RayNeo บริษัทนวัตกรรมด้าน AR/AI ได้เปิดตัว แว่นตา RayNeo V4 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นรุ่นต่อยอดจาก V3 โดยครั้งนี้ RayNeo เลือกที่จะมุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสิทธิภาพพื้นฐาน ความเร็วในการตอบสนอง และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ แทนที่จะเพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ ที่ผู้ใช้งานอาจไม่ค่อยได้ใช้จริง สอดคล้องกับข้อมูลที่พบว่าฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ กว่า 200 รายการในปีที่ผ่านมา มีอัตราการใช้งานในระยะยาวต่ำกว่า 6%
ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน: เร็วขึ้น อึดขึ้น ฉลาดขึ้น
RayNeo V4 ได้รับการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบดูอัลชิป โดยผสานรวมชิป Qualcomm Snapdragon AR1 เข้ากับชิปประหยัดพลังงาน Hengxuan BES2800 หัวใจสำคัญคือการย้ายความสามารถด้าน AI ไปยังระบบประหยัดพลังงานแบบ RTOS ทำให้แว่นตาสามารถเปิดใช้งานเอนจิน AI ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านระบบปฏิบัติการ Android เต็มรูปแบบ ช่วยให้การทำงานโดยรวมรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด
- ความเร็วในการตื่นตัว: 0.2 วินาที
- การตอบสนองด้วยเสียง: 2.1 วินาที (พัฒนาขึ้น 138% เมื่อเทียบกับ V3)
- การจดจำภาพ: ประมาณ 3.7 วินาที
- ระบบไมโครโฟน: ไมโครโฟน 4 ตัว พร้อมไมโครโฟนแบบ Bone Conduction ที่ช่วยรับเสียงได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เงียบ
ในส่วนของแบตเตอรี่ แว่นตา RayNeo V4 มาพร้อมกับ “Blue Whale semi-solid battery” ที่ใช้ขั้วบวกซิลิคอนสูงและบรรจุภัณฑ์แบบเปลือกเหล็ก ทำให้ความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นถึง 57% เมื่อเทียบกับ V3 ซึ่งส่งผลต่อการใช้งานจริงดังนี้:
- บันทึกวิดีโอต่อเนื่อง: ประมาณ 47 นาที
- เล่นเพลง: 11.5 ชั่วโมง
- ถ่ายภาพ: ประมาณ 949 ภาพ (ก่อนแบตเตอรี่เหลือ 10%)
นอกจากนี้ ยังมีเคสชาร์จที่สามารถชาร์จแว่นตาได้เพิ่มอีก 7 รอบ และรองรับการชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายใน 25 นาที
เซนเซอร์ถ่ายภาพที่เหนือกว่า พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะ
ระบบการถ่ายภาพของ RayNeo V4 ได้รับการยกเครื่องใหม่ โดย RayNeo ได้พัฒนาร่วมกับ OmniVision Technologies สร้างสรรค์ เซนเซอร์ OG09B แบบสี่เหลี่ยม ซึ่งมีขนาด 1/2.9 นิ้ว ใหญ่กว่า IMX681 ที่มักพบในแว่นตาคู่แข่งประมาณ 50% ด้วยอัตราส่วนภาพ 1:1 ทำให้การครอปภาพระหว่างแนวตั้งและแนวนอนทำได้ดีขึ้น สอดคล้องกับการใช้งานจริงในการแชร์คอนเทนต์ปัจจุบัน
- ขนาดพิกเซล: 2.09 ไมโครเมตร ช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น
- รูรับแสง: F2.2
- เลนส์: 17 มม. แบบ Ultra-Wide
- คุณภาพวิดีโอ: 2.5K พร้อมระบบกันสั่นแบบ Dynamic Image Stabilization
- การประมวลผลภาพ: RayNeo ร่วมมือกับ ArcSoft เพื่อปรับปรุงอัลกอริทึมการถ่ายภาพให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากกว่า 150 รูปแบบ
ฟีเจอร์ใหม่อย่าง “Awesome Mode” จะเข้ามาช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอ 15 วินาที ได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องกดสั่งการ และจะเปิดให้ใช้งานผ่านการอัปเดตแบบ OTA ในเดือนมิถุนายนนี้ นอกจากนี้ RayNeo V4 ยังเป็นแว่นตา AI รุ่นแรกของ RayNeo ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน IP67 สำหรับการกันน้ำและฝุ่น
ดีไซน์เบาสบาย พร้อมราคาและวันวางจำหน่าย
RayNeo V4 มีน้ำหนักเพียง 38 กรัม มาพร้อมบานพับไทเทเนียม, พื้นผิวพ่นทรายหลายชั้น และแผ่นรองจมูกแบบ Air Nose Pad ที่ออกแบบมาให้สวมใส่สบายเหมือนแว่นตาปกติ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black, Fog Gray และ Wilderness Green นอกจากนี้ยังมีรุ่นแว่นกันแดดที่ใช้เทคโนโลยีเลนส์ใสผสมไล่ระดับเป็นครั้งแรกอีกด้วย
สำหรับราคาในประเทศจีน:
- RayNeo V4 รุ่นมาตรฐาน: 2,199 หยวน (ประมาณ 11,000 บาท / $325)
- รุ่นแว่นกันแดด: 2,399 หยวน (ประมาณ 12,000 บาท / $353)
- ชุด All-in-one (พร้อมเคสชาร์จและอุปกรณ์เสริม): 2,799 หยวน (ประมาณ 14,000 บาท / $412)
- เคสชาร์จ (ซื้อแยก): 299 หยวน (ประมาณ 1,500 บาท)
- เคสชาร์จ (ซื้อพร้อมแว่น): 199 หยวน (ประมาณ 1,000 บาท)
สินค้าจะเริ่มจัดส่งในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้
มุมมองบรรณาธิการ: RayNeo V4 จะตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ได้จริงหรือ?
เรามองว่าการตัดสินใจของ RayNeo ที่หันมาโฟกัสกับการปรับปรุงประสบการณ์หลักของ แว่นตา RayNeo V4 ทั้งความเร็ว แบตเตอรี่ และคุณภาพของเซนเซอร์ถ่ายภาพนั้นเป็นทิศทางที่ถูกต้องและน่าสนใจมาก เพราะผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักต้องการผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง เสถียร และมีประสิทธิภาพพื้นฐานที่ดีเยี่ยม การที่ RayNeo กล้าที่จะไม่ไล่ตามกระแสฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ แต่กลับมาทำให้สิ่งที่สำคัญที่สุดดีขึ้น ถือเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นผู้บริโภคอย่างแท้จริง ด้วยน้ำหนักที่เบา การกันน้ำ IP67 และระบบถ่ายภาพที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด RayNeo V4 อาจเป็นทางเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแว่นตา AI ที่เน้นการถ่ายภาพและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน.
ที่มา: gizmochina.com