Skip to content
Home » Tech » ซาวด์คอร์เปิดตัวหูฟัง Liberty 5 Pro และ Pro Max พลัง AI พร้อมจอสัมผัสบนเคสชาร์จ

ซาวด์คอร์เปิดตัวหูฟัง Liberty 5 Pro และ Pro Max พลัง AI พร้อมจอสัมผัสบนเคสชาร์จ

Soundcore Liberty 5

ในงาน Anker Day 2026 ที่มหานครนิวยอร์ก Soundcore ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัวหูฟังไร้สายพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุดถึงสองรุ่น ได้แก่ Soundcore Liberty 5 Pro และ Soundcore Liberty 5 Pro Max ซึ่งครั้งนี้ทางแบรนด์ได้ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ AI เป็นพิเศษ ควบคู่ไปกับการอัปเกรดด้านเสียงตามมาตรฐาน โดยซีรีส์ Soundcore Liberty 5 นี้มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่มากกว่าแค่หูฟังตัดเสียงรบกวนทั่วไป แต่ยังรวมถึงคุณสมบัติด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย

ชิป AI ‘Thus AI’ อัปเกรดพลังประมวลผล 150 เท่า พร้อมคุณภาพเสียงระดับพรีเมียม

หัวใจสำคัญของหูฟัง Soundcore Liberty 5 Pro และ Pro Max คือชิป AI ‘Thus AI’ ที่ Soundcore พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งเคลมว่ามีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงกว่ารุ่นก่อนถึง 150 เท่า พลังที่เพิ่มขึ้นนี้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลายด้าน เช่น การประมวลผลเสียงพูด, ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Adaptive ANC และฟีเจอร์ AI แบบ On-Device ที่ทำงานได้ในตัวหูฟัง

  • ไดรเวอร์: ใช้ไดรเวอร์แบบ Wool-Paper Diaphragm ขนาด 9.2 มม.
  • รองรับระบบเสียง: Dolby Atmos เพื่อประสบการณ์เสียงที่สมจริง
  • ไมโครโฟน: มาพร้อมชุดไมโครโฟน 8 ตัว เพื่อปรับปรุงคุณภาพการรับเสียงพูดระหว่างการโทร
  • การันตีคุณภาพ: ได้รับการรับรองจาก Guinness World Record ด้านคุณภาพเสียงพูดขณะสนทนาทางโทรศัพท์

ฟีเจอร์หลักที่โดดเด่นของตระกูล Soundcore Liberty 5

ทั้งสองรุ่นในซีรีส์ Soundcore Liberty 5 มีฟีเจอร์หลักที่น่าสนใจหลายอย่างที่ถูกแชร์ร่วมกัน เพื่อประสบการณ์การฟังที่เหนือกว่า

  • ระบบตัดเสียงรบกวน: Adaptive ANC 4.0 ที่สามารถปรับการทำงานได้อัตโนมัติ
  • การปรับแต่งเสียง: HearID 5.0 สำหรับการปรับแต่งโปรไฟล์เสียงเฉพาะบุคคล
  • การเชื่อมต่อ: รองรับ Multipoint Connectivity เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลายเครื่องพร้อมกัน
  • มาตรฐานการกันน้ำ: มีการป้องกันระดับ IP55 กันน้ำและฝุ่นได้
  • แบตเตอรี่: ใช้งานได้ประมาณ 6.5 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และรวมเคสชาร์จใช้งานได้สูงสุด 28 ชั่วโมง

เจาะลึกความแตกต่าง: Liberty 5 Pro vs. Liberty 5 Pro Max

แม้จะมีฟีเจอร์หลักคล้ายกัน แต่ Soundcore Liberty 5 ทั้งสองรุ่นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะที่ตัวเคสชาร์จที่ทำให้ประสบการณ์การใช้งานต่างกันอย่างชัดเจน

Soundcore Liberty 5 Pro (รุ่นมาตรฐาน)

  • ราคาเริ่มต้น: 169.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ
  • เคสชาร์จ: มีหน้าจอสัมผัสขนาดเล็กในตัว
  • การควบคุม: ผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่า ANC และเข้าถึงการควบคุมด่วนได้โดยตรงจากเคส โดยไม่ต้องเปิดแอปพลิเคชัน

Soundcore Liberty 5 Pro Max (รุ่นพรีเมียม)

  • เคสชาร์จ: โดดเด่นด้วยหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 1.78 นิ้ว
  • ฟังก์ชันเพิ่มเติม: นอกจากการควบคุมเพลงและ ANC แล้ว เคสยังสามารถใช้งานฟีเจอร์บันทึกเสียงด้วย AI ได้อีกด้วย
  • การบันทึกเสียง: ผู้ใช้สามารถแตะสองครั้งที่เคสเพื่อบันทึกการประชุมหรือการบรรยาย โดยระบบจะสร้างการถอดเสียง (transcript) และสรุปเนื้อหาได้โดยตรงบนอุปกรณ์โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • หน่วยความจำ: เคสสามารถจัดเก็บไฟล์บันทึกเสียงได้สูงสุด 12 ชั่วโมง

VibeOS และผู้ช่วย AI ‘Anka’ ประสบการณ์ใหม่บน Soundcore App

นอกเหนือจากตัวหูฟังและเคส Soundcore ยังได้เปิดตัว VibeOS ซึ่งเป็นเลเยอร์ที่เน้น AI ภายในแอป Soundcore โดยเฉพาะ รวมถึงผู้ช่วยเสียงที่ชื่อว่า “Anka” ซึ่งยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Soundcore ในการนำ AI มาผสานรวมกับผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

มุมมองจากบรรณาธิการ: หูฟังแห่งยุคที่มากกว่าแค่ฟังเพลง

จากฟีเจอร์ที่ Soundcore นำเสนอในซีรีส์ Liberty 5 Pro และ Pro Max นี้ ทำให้เราเห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของตลาดหูฟังไร้สายพรีเมียม ที่ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับฟังเพลงหรือโทรศัพท์อีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและไลฟ์สไตล์ส่วนตัว หากมองในมุมของการใช้งานจริง การมีหน้าจอสัมผัสบนเคสที่สามารถปรับ ANC หรือแม้กระทั่งบันทึกและสรุปเสียงประชุมได้โดยตรง ถือเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวและไม่ต้องการพึ่งพาสมาร์ทโฟนตลอดเวลา ส่วนตัวแล้วผมมองว่า Soundcore ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับหูฟังพรีเมียม โดยผสมผสานเทคโนโลยี AI และการออกแบบที่คำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้ได้อย่างลงตัว ซึ่งน่าจะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มองหาหูฟังที่ทำได้มากกว่าแค่ให้เสียงที่ดีเยี่ยม.

ที่มา: gizmochina.com

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →