Skip to content
Home » Tech » Exynos 2600 โชว์เหนือในผลทดสอบแรก เหนือกว่า Snapdragon 8 Elite เล็กน้อย

Exynos 2600 โชว์เหนือในผลทดสอบแรก เหนือกว่า Snapdragon 8 Elite เล็กน้อย

Exynos 2600

ช่วงปลายปีนี้วงการสมาร์ตโฟนเตรียมจับตาการเปิดตัวชิปประมวลผลเรือธงรุ่นใหม่จากสองค่ายยักษ์ใหญ่ ทั้ง Samsung กับ Exynos 2600 และ Qualcomm กับ Snapdragon 8 Elite ซึ่งล่าสุดมีผลการทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นเผยออกมาแล้ว แสดงให้เห็นว่า Exynos 2600 สามารถทำคะแนนแซงหน้าคู่แข่งในหลายหมวด แม้จะเป็นความแตกต่างเพียงเล็กน้อยก็ตาม โดยชิปจาก Samsung นี้โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตระดับ 2 นาโนเมตรที่ล้ำหน้า

เจาะลึกสเปกเด่น: Exynos 2600 ปะทะ Snapdragon 8 Elite

ก่อนจะไปดูผลคะแนน มาดูรายละเอียดสเปกของทั้งสองชิปประมวลผลที่คาดว่าจะขับเคลื่อนสมาร์ตโฟนเรือธงแห่งปี 2025 กันก่อน:

  • Samsung Exynos 2600
    • วันประกาศเปิดตัว: ธันวาคม 2025
    • กระบวนการผลิต: 2nm (Samsung) แบบ GAA (Gate-All-Around) ถือเป็นโปรเซสเซอร์มือถือ 2nm ตัวแรกของอุตสาหกรรม
    • ซีพียู (CPU): 10-core ดีไซน์แบบ All-big-core ประกอบด้วย
      • 1 x 3.8GHz — C1-Ultra
      • 3 x 3.25GHz — C1-Pro
      • 6 x 2.75GHz — C1-Pro
    • จีพียู (GPU): Exynos Xclipse 960 รองรับ Ray Tracing และเทคโนโลยี Exynos Neural Super Sampling สำหรับการอัปสเกลความละเอียดและสร้างเฟรมภาพแบบเรียลไทม์ขณะเล่นเกม
    • NPU: AI engine พร้อม 32K MAC NPU สำหรับการประมวลผล AI บนอุปกรณ์
    • หน่วยความจำ (RAM): LPDDR5X
    • หน่วยเก็บข้อมูล (Storage): UFS 4.1
    • กล้อง: รองรับกล้องเดี่ยวสูงสุด 320MP, บันทึกวิดีโอ 8K, ระบบ Visual Perception System (VPS) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับการวิเคราะห์ฉากแบบเรียลไทม์
    • การเชื่อมต่อ: โมเด็ม Exynos 5410 (mmWave, sub-6GHz) ความเร็ว Download สูงสุด 14.79Gbps, Upload สูงสุด 4.9Gbps, Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0
  • Qualcomm Snapdragon 8 Elite
    • วันประกาศเปิดตัว: ตุลาคม 2024
    • กระบวนการผลิต: 3nm (TSMC) แบบ N3E ซึ่งอิงสถาปัตยกรรม FinFET ขั้นสูง
    • ซีพียู (CPU): 8-core ประกอบด้วย Oryon (2nd gen)
      • 2 x 4.32GHz
      • 6 x 3.53GHz
    • จีพียู (GPU): Adreno 830 รองรับ Ray Tracing และฟีเจอร์ Snapdragon Elite Gaming เต็มรูปแบบ
    • NPU: Qualcomm Hexagon NPU
    • หน่วยความจำ (RAM): LPDDR5X, ความเร็วสูงสุด 5.3 GHz
    • หน่วยเก็บข้อมูล (Storage): UFS 4.0
    • กล้อง: รองรับกล้องเดี่ยวสูงสุด 320MP, กล้องเดี่ยว 108MP (30fps), กล้องคู่ 64MP+32MP (30fps), กล้องสามตัว 48MP (30fps), บันทึกวิดีโอ 8K, Spectra ISP แบบ 18-bit พร้อม Triple AI-ISPs และการแบ่งส่วนภาพ (semantic segmentation) แบบไม่จำกัดที่ความละเอียด 4K
    • การเชื่อมต่อ: โมเด็ม Snapdragon X80 5G (mmWave, sub-6GHz) ความเร็ว Download สูงสุด 10Gbps, Upload สูงสุด 3.5Gbps, Wi-Fi 7 (ความเร็วสูงสุด 5.8Gbps), Bluetooth 6.0

ผลทดสอบประสิทธิภาพ: Exynos 2600 โชว์เหนือในหลายด้าน

จากการทดสอบบน Galaxy S26 Plus (สำหรับ Exynos 2600) และ Galaxy S25 Plus (สำหรับ Snapdragon 8 Elite) ได้เผยให้เห็นตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้:

  • คะแนน Geekbench (v6)
    • Exynos 2600: Single core 3,040, Multi core 10,290
    • Snapdragon 8 Elite: Single core 3,008, Multi core 9,730

    ในส่วนของ Geekbench, Exynos 2600 ทำคะแนนได้สูงกว่าเล็กน้อยใน Single-core และนำห่างประมาณ 6% ใน Multi-core.

  • คะแนน AnTuTu (v11)
    • Exynos 2600: รวม 3,210,573 (CPU 1,065,772, GPU 1,212,568, Memory 413,700, UX 518,533)
    • Snapdragon 8 Elite: รวม 3,162,650 (CPU 967,505, GPU 1,200,291, Memory 381,416, UX 613,438)

    Exynos 2600 ทำคะแนนรวม AnTuTu ได้สูงกว่า 3.21 ล้าน เล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 3.16 ล้านของ Snapdragon 8 Elite โดยคะแนน CPU ของ Exynos สูงกว่าประมาณ 10% และยังทำได้ดีกว่าในด้าน Memory ขณะที่ Snapdragon 8 Elite นำในส่วนของ User Experience (UX).

  • คะแนน 3DMark Wild Life Extreme Test
    • Exynos 2600: 6,674 คะแนน
    • Snapdragon 8 Elite: 6,527 คะแนน

    สำหรับการทดสอบด้านกราฟิกและเกมมิ่ง Exynos 2600 ก็ยังคงนำหน้า Snapdragon 8 Elite อยู่เล็กน้อย ซึ่งความแตกต่างนี้อาจไม่ได้มีนัยยะสำคัญมากนักในการใช้งานจริง และการระบายความร้อนของอุปกรณ์ รวมถึงการปรับแต่งซอฟต์แวร์ ก็มีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพโดยรวม

มุมมองจากบรรณาธิการ: ก้าวสำคัญของ Exynos

จากผลทดสอบที่ออกมา ถือเป็นสัญญาณที่ดีอย่างยิ่งสำหรับ Samsung และแฟน ๆ ชิป Exynos ที่ชิปเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Exynos 2600 สามารถยืนหยัดเทียบชั้นและแซงหน้า Snapdragon 8 Elite ได้ในหลายการทดสอบ แม้ความแตกต่างจะไม่มากนักก็ตาม การที่ Samsung สามารถผลิตชิปด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร GAA ได้สำเร็จก่อน Qualcomm ที่ยังคงใช้ 3 นาโนเมตร FinFET ถือเป็นความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและความประหยัดพลังงานในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ผลคะแนน benchmark เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประเมินเท่านั้น ประสิทธิภาพในโลกแห่งความเป็นจริง ทั้งในด้านการถ่ายภาพ การเชื่อมต่อ และประสบการณ์ผู้ใช้โดยรวม จะเป็นตัวตัดสินที่สำคัญที่สุดเมื่อสมาร์ตโฟนที่ใช้ชิปเหล่านี้วางจำหน่ายจริง เราคงต้องรอดูกันว่า Exynos 2600 จะสามารถรักษาความได้เปรียบนี้ และมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้กับผู้ใช้ได้อย่างไรบ้างในสมาร์ตโฟน Galaxy รุ่นต่อไป

ที่มา: gizmochina.com

krapalm

สวัสดีครับ ผมกระปาล์ม (@krapalm) เจ้าของบล็อกแห่งนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้คือบล็อกส่วนตัวเล็กๆ ที่ผมตั้งใจปัดฝุ่นกลับมาเขียนใหม่ เพื่อหยิบเอาข่าวสารวงการไอที เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังแบบสบายๆ วันละข่าวสองข่าว แม้ปัจจุบันผมจะประจำการหลักอยู่ที่ digitalmore.co แต่ก็ยังรักที่จะมีพื้นที่ตรงนี้ไว้อัปเดตเทรนด์กับทุกคนครับ

ดูบทความทั้งหมด →