลังและพนักงานให้พร้อมสำหรับเทศกาลช้อปปิ้งออนไลน์ส่งท้ายปีอย่าง 11.11 และ 12.12

ตัวเลขดังกล่าวยังเพิ่มขึ้นจากระดับ 70% ในรายงานช่วงครึ่งปีแรก เมื่อลาซาด้าเผยแพร่รายงาน DCCI เป็นครั้งแรกในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และนับเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมที่มีการศึกษา เพื่อให้เห็นถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอมเมิร์ซ ด้วยการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ขายออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นว่าผู้ขายออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีมุมมองบวก และมีความสามารถในการฟื้นตัว แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ด้วยมุมมองบวกดังกล่าว ผู้ขายออนไลน์จึงเตรียมการที่จะจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 และเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นจากการศึกษาของเราว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโต เป็นตัวเร่งสำคัญที่นำไปสู่โอกาสในการสร้างงาน อันจะเป็นการขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศต่อไป” แม็กนัสเอ็คบอมประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของลาซาด้ากรุ๊ปกล่าว

การสำรวจจัดทำขึ้น ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ของปี 2021 โดยมีผู้ขาย 900 รายเข้าร่วมตอบแบบสำรวจ โดยผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่า 4 ใน 5 ของผู้ขาย (79%) กำลังเพิ่มระดับสินค้าคงคลัง โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจ (47%) กำลังพิจารณาที่จะเพิ่มจำนวนพนักงานในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งคาดว่าการเพิ่มขึ้นของระดับสินค้าคงคลังและการจ้างงานจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผู้คนจำนวนมากกำลังหางาน ที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของอุตสาหกรรมค้าปลีก โดยผู้ขายออนไลน์มีมุมมองบวกเกี่ยวกับยอดขายในช่วงเวลานี้ (ไตรมาสที่ 4) มากกว่ายอดขายในไตรมาสที่ 3 ในขณะที่ 73% ของผู้ขายเตรียมเพิ่มระดับสินค้าคงคลัง และ 40% คิดว่าจะเพิ่มจำนวนพนักงาน

มุมมองบวกดังกล่าวเป็นผลมาจากไตรมาส 3 ที่สดใส โดย 52% ของผู้ขายมียอดขายออนไลน์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดทำให้มีข้อจำกัดที่เข้มงวดทั่วทั้งภูมิภาค ทั้งนี้ คาดว่าด้วยมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา และด้วยความจำเป็นที่ผู้บริโภคต้องหันมาหาซื้อสินค้าในครัวเรือนผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้ขายในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) จึงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ในไตรมาสที่ 3 โดย 61% ของผู้ขายสินค้าอุปโภคบริโภครายงานยอดขายที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ ที่มี 53% ของผู้ขายที่รายงานยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ขณะที่ผู้ขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (76%) และสินค้าทั่วไป (79%) เปิดเผยว่า รู้สึกเชื่อมั่นมากขึ้นว่าสินค้าของพวกเขาจะเป็นที่ต้องการในอนาคต เมื่อเทียบกับในไตรมาสที่ 3

เรย์มอนด์ หยาง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของลาซาด้า กรุ๊ป กล่าวว่า “ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเทศกาลช้อปปิ้งและมหกรรมลดราคาครั้งใหญ่ส่งท้ายปีอย่าง 11.11 ซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ สำหรับแบรนด์และผู้ขายหลายราย กิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สร้างบรรทัดฐานใหม่สำหรับการเติบโต อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการดึงดูดลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ แม้ว่าเราจะจัดแคมเปญดับเบิ้ล ดิจิตหลายครั้งในปีนี้ แต่แคมเปญเหล่านั้นก็เทียบไม่ได้กับเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ซึ่งยังคงได้รับการต้อนรับจากผู้ขายมากมาย เพราะถือเป็นอีเวนท์สำคัญที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายก่อนสิ้นปี”

ภายในสิ้นปี 2021 คาดว่าผู้บริโภคมากกว่า 350 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะกลายเป็นผู้บริโภคดิจิทัล ซึ่งเติบโตอย่างมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้บริโภคดิจิทัลที่มีอยู่ 280 ล้านคนในช่วงก่อนเกิดการระบาดใหญ่ในปี 2019[1] นี่เป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ขายออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคดิจิทัลรายใหม่เหล่านี้ และกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ เทศกาลช้อปปิ้งยังถือเป็นช่วงเวลาสำหรับผู้ขายในการเร่งสร้างแบรนด์ก่อนเข้าช่วงปีใหม่ และการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของภาคธุรกิจค้าปลีก เมื่อข้อจำกัดต่างๆ ผ่อนคลายลง

ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (Digital Commerce Confidence Index: DCCI) ชี้วัดความเชื่อมั่นทางธุรกิจด้วยการสำรวจความคิดเห็นของผู้ขายออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์) โดยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2021 ลาซาด้าได้ทำการสำรวจผู้ขาย 900 ราย เกี่ยวกับยอดขายออนไลน์ในปัจจุบัน และความคาดหวังที่มีต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอนาคต ทั้งนี้ ดัชนีแบ่งเป็น 0 ถึง 100 โดย 0 หมายถึง “มีมุมมองลบอย่างมาก” และ 100 หมายถึง “มีมุมมองบวกอย่างมาก”

อ่านผลสำรวจฉบับเต็มได้ที่ https://www.lazada.com/en/press-release/

[1] https://www.facebook.com/business/news/southeast-asia-the-home-for-digital-transformation

เกี่ยวกับลาซาด้า กรุ๊ป

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2012 ลาซาด้า กรุ๊ป เป็นผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ด้วยการนำเสนอธุรกิจการค้าและเทคโนโลยีอันทันสมัย พร้อมระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง และเครือข่ายการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ลาซาด้าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วภูมิภาค พร้อมความมุ่งมั่นที่จะให้บริการเหล่านักช็อปออนไลน์กว่า 300 ล้านคนภายในปี 2030 ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ลาซาด้าได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญของกลุ่มอาลีบาบาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับการขับเคลื่อนโดยโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีระดับโลก

งานขาว.jpg