โครวลีย์ทำพิธีปล่อยเรือลากจูงไฟฟ้าเต็มรูปแบบลำแรกในสหรัฐอเมริกาที่ท่าเรือซานดิเอโก

ซานดิเอโก, 26 มิ.ย. 2567 /PRNewswire/ — โครวลีย์ (Crowley) ร่วมกับพันธมิตรและผู้สนับสนุนในอุตสาหกรรม ทำพิธีปล่อยเรืออีวูล์ฟ (eWolf) ซึ่งเป็นเรือลากจูงท่าเรือที่ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดลำแรกของอเมริกา เรือลากจูงนี้มีความสามารถด้านพลังงานสูง ความปลอดภัย และประสิทธิภาพที่สร้างชื่อเสียงให้โครวลีย์ โดยเรือนี้ทำงานแบบไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและใช้เทคโนโลยีที่ยั่งยืนอื่น ๆ

Vice Chairwoman Christine Crowley of Crowley Corporation carries out the christening of eWolf, the first U.S. all-electric, zero-emission tug, on June 25, 2024, in San Diego.
Vice Chairwoman Christine Crowley of Crowley Corporation carries out the christening of eWolf, the first U.S. all-electric, zero-emission tug, on June 25, 2024, in San Diego.

เรืออีวูล์ฟถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมการเดินเรือและเป็นมรดกตกทอดของโครวลีย์ และตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการทำหน้าที่เป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและผู้สร้างนวัตกรรมระดับโลก เรือลากจูงไฟฟ้าเต็มรูปแบบเป็นเรือที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดในประเภทดังกล่าว และเรืออีวูล์ฟจะช่วยให้ลูกค้าและชุมชนต่างๆ บรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอน พร้อมกับมอบขีดความสามารถที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของเราได้” ทอม โครว์ลีย์ (Tom Crowley) ประธานและซีอีโอ กล่าว “เราขอแสดงความยินดีกับผู้ที่อุทิศตนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจนทำให้เรืออีวูล์ฟบังเกิดผลสำเร็จร่วมกับพันธมิตรในรัฐบาลส่วนกลาง ส่วนรัฐ และส่วนท้องถิ่น เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในอเมริกาและทั่วโลก”

ระหว่างพิธี โครวลีย์ให้การต้อนรับกุสตาฟ ไฮน์ (Gustav Hein) ผู้อำนวยการภูมิภาคเกตเวย์มิดแปซิฟิกสำหรับการบริหารจัดการทางทะเลของสหรัฐอเมริกา แฟรงค์ เออร์ทาซัน (Frank Urtasun) ประธานท่าเรือซานดิเอโก แจ็ค ชู (Jack Shu) ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลเขตควบคุมมลพิษทางอากาศเทศมณฑลซานดิเอโก และสมาชิกสภาเมืองลาเมซา ไดแอน ทาควอเรียน (Diane Takvorian) สมาชิกคณะกรรมการทรัพยากรทางอากาศแห่งแคลิฟอร์เนีย และประธานสภาชั่วคราว โจ ลาคาวา (Joe LaCava) จากซานดิเอโก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม โดยมีคริสติน โครวลีย์ (Christine Crowley) รองประธานโครวลีย์ ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนในการอวยพรและดำเนินการพิธีปล่อยเรือบนอ่าวซานดิเอโก โดยเรือลากจูงไฟฟ้าจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในสัปดาห์นี้

“เรือลากจูงไฟฟ้าลำแรกของโครวลีย์ถือเป็นตัวพลิกเกม มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งการมอบคุณประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการดำเนินงานให้กับชุมชนและอุตสาหกรรมการเดินเรือของเรา” เออร์ทาซันกล่าว “นี่คือเรื่องราวของการทำงานเป็นทีมและการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง เราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับโครวลีย์และพันธมิตรระดับรัฐและระดับท้องถิ่นในโครงการริเริ่มด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าอื่น ๆ ที่ท่าเรือและรอบข้าง รวมถึงอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าแบบไฟฟ้า เช่น เครนท่าเรือแบบเคลื่อนที่ด้วยไฟฟ้าทั้งหมด ไมโครกริด พลังงานฝั่งสำหรับเรือ และอื่น ๆ อีกมากมาย”

เรือขนาด 82 ฟุตลำนี้สร้างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างเรือในเมืองโคเดน แอละแบมา โดยมีแรงดึงเสาผูกเชือกเรือได้ 70 ตัน แข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อน ๆ เรือลากจูงไฟฟ้ายังมีแพ็คเกจไฟฟ้าแบบครบวงจรสำหรับการกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่โดย ABB พร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อความปลอดภัยของกะลาสี เรืออีวูล์ฟมีการสนับสนุนจากสถานีชาร์จไมโครกริดริมฝั่งแลลใหม่ที่ช่วยให้เรือลากจูงสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทุกวันโดยใช้ไฟฟ้า

ผู้ที่เข้าร่วมพิธีปล่อยเรือกับโครวลีย์ได้แก่พันธมิตรโครงการ ซึ่งรวมถึงท่าเรือซานดิเอโก เขตควบคุมมลพิษทางอากาศเทศมณฑลซานดิเอโก คณะกรรมการทรัพยากรทางอากาศแห่งแคลิฟอร์เนีย (CARB) สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา และสำนักงานบริหารจัดการทางทะเลของสหรัฐอเมริกา ความพยายามร่วมกันระหว่างพันธมิตรระดับรัฐบาลส่วนกลาง ส่วนรัฐ และส่วนท้องถิ่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในท่าเรือ ถือเป็นเป้าหมายร่วมกันในการปรับปรุงคุณภาพอากาศสำหรับซานดิเอโก

“CARB ภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรในความพยายามครั้งประวัติศาสตร์ที่จะลดมลพิษทางอากาศและสภาพภูมิอากาศ ชุมชน Portside ที่ได้รับผลกระทบ เช่น Barrio Logan และ National City สูดหายใจเอามลพิษจากน้ำมันดีเซลมากกว่า 90% ของชุมชนในแคลิฟอร์เนีย และเด็ก ๆ ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโรคหอบหืดมากกว่าถึง 5 เท่า ทาควอเรียน สมาชิกคณะกรรมการ CARB กล่าว “เรืออีวูล์ฟจะมีส่วนสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพให้กับทุกชุมชน”

“เขตควบคุมมลพิษทางอากาศเทศมณฑลซานดิเอโก (SDAPCD) ภูมิใจที่ได้ให้การสนับสนุนเงินทุนโครงการเรืออีวูล์ฟ ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่ก้าวล้ำซึ่งมุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนผ่านจากการใช้เรือที่ขับเคลื่อนด้วยดีเซลแบบดั้งเดิมไปเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า” ชู สมาชิกสภาเมืองลาเมซาและประธานคณะกรรมการกำกับดูแล SDAPCD กล่าว “เรืออีวูล์ฟเป็นตัวอย่างว่าการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได้ โดยมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งให้เกิดสภาพแวดล้อมที่สะอาดและดีต่อสุขภาพมากขึ้นสำหรับทุกคน”

บริษัทเป็นผู้นำด้านการบริการทางทะเลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมายาวนาน บริษัทเลือกชื่อเรืออีวูล์ฟเพื่อเป็นการยกย่องเรือซีวูล์ฟ (Sea Wolf) ซึ่งเป็นลากจูงในกองเรือเริ่มแรกของบริษัท โดยมีการใช้งานในแคลิฟอร์เนียเมื่อนับร้อยปีที่แล้ว

เกี่ยวกับโครวลีย์

โครวลีย์ (Crowley) เป็นบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจโซลูชันทางทะเล พลังงาน และลอจิสติกส์ โดยให้บริการแก่ภาคพาณิชย์และภาครัฐ ทำรายได้ต่อปี 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเรือมากกว่า 170 ลำซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกองเรือโจนส์ แอคท์ (Jones Act) และพนักงานประมาณ 7,000 คนทั่วโลก โดยมีการจ้างงานกะลาสีเรือสหรัฐฯ มากกว่าบริษัทอื่น ๆ บริษัท โครวลีย์ได้ลงทุนมากกว่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ในการขนส่งทางทะเล ซึ่งเป็นแกนหลักของการค้าโลกและเศรษฐกิจโลก บริษัทให้บริการลูกค้าใน 36 ประเทศและดินแดนเกาะในฐานะเจ้าของผู้เดินเรือและผู้ให้บริการระดับโลกที่มีนวัตกรรมมากกว่า 130 ปีและความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครว์ลีย์ หน่วยธุรกิจ และบริษัทในเครือได้ที่ www.crowley.com

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน:
David DeCamp
David.decamp@crowley.com 
(904) 727-4263

รูปภาพ – https://mma.prnasia.com/media2/2448135/eWolf_Christening.jpg?p=medium600

 

View original content to download multimedia: Read More