ซัมซุงได้ฤกษ์เปิดตัว ชิป Exynos 1680 อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญสำหรับสมาร์ทโฟนในกลุ่มตลาดระดับกลาง โดยชิปรุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในทุกวัน คาดการณ์ว่าจะถูกนำไปใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นยอดนิยมอย่าง Galaxy A57 เป็นรุ่นแรกๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความเร็วและความเสถียรในราคาที่เข้าถึงได้
หัวใจสำคัญของ Exynos 1680: สเปกที่น่าจับตา
ชิป Exynos 1680 สร้างบนสถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตรที่ได้รับการปรับปรุงจาก Samsung ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มักพบในชิประดับเรือธง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของซัมซุงที่จะนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาสู่ตลาดกลาง เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานโดยรวม
- หน่วยประมวลผลกลาง (CPU):
- 1x Cortex-A720 Core ความเร็วสูงสุด 2.9GHz
- 4x Cortex-A720 Cores
- 3x Cortex-A520 Cores เน้นประสิทธิภาพพลังงาน
การจัดเรียงคอร์ที่ทันสมัยนี้ช่วยให้การสลับแอปพลิเคชันเป็นไปอย่างราบรื่น และรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้สม่ำเสมอแม้ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU): Xclipse 550 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม RDNA 3 ของ AMD มอบประสิทธิภาพกราฟิกที่ดีขึ้นประมาณ 15% ทำให้การเล่นเกมมีเสถียรภาพมากขึ้น และแอนิเมชันต่างๆ ดูลื่นไหลกว่าเดิม นอกจากนี้ยังรองรับจอแสดงผล Full HD+ ที่อัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่กำลังเป็นที่นิยมในอุปกรณ์ที่ไม่ใช่เรือธง
- หน่วยประมวลผล AI (NPU): ทำงานได้สูงสุด 19.6 TOPS ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 33% จากรุ่นก่อนหน้า ความสามารถด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยปรับปรุงการประมวลผลภาพถ่ายและฟีเจอร์ AI ต่างๆ ที่ฝังอยู่ใน One UI ของ Samsung
- หน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บ: รองรับ RAM แบบ LPDDR5X และพื้นที่จัดเก็บแบบ UFS 4.1 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มักพบในอุปกรณ์ระดับสูง สิ่งนี้จะช่วยให้แอปพลิเคชันเปิดเร็วขึ้นและประสบการณ์การใช้งานโดยรวมของโทรศัพท์รู้สึกตอบสนองได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- การรองรับกล้อง: สามารถรองรับกล้องที่มีความละเอียดสูงสุด 200MP และบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที พร้อมรองรับ 10-bit HDR
- การเชื่อมต่อ: ครอบคลุมด้วย 5G, Wi-Fi 6E และ Bluetooth 6.1
ประสิทธิภาพที่สัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน
แม้ว่า ชิป Exynos 1680 จะไม่ได้มุ่งเน้นที่การทำลายสถิติตัวเลข แต่กลับเน้นการมอบประสบการณ์การใช้งานที่สมดุลและรอบด้าน การอัปเกรดในส่วนต่างๆ ตั้งแต่ CPU, GPU ไปจนถึง NPU และการรองรับหน่วยความจำ/พื้นที่จัดเก็บที่เร็วขึ้น ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกในการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอปที่เร็วขึ้น การสลับแอปที่ลื่นไหล การเล่นเกมที่เสถียรขึ้น หรือการประมวลผลภาพถ่ายที่ดีขึ้น
หาก Samsung สามารถปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้เข้ากับฮาร์ดแวร์ได้อย่างลงตัว Galaxy A57 ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปตัวนี้ก็จะสามารถมอบประสิทธิภาพที่รวดเร็วและประณีตยิ่งขึ้นในการใช้งานประจำวันได้อย่างแน่นอน
Exynos 1680: ตัวเปลี่ยนเกมในตลาดกลาง?
ในมุมมองของบรรณาธิการ, ชิป Exynos 1680 ถือเป็นการก้าวที่สำคัญของ Samsung ในการยกระดับมาตรฐานสมาร์ทโฟนระดับกลางให้เทียบเท่ากับประสบการณ์การใช้งานของรุ่นเรือธงในหลายๆ ด้าน การนำเทคโนโลยีอย่างสถาปัตยกรรม 4nm, GPU RDNA 3, RAM LPDDR5X และ UFS 4.1 มาใส่ในชิปเซ็ตระดับนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะมอบ “value” ที่แท้จริงให้กับผู้บริโภค หาก Galaxy A57 สามารถดึงศักยภาพของชิปตัวนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่ เราอาจได้เห็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Samsung ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางได้ในระยะยาว
ที่มา: gizmochina.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- boAt เปิดตัวโปรเจคเตอร์ CineHead E1 ราคาเข้าถึงง่าย พร้อม Android 13 ฉายภาพ 150 นิ้ว
- Galaxy S27 Ultra จ่อเป็นรุ่นแรกใช้ UFS 5.0 ดันความเร็วแตะ 10.8 GB/s
- Oppo Find X10 หลุดสเปกจัดเต็ม: จอ OLED 1.5K, กล้อง 200MP คู่, แบต 8000mAh
- Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 6 เผยสเปกเด่น: ชูสถาปัตยกรรม 2nm และ CPU Oryon ใหม่