เมื่อต้องตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ที่ต้องใช้งานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงอย่างตู้เย็น สิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนไม่แพ้เรื่องของดีไซน์และขนาดคือประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน เพราะตู้เย็นคือหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าสูงที่สุดในบ้าน หากเลือกผิดอาจส่งผลให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่คาดคิด บทความนี้จะให้คำแนะนำสำคัญในการเลือกซื้อ เพื่อช่วยประหยัดไฟ พร้อมทั้งเผยเคล็ดลับการใช้งานที่ถูกต้องเพื่อลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด
1. ตรวจสอบฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เกณฑ์พื้นฐานที่ต้องดู
ก่อนตัดสินใจซื้อตู้เย็น สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตรวจสอบฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กำหนดขึ้น โดยจะแสดงระดับการประหยัดพลังงาน ยิ่งดาวเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งประหยัดไฟมากขึ้นเท่านั้น การเลือกจากฉลากเบอร์ 5 จึงเป็นการการันตีเบื้องต้นว่าเครื่องนั้นมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่ดีตามเกณฑ์ที่กำหนด
2. ระบบ Inverter เทคโนโลยีที่ช่วยลดค่าไฟ
การทำงานระบบ Inverter แตกต่างจากระบบเดิมโดยสิ้นเชิง ตู้เย็นระบบ Inverter สามารถปรับรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ให้เหมาะสมกับปริมาณอาหารที่เก็บไว้และอุณหภูมิภายในที่ต้องการ ทำให้เครื่องไม่ต้องทำงานหนักและหยุดทำงานบ่อยครั้ง ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่า ระบบ Inverter จะมีราคาเริ่มต้นที่สูงกว่า แต่เมื่อเทียบกับค่าไฟที่ประหยัดได้ในระยะยาว 5-10 ปี ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่ามาก
3. เลือกขนาด BTU ที่เหมาะสมกับครอบครัว
การเลือกขนาดของตู้เย็นให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัวก็เป็นปัจจัยสำคัญในการประหยัดพลังงาน หากเลือกที่ใหญ่เกินความจำเป็น พื้นที่ที่ว่างเปล่าก็จะทำให้เครื่องต้องทำงานหนักเพื่อรักษาความเย็นในบริเวณที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ ลองประเมินปริมาณอาหารที่ต้องเก็บและจำนวนครั้งในการจับจ่ายซื้อของ เพื่อเลือกขนาดความจุ (คิว) ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของบ้านเราอย่างแท้จริง
4. จัดเก็บอาหารอย่างถูกวิธี เทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญ
การจัดเก็บอาหารอย่างถูกต้องภายใน ตู้เย็นก็ช่วยให้เครื่องทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ไม่ควรใส่ของแน่นเกินไป : ควรมีพื้นที่ว่างให้ความเย็นหมุนเวียนได้อย่างทั่วถึง หากใส่ของแน่นเกินไปจะทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น
- ห้ามนำอาหารร้อนเข้าตู้เย็นทันที : ควรรอให้อาหารคลายความร้อนลงก่อนนำเข้าตู้เย็น เพราะความร้อนจะทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิภายใน
- ตรวจสอบขอบยางประตู: ควรตรวจสอบขอบยางประตูอย่างสม่ำเสมอว่ายังแน่นหนาอยู่หรือไม่ หากขอบยางหลวมหรือชำรุด จะทำให้ความเย็นรั่วไหลออกมาและทำให้เครื่องต้องทำงานต่อเนื่องเพื่อรักษาอุณหภูมิ
การใส่ใจในการเลือกตู้เย็นที่มีเทคโนโลยี Inverter และการใช้งานอย่างถูกวิธี จะช่วยให้เราสามารถควบคุมค่าไฟฟ้าในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้เครื่องปรับอากาศชิ้นนี้อยู่คู่ครัวไปอีกนานปี