ตามรายงานฉบับใหม่ของ IDC ที่ได้รับการมอบหมายจัดทำโดยแพลตฟอร์มการชำระเงินระดับโลกอย่าง 2C2P ระบุว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับการพลิกโฉมทางการเงิน โดยมีการชำระเงินผ่านดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อน การชำระเงินผ่านระบบอีคอมเมิร์ซทั่วภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 162% ก้าวสู่ระดับ 1.798 แสนล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2568 โดยการชำระเงินดิจิทัลจะมีสัดส่วนคิดเป็น 91% ของการทำธุรกรรมทั้งหมด อันเนื่องจากเทรนด์ของผู้บริโภคและธุรกิจค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงตัวเลือกการชำระเงินแบบครอบคลุมที่แพร่หลายมากขึ้น

รายงาน IDC InfoBrief ในหัวข้อ “แนวโน้มการซื้อและชำระเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: การสร้างคุณค่าใหม่ทางธุรกิจสำหรับผู้ค้า” (How Southeast Asia Buys and Pays: Driving New Business Value for Merchants) บ่งชี้ถึงองค์ประกอบที่ซับซ้อนของระบบอีโคซิสเต็มด้านการชำระเงินที่ไม่มีแบบแผนชัดเจนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ ตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดโดยใช้ข้อมูลเป็นตัวนำและรู้จักคว้าโอกาสที่เกิดขึ้น รายงานฉบับนี้ติดตามแนวโน้มใหม่ ๆ เช่น โมบายล์ วอลเล็ท วิธีการชำระเงินภายในประเทศ (แบบเรียลไทม์และแบบออนไลน์แบงกิ้ง) รวมถึงบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง Buy Now Pay Later (BNPL) ควบคู่กับวิธีการชำระเงินรูปแบบเดิม เช่น การชำระเงินผ่านบัตรและเงินสด นอกจากนี้ รายงานยังประเมินส่วนแบ่งการตลาดที่เปลี่ยนแปลงของตัวเลือกการชำระเงินในช่วงปี 2562 ถึงปี 2568 ใน 6 ตลาด เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจกำหนดกลยุทธ์ปรับขยายขอบเขตข้ามพรมแดนได้กว้างขวางออกไป

ออง โมโจ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ 2C2P กล่าวว่า “เรามีโอกาสที่จะสร้างความสำเร็จจากการเติบโตของระบบชำระเงินดิจิทัล ด้วยการมอบบริการทางการเงินที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกเสริมอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี และยังเป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์ทางธุรกิจของทุกบริษัทด้วย” ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “ความสามารถของแต่ละธุรกิจในการดึงศักยภาพด้านการชำระเงินออกมาใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ จะเป็นตัวกำหนดว่าธุรกิจนั้นๆ มีความสามารถในการดำรงอยู่ในการแข่งขัน มีความคล่องตัว และมีความสามารถในการประสบความสำเร็จในระดับภูมิภาค”

แนวโน้มของผู้บริโภคและการค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงไป ได้เข้ามาขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการธุรกิจอีคอมเมิร์ซกว่า 400 ล้านรายในปี 2568 ส่งผลให้เกิดการแข่งขันและร่วมมือกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนเพิ่มขึ้น มีการนำเสนอโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแก่ธุรกิจ เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้งานเหล่านี้ คาดว่าผู้ที่จะได้ประโยชน์ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นกลุ่มผู้ให้บริการโมบายล์ วอลเล็ท ผู้ให้บริการระบบชำระเงินในประเทศ และ ผู้ให้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง

คุณ Michael Araneta ตำแหน่ง Associate Vice President และหัวหน้าฝ่ายวิจัยและให้คำปรึกษา IDC Financial Insights ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ภาพรวมการชำระเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีแบบแผนที่ชัดเจน โดยระบบการชำระเงิน การใช้งาน รวมถึงกฎระเบียบยังคงแตกต่างกันไปในตลาดแต่ละแห่ง ดังนั้น เพื่อช่วยให้ธุรกิจมีความเข้าใจและเข้าถึงปัจจัยที่ซับซ้อนของภูมิภาค เราจึงได้เผยแพร่แนวทางที่ครอบคลุมในด้านการชำระเงินของภูมิภาค โดยมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการชำระเงินในภูมิภาคและในระดับประเทศ” และเสริมว่า “เราหวังว่า ผลการวิจัยในรายงานฉบับนี้ จะสร้างประสิทธิภาพในการวางกลยุทธ์ของธุรกิจให้สอดรับกับกระแสดิจิทัล และปลดล็อกเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีมูลค่า 2.76 แสนล้านเหรียญสหรัฐได้ในที่สุด”

newss.jpg