การศึกษาใหม่เผยผลกระทบจากการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาอาการเจ็บคอทั่วไปในทางที่ผิด จนเป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 ของโลก

ผลการศึกษาระดับโลกฉบับใหม่ที่เปิดตัวในสัปดาห์สร้างความตระหนักรู้เรื่องยาปฏิชีวนะโลก (World Antimicrobial Awareness Week หรือ WAAW) ซึ่งมีขึ้นในวันที่ 18-24 พฤศจิกายน แสดงให้เห็นถึงการพึ่งพายาปฏิชีวนะในระดับสูงในการรักษาภาวะทางเดินหายใจ เช่น อาการเจ็บคอ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการดื้อยาปฏิชีวนะอันเป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 ของโลก โดยสัมพันธ์กับการเสียชีวิต 4.95 ล้านคนต่อปี

การศึกษาอาการเจ็บคอและการดื้อยาปฏิชีวนะ (Sore Throat & Antibiotic Resistance หรือ STAR) ซึ่งจัดทำโดยความเป็นหุ้นส่วนการติดเชื้อทางเดินหายใจโลก (Global Respiratory Infection Partnership หรือ GRIP) และเรกคิทท์ (Reckitt) ผู้ผลิตลูกอมสเตร็ปซิล (Strepsils) พบว่า ผู้ใหญ่กว่าครึ่งที่ทำแบบสำรวจเคยใช้ยาปฏิชีวนะรักษาอาการทางเดินหายใจ เช่น อาการเจ็บคอในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แม้ยาปฏิชีวนะจะไม่ช่วยแก้อาการเจ็บคอถึง 9 ใน 10 ครั้ง การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนนั้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการใช้ยาปฏิชีวนะในทางที่ผิดทั่วโลกในผู้ใหญ่

ผลการศึกษาในโครงการ STAR ชี้ให้เห็นว่า ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีการรักษาอาการเจ็บคอมีส่วนทำให้มีการใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินไป โดย 61% ของผู้ใหญ่อายุต่ำกว่า 35 ปีเชื่อว่า ยาปฏิชีวนะมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการเจ็บคอ และเกือบครึ่งหนึ่ง (45%) ของคนกลุ่มอายุดังกล่าวไม่ทราบวิธีรักษาภาวะทางเดินหายใจโดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ความสับสนในระดับสูงนี้อาจอธิบายได้ถึงเหตุผลที่ 38% ของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปีรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับการรักษาภาวะทางเดินหายใจโดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น อาการเจ็บคอ

อย่างไรก็ตาม ความวิตกกังวลนี้ถือเป็นความเข้าใจผิด ๆ โดยอาการเจ็บคอส่วนใหญ่นั้นไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา เนื่องจากอาการดังกล่าวเกิดจากไวรัส ไม่ใช่การติดเชื้อแบคทีเรีย โดยผู้ป่วยมักจะได้รับประโยชน์มากกว่าจากการใช้ยาอมแก้คออักเสบและยาแก้ปวด

ในช่วงสัปดาห์ WAAW นั้น GRIP ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่มีผู้เชี่ยวชาญเป็นหัวหอก และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวิชาชีพทางการแพทย์ เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะในทางที่ผิดในโรคระบบทางเดินหายใจ กำลังเรียกร้องให้สาธารณชนหาหนทางป้องกันการใช้ยาปฏิชีวนะในทางที่ผิดด้วยการสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพว่า ยาปฏิชีวนะมีความเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงพิจารณาการรักษาทางเลือกและบรรเทาอาการ

ศาสตราจารย์ ซาบิฮา เอสแซ็ก (Sabiha Essack) ประธาน GRIP กล่าวว่า

“ผลการศึกษานี้เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวล เนื่องจากผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นผู้นำและกำลังขับเคลื่อนอนาคตของเรา เชื่ออย่างผิด ๆ ว่ายาปฏิชีวนะรักษาอาการเจ็บคอและหวัดได้ ทั้งยังอาจไม่ทราบถึงผลลัพธ์ที่มีต่อสุขภาพในระดับบุคคลและระบบสาธารณสุขจากการใช้ยาปฏิชีวนะแบบไม่เหมาะสม GRIP กำลังเรียกร้องให้เกิดความตระหนักรู้และให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม รวมถึงกระตุ้นให้เยาวชนตั้งคำถามเพื่อช่วยต่อสู้กับการดื้อยาปฏิชีวนะ”

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอสัมภาษณ์ศาสตราจารย์ซาฮีบา เอสแซ็ก และมาร์ติน ดูร์เดน (Martin Duerden) ผู้เชี่ยวชาญของ GRIP ได้ทางอีเมล: Jamie.wilkes@emotiveagency.com หรือ โทร: +44 20 8154 6389

อินโฟกราฟิก – https://mma.prnewswire.com/media/1949298/GRIP_Infographic.jpg

image.png

ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกโพสต์ หรือเขียนขึ้นโดยเจ้าของข่าว ถูกโพสโดยบุคคลทั่วไป ในชื่อ: Media123

ทางเวปไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนข่าวหรือโพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ เว็บเป็นเพียงสื่อกลาง ที่เปิดให้เจ้าของข่าวประชาสัมพันธ์หรือตัวแทนโดยชอบธรรมได้โพสต์ด้วยตัวเอง