Nvidia สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงการ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มหุ่นยนต์อ้างอิง H2+ ร่วมกับ Unitree Robotics และ Sharpa พร้อมกับโมเดล AI World Model รุ่นใหม่ Cosmos 3 ซึ่งถูกประกาศโดย Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ในงาน Computex 2026 ที่ไทเป การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Nvidia ในการเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะในโลกแห่งความเป็นจริง
แพลตฟอร์ม H2+ ต้นแบบสำหรับหุ่นยนต์อัจฉริยะ
H2+ ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่สมบูรณ์พร้อมจำหน่าย แต่เป็นแพลตฟอร์มต้นแบบที่ออกแบบมาสำหรับนักวิจัย มหาวิทยาลัย และบริษัทด้านหุ่นยนต์ เพื่อใช้เป็นพิมพ์เขียวในการสร้างและปรับแต่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของตนเอง Nvidia ระบุว่าแพลตฟอร์มนี้ช่วยลดความซับซ้อนในทุกขั้นตอนของการพัฒนาหุ่นยนต์ ตั้งแต่การเก็บข้อมูล การฝึกอบรม AI ไปจนถึงการนำไปใช้งานจริง
หัวใจสำคัญของแพลตฟอร์ม H2+ คือการผสานรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน:
- โครงสร้างหุ่นยนต์: ใช้ตัวถังหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Unitree H2 Plus
- มือหุ่นยนต์: Sharpa’s Wave ที่มีความคล่องแคล่วสูง
- โมเดล AI: ขับเคลื่อนด้วย Nvidia Isaac GR00T
- หน่วยประมวลผลหลัก: คอมพิวเตอร์ Nvidia Jetson AGX Thor T5000 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Blackwell GPU
สำหรับคุณสมบัติเฉพาะของ H2+ มีดังนี้:
- ความสูง: เกือบ 6 ฟุต
- องศาการเคลื่อนไหว: รวม 75 องศา
- มือหุ่นยนต์: มี 22 ข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
- ประสิทธิภาพ AI (จาก Jetson AGX Thor T5000): สูงสุด 2,070 FP4 TOPS
- หน่วยความจำ: 128GB
ประสิทธิภาพระดับนี้ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถประมวลผลงานที่ซับซ้อนได้แบบเรียลไทม์
Cosmos 3: โมเดล AI เพื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจโลก
นอกเหนือจาก H2+ แล้ว Nvidia ยังได้แนะนำ Cosmos 3 ซึ่งเป็นโมเดล AI World Model เชิงกายภาพใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้หุ่นยนต์เข้าใจและเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น Jensen Huang กล่าวว่าหนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในวงการหุ่นยนต์คือการรวบรวมข้อมูลการฝึกอบรมที่มีประโยชน์ให้เพียงพอ
Cosmos 3 สามารถเข้าใจทั้งมุมมองบุคคลที่สาม (Third-person) และมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-person) ซึ่งช่วยสร้างข้อมูลการฝึกอบรมที่เน้นหุ่นยนต์เป็นศูนย์กลาง ทำให้การเรียนรู้และการตัดสินใจของหุ่นยนต์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
มองไกลไปข้างหน้า: การขยายตลาดและการรักษาความปลอดภัย
Nvidia ยังเปิดเผยแผนการขยายความร่วมมือด้าน หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ นอกเหนือจากจีน โดยเล็งเป้าหมายไปยังผู้ผลิตหุ่นยนต์ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเกาหลีใต้ แม้จะยังไม่มีการประกาศชื่อพันธมิตรอย่างเป็นทางการ
เป้าหมายคือการสร้างแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ที่เป็นมาตรฐาน พร้อมคุณสมบัติความปลอดภัยในตัว เช่น Secure Boot และ Confidential Computing เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีเพียงซอฟต์แวร์ที่ได้รับการยืนยันเท่านั้นที่สามารถทำงานบนเครื่องจักรได้ การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ความสนใจในหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley คาดการณ์ว่ายอดขายหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจีนจะเกิน 28,000 ยูนิตในปี 2026 ซึ่งอาจทำให้จีนกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเทคโนโลยีนี้
อนาคตของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ภายใต้การนำของ Nvidia
เรามองว่าการเปิดตัวแพลตฟอร์ม H2+ และ Cosmos 3 ของ Nvidia ถือเป็นการวางหมากที่สำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด การนำเสนอแพลตฟอร์มแบบอ้างอิงและโมเดล AI ที่ช่วยแก้ปัญหาการฝึกอบรมข้อมูล แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ Nvidia ในการเป็นผู้จัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และฮาร์ดแวร์หลัก สำหรับนักพัฒนาและผู้ผลิตหุ่นยนต์ทั่วโลก ด้วยความสามารถในการประมวลผลและโมเดลการเรียนรู้ที่ซับซ้อนนี้ เราน่าจะได้เห็นนวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ชาญฉลาดและใช้งานได้จริงมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ และ Nvidia กำลังปูทางไปสู่ยุคใหม่ที่ AI จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราผ่านร่างของหุ่นยนต์เหล่านี้
ที่มา: gizmochina.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Oppo Find X10 Pro Max ยืนยันยังพัฒนาต่อ พร้อมเผยกล้อง Periscope 200MP และสเปกเด่น
- OnePlus Turbo 6X Pro เผยสเปกน่าทึ่ง จอ 144Hz แบต 8000mAh ราคาเข้าถึงง่าย
- Samsung เตรียมเผยโฉม Galaxy Watch 9 พร้อม Classic และ Ultra 2 พร้อมกันในฤดูร้อนนี้
- MSI เปิดตัว MEG Vision X2 AI+ เดสก์ท็อปเกมมิ่งพร้อมจอ AI Holostage ในตัวเครื่อง